การเมืองไทยในบรรยากาศ “นิติสงคราม”

หนึ่งในคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคม คือกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ได้กลายเป็นชนวนนำไปสู่การตรวจสอบของป.ป.ช.

ล่าสุด ป.ป.ช.ยืนยันว่า ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ 44 อดีต สส.ก้าวไกลแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมาย คาดว่าจะพิจารณาชี้มูลเสร็จสิ้นทั้งหมดภายในเดือนธ.ค.นี้

โดยจะพิจารณาชี้มูลเป็น “รายคน” ไม่ใช่ “เหมาเข่ง”

เพราะบทบาทในกระบวนการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายมีทั้ง “ผู้ริเริ่ม” และ “ผู้ร่วมลงชื่อ” ซึ่งมีน้ำหนักต่างกันในทางกฎหมาย

ประเด็นสำคัญทางคดีอยู่ที่ “เจตนา” หากเสนอโดยสุจริตเพื่อเปิดพื้นที่อภิปรายในสภา ก็อาจเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้

แต่หากถูกตีความว่ามีเจตนาแฝงเพื่อ “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” หรือใช้ช่องทางสภาเพื่อวาระทางการเมืองอื่น

การพิจารณาคดีอาจพลิกไปในทิศทางส่งผลร้ายแรงต่อผู้ถูกกล่าวหา

โทษสูงสุดหากถูกชี้มูลว่ามีความผิดในกรณีนี้ คือ การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อตัวบุคคล แต่ยังสะเทือนถึงพรรคการเมืองต้นสังกัด ทั้งในแง่ความเชื่อมั่น ความต่อเนื่องของบุคลากร และศักยภาพในการลงสนามเลือกตั้งครั้งหน้าที่ใกล้มาถึง

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การที่นักการเมืองและประชาชนมีจริยธรรมเป็นเรื่องดี แต่การเอาจริยธรรมมาประหัตประหารทางการเมืองตลอดชีวิต ไม่ถูกต้อง

เพราะหากไม่ได้สัดส่วน มีตำรวจจริยธรรมแล้วไม่มีใครไปตรวจสอบตำรวจจริยธรรม ก็อาจจะเป็นอันตรายกับประชาธิปไตย

จากการตรวจสอบกับทีมกฎหมายส่วนตัว “พิธา” ระบุว่า คดีนี้อยู่ในชั้นอนุฯ ป.ป.ช. น่าจะเสร็จสิ้นชั้นนี้ภายในเดือนพ.ย. จึงเป็นไปได้ที่จะมีการชี้มูลในช่วงยุบสภา หากยุบสภาเร็วแล้วมีการเลือกตั้งช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.69

ก็เป็นไปได้ที่พรรคประชาชนจะ “ถูกทำลาย” อีกครั้ง เหมือนพรรคก้าวไกลและพรรคอนาคตใหม่

แม้จะยังไม่อาจฟันธงผลของคดีได้ในเวลานี้ แต่อย่างหนึ่งที่แน่นอนคือ บรรดาแฟนคลับ “ด้อมส้ม” คงต้องจับตาลุ้นระทึกและเอาใจช่วยว่า

ในจำนวน 44 คน ใครจะ “ร่วง” หรือ ใครจะ “รอด”

“พรรคส้ม” จะถูกทำลายให้ล้มลงอีกครั้งหรือไม่?

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน