ตามคาดทั้งเรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้วเลือกสว. เรื่องใหญ่และประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเฝ้าจับตามอง
ถูกนำมาอภิปรายกลางที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 29-30 ก.ย.2568 ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
หากมองดูเผินๆ อาจจะสงสัยว่าแล้วเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทยอย่างไร
แต่ถ้ามองในแง่ที่ว่าประชาชนเองก็มีสิทธิ์ที่จะสงสัย โดยซักถามผ่านสมาชิกรัฐสภา ในฐานะผู้แทนของพวกเขา
เนื่องจาก 2 กรณีนี้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ เกี่ยวข้องกับการบุกรุกยึดครองที่ดินของรัฐ พื้นที่สาธารณประโยชน์ และเกี่ยวข้องกระบวนการนิติบัญญัติตามระบอบประชาธิปไตย ในกรณีฮั้วสว.
จึงย่อมเป็นธรรมดาที่สังคมใคร่รู้ว่า รัฐบาลอนุทินจะมีนโยบายต่อ 2 เรื่องดังกล่าวอย่างไร
จะควบคุมดูแลกระบวนการสอบสวนดำเนินคดี ให้เป็นไปตามพยานหลักฐานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างไร
ที่สำคัญในการสอบคดีฮั้วสว. และการแจ้งข้อกล่าวหาที่ผ่านมา ก็ปรากฏชื่อทั้งนายกฯ อนุทิน รวมถึงประธานวุฒิสภา
ตลอดจน สว.รวม 138 ราย เรื่อยไปจนถึงผู้อยู่เบื้องหลัง แกนนำพรรคการเมือง และเครือข่ายอีกจำนวนมากที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาทางคดี
เช่นเดียวกับคดีเขากระโดง ก็มีชื่อบุคคลในตระกูลการเมืองดังอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนที่เป็นปัญหา ซึ่งสังคมก็รับรู้กันทั่ว
จึงกลายเป็นภาพจำของสังคมไปแล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องเขากระโดง และการเลือกสว.เมื่อปี 2567 ก็ต้องนึกถึงพรรคภูมิใจไทย อะไรทำนองนั้น
ตัดกลับมาที่การแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน เฉพาะคดีเขากระโดง คดีฮั้วสว. ก็มีสมาชิกฝ่ายค้าน ทั้งซีกพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาชาติ รวมถึงสว.บางส่วน ร่วมกันอภิปราย
บรรยากาศเข้มข้นดุเดือดไม่น้อย ทั้งฝ่ายซักฟอก และฝ่ายชี้แจง
ตลอดจนการประท้วงผู้อภิปราย การตอบโต้กันไปมา และถึงขั้นไล่ประธานในที่ประชุมขณะนั้นลงจากบัลลังก์ เพราะถูกมองว่าไม่เป็นกลาง
โดยสรุปคือ นอกจากนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทยที่จะต้องถูกตรวจสอบ และถูกติดตามว่าจะทำได้จริงหรือไม่แล้ว
กรณีคดีเขากระโดงและฮั้วสว. ก็จะถูกติดตามเช่นกันจะไปทางไหน จะโดนแทรกแซง หรือยุบคดีหรือไม่
ข้าวตอกแตก