การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันเพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กำลังเป็นเกมวัดใจทางการเมือง ที่มีเส้นตายชัดเจนในปลายเดือนม.ค.2569 ถึงวันนั้น หากร่างแก้ไขยังไม่ผ่านวาระ 3
เมื่อถึงเวลายุบสภา ทุกอย่างจะสูญสลายทันที
นี่คือเงื่อนไขสำคัญจากบันทึกความร่วมมือ MOA ระหว่างพรรคประชาชน กับพรรคภูมิใจไทย ในการจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน”
ที่ผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจเร่งด่วน ก่อนไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ช่วงปลายมี.ค. หรือต้นเม.ย.2569
ถึงตอนนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านวาระแรกที่ประชุมร่วมรัฐสภาไปแล้ว เหลือแค่ขั้นกรรมาธิการ ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ภายในเดือนธ.ค.
ขั้นตอนนี้ฟังเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงกลับเต็มไปด้วย “กับดัก” ที่อาจทำให้ทุกอย่างสะดุดคว่ำลงได้ทุกเมื่อ
ในชั้นกรรมาธิการอาจมีการยื้อ แปรญัตติ ตีความถ่วงเวลาให้ไม่ทัน ยิ่งต้องใช้เสียงจากสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ในวาระ 3 เรื่องยิ่งไม่ง่าย เพราะที่ผ่านมา สว.กลุ่มใหญ่ “สายสีน้ำเงิน” ไม่ปลื้มแนวทางแก้รัฐธรรมนูญแบบถอนราก
ยังไม่นับกระแสที่เริ่มหันมาจับผิดเรื่องการแก้ไข “หมวด 1 หมวด 2” ทั้งที่พรรคฝ่ายค้านยืนยันว่าไม่มีเจตนาแก้หมวดต้องห้ามนี้ แต่ที่ไม่เขียนห้ามไว้ในร่าง เนื่องจากมาตรา 256 เดิมมีบทบัญญัติคุ้มครองอยู่แล้ว
การเขียนห้าม อาจขัดแย้งกับมาตรา 256 ที่เปิดช่องให้แก้ไขได้หากมีการทำประชามติ อีกทั้งในอดีต หมวด 1 เคยมีการแก้ไขมาแล้วในรัฐธรรมนูญปี 60
นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแผนจะทำประชามติยกเลิก MOU 43 และ 44 เข้าไปพร้อมกับการเลือกตั้งด้วย ซึ่งเสี่ยงทำให้ประชาชน “งง” ว่ากำลังลงประชามติเรื่องอะไรแน่
ทั้งหมดนี้จึงเป็นเกมเดิมพันสูง พลาดเมื่อไหร่อาจล้มทั้งกระดาน
เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น จากนี้ไปรัฐบาล ฝ่ายค้าน และทุกพรรคการเมืองจะต้องเร่งสื่อสารต่อสาธารณะเรื่องการไม่แตะหมวด 1 หมวด 2
ชี้แจงให้ชัดว่า MOU 43 และ 44 ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ลดความขัดแย้งภายในกรรมาธิการ เร่งกระบวนการให้ทันกรอบเวลา ล็อบบี้เสียงสว.เพื่อผ่านวาระ 2-3 ให้ได้
สุดท้ายคือจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ประชามติเร่งด่วน เพื่อปูพื้นฐานสร้างความเข้าใจให้ประชาชนก่อนถึงเดือนมี.ค.2569
มันฯ มือเสือ