กําลังเป็นประเด็นที่สังคมสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ 2 หลังจากเคยยื่นขอครั้งแรกเมื่อปี 2566

พร้อมกับคำถามที่ว่า การขออภัยโทษครั้งที่ 2 นี้นายทักษิณทำได้หรือไม่ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายชี้ประเด็นสำคัญตรงที่การตีความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 264 วรรค 2 ที่ระบุ หากเคยขอพระราชทานอภัยโทษแล้วจะไม่สามารถยื่นใหม่ได้ จนกว่าจะพ้นระยะเวลา 2 ปี

ดังนั้น กรณีอดีตนายกฯ ทักษิณ จึงถือว่า “เข้าเงื่อนไข”

เนื่องจากครั้งแรก ลูกชายลูกสาว 3 คนของนายทักษิณยื่นหนังสือถวายฎีกาเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2566 ครั้งที่สอ นายทักษิณยื่นด้วยตัวเองเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2568 ซึ่งพ้นระยะเวลา 2 ปีตามกฎหมายกำหนด

ทำให้มีน้ำหนักในเชิงกฎหมายว่า “ยื่นใหม่ได้”

เมื่อ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นอภัยโทษครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ

โดยตั้งกรอบเวลาพิจารณาไว้ 3 วัน ถึงวันที่ 6 ต.ค. ทั้งบอกว่าจะกลับไปตรวจสอบรายงานของปลัดกระทรวงยุติธรรมก่อน

ด้าน นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่าการยื่นฎีกาขออภัยโทษครั้งที่ 2 สามารถทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

เนื่องจากพ้นระยะเวลา 2 ปีนับจากการขออภัยโทษครั้งก่อนหน้าแล้ว ถือเป็นเงื่อนไขตามกฎหมาย แต่ยังต้องพิจารณารายละเอียดอื่นๆ ประกอบด้วย

ขั้นตอนถัดไปหากคณะกรรมการสรุปผลแล้วจะส่งเรื่องให้รมว.ยุติธรรมพิจารณา ก่อนเสนอความเห็นกลับไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป

จุดที่ต้องจับตาคือความเห็นของรมว.ยุติธรรม จะออกมาอย่างไร เพราะเป็นจุดที่อาจส่งผลกระทบทั้งในแง่ภาพลักษณ์รัฐบาล และความรู้สึกของสังคม ที่ยังมีมุมมองแตกต่างเป็นสองทาง

การยื่นถวายฎีกาครั้งที่ 2 ของทักษิณไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและการเมืองไทยที่จะสะท้อนให้เห็นว่า การยึดหลักนิติธรรมตามนโยบายหลักที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา

จะเป็นจริงในทางปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน