ท่ามกลางฝุ่นตลบทางการเมือง การก่อกำเนิด “รัฐบาลอนุทิน” จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า รัฐบาลจะอยู่แค่ 120 วันจริงหรือไม่
ตัวเลข 120 วัน หรือ 4 เดือน มีที่มาจากข้อตกลง MOA ที่พรรคภูมิใจไทยทำร่วมกับพรรคประชาชน 5 ข้อหลัก
นอกจากกรอบเวลายุบสภาใน 4 เดือน ยังมีเงื่อนไขระหว่างที่เป็นรัฐบาลต้องไม่พยายามสร้างเสียงข้างมาก มุ่งเน้นภารกิจแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำความคิดพรรคส้ม ย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้ต้อง “ไม่มีวันที่ 121” ความหมายคือ รัฐบาลไม่ควรอยู่เกินเวลา 120 วัน และควรมีจุดสิ้นสุดตาม MOA
ขณะที่นายกฯ อนุทิน ยืนยันเช่นกัน
“อย่าไปวิเคราะห์อะไรแล้วทำให้เกิดความกังวล หรือไม่สบายใจของคนที่มาร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงของเรา ทุกข้อทุกประเด็นจะได้รับการปฏิบัติ คุณธนาธรพูดแล้วว่า ไม่มีวันที่ 121 ซึ่งนายอนุทิน ก็ยืนยันว่าไม่มีวันที่ 121”
ตีความได้ว่า รัฐบาลพร้อมคืนอำนาจ ไม่คิดอยู่ต่อเกินกรอบเวลา
คำถามคือ ความเป็นจริงทางการเมืองจะเรียบง่ายเช่นนั้นหรือไม่
เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องทำได้ในเวลาสั้นๆ ทั้งการทำประชามติ การตั้งคำถาม การตั้ง ส.ส.ร.ภายใต้คำวินิจฉัยศาลฯ การพิจารณาในวาระต่างๆ การต้องผ่านความเห็นชอบจากสว. ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญ
หากขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลานานกว่าที่คาด รัฐบาลอาจยกเป็นข้ออ้างเพื่อ “ต่อเวลา” ออกไป
นอกจากนี้ หากพรรคแกนนำรัฐบาลเริ่มมองเห็นโอกาสในการขยายฐานเสียงสนับสนุนจากพรรคพันธมิตรขนาดกลาง
หรือได้รับแรงสนับสนุนจาก “กลุ่มอำนาจเดิม” ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป
ภาพ “รัฐบาลเฉพาะกิจ” อาจค่อยๆ เปลี่ยนเป็น “รัฐบาลถาวร” โดยพฤตินัย
ด้านพรรคประชาชนที่โหวตส่งนายอนุทิน ขึ้นเป็นนายกฯ ก็อาจเผชิญแรงเสียดทานทั้งจากภายในและภายนอก การรักษาแนวร่วมเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านจึงไม่ง่าย
ทั้งหมดนี้อาจทำให้สถานะรัฐบาลอนุทิน ที่บอกว่าตั้งใจจะอยู่สั้น แต่บังเอิญมีข้อติดขัดบางประการทำให้ต้อง “ลากยาว”
คำยืนยัน “ไม่มีวันที่ 121” เป็นสัญญาณยึดมั่น MOA แต่ในสมรภูมิการเมืองที่เกมอำนาจพลิกผันได้ตลอดเวลา
แม้รัฐบาล “ไม่มีวันที่ 121” ตามที่นายอนุทินกล่าวย้ำ
แต่เงื่อนไขทางการเมืองไม่ว่าจะเกิดโดย “บังเอิญ” หรือ “ตั้งใจ” ทำให้สถานการณ์จริงแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
มันฯ มือเสือ