สถานการณ์ชายแดน ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จนถึงวันนี้ยังคาดเดาไม่ได้ ข้อพิพาทระหว่างกันจะยุติ หรือลงเอยกันอย่างไร

ชายแดนฝั่งอีสานใต้ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเรื่องระหว่างกองกำลังทหารด้วยกัน

ทั้ง 2 ฝ่ายจัดวางกำลังพลและอาวุธ ตรึงอยู่ในเขตฐานที่มั่น คุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ของฝ่ายตนเป็นหลัก

ขณะที่อีกด้านชายแดนฝั่งตะวันออก กลับไม่ใช่แค่เรื่องกองกำลังทหารเท่านั้น

แต่กลับมีเรื่องกลุ่มมวลชน และประชาชน 2 ฝั่งเข้ามาเกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว

ซึ่งถ้าไม่ระมัดระวังกันให้ดี หรือปล่อยให้ลุกลามบานปลาย ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการคลี่คลายความขัดแย้งต่อกัน

ทั้งจะหนักขึ้นไปอีก ถ้าความขัดแย้งนั้นขยายวงกว้างไปสู่ความเกลียดชังของประชาชน 2 ฝ่าย

ดังที่ปรากฏ กลุ่มพลังมวลชนฝั่งไทยใช้วิธีการเปิดเสียงผี และเสียงดังรบกวนการนอนหลับพักผ่อนตอนกลางคืน ให้ได้ยินไปถึงฝั่งชุมชนกัมพูชา

ฝ่ายกัมพูชามองว่าเป็นการข่มขู่ คุกคามทางจิตใจต่อชาวบ้านตามแนวชายแดน

จึงเตรียมยื่นคำร้องเร่งด่วนไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

ส่วนกองทัพบกไทยก็ชี้แจงว่า การเปิดเสียงนั้นเป็นการแสดงออกที่ไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ฝ่ายกัมพูชาบุกรุกแผ่นดินไทย และบิดเบือนสร้างเรื่องราวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยไม่พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“ในทางกลับกันฝ่ายกัมพูชา เมื่อมีการชุมนุมมักใช้วิธีการก้าวร้าว มีสิ่งเทียมอาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ไทยจนได้รับบาดเจ็บ” ข้อชี้แจงฝ่ายไทย

ล่าสุดนอกจากเสียงผีหลอน ผีหลอกแล้ว กลุ่มมวลชนไทยยังใช้วิธีฉายหนังกลางแปลง เป็นเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการอพยพลี้ภัยสงครามของชาวกัมพูชาในอดีต

เรื่องแบบนี้มีความอ่อนไหว และต้องระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในทางสากลโลกล้วนปฏิเสธ และรับไม่ได้

ไม่ใช่เรื่องที่จะมาซ้ำเติม หรือเยาะเย้ย เหยียบย่ำ

ลำพังความขัดแย้งในระดับรัฐบาล และกองทัพ 2 ประเทศ ก็แย่อยู่แล้ว

อย่าให้บานปลายไปสู่ความสัมพันธ์ ความเกลียดชังระดับประชาชนด้วยกันเลย

ข้าวตอกแตก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน