การเลือกตั้งต้นปี 2569 จะเป็นเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์
ครั้งแรกที่เลือกตั้งสส.พร้อมๆ กับทำ 2 ประชามติ แก้/ไม่แก้รัฐธรรมนูญ และเลิก/ไม่เลิก MOU 43-44
รัฐบาลยกระดับคุณภาพพลเมืองไทย ใช้การเลือกตั้งตัดสินเรื่องสำคัญๆ ของประเทศ 3 เรื่อง
เข้าคูหากาบัตร 4 ใบ ใบหนึ่งเลือกตั้งสส.เขต ใบสองเลือกตั้งสส.บัญชีรายชื่อ ใบสามประชามติรัฐธรรมนูญ ใบสี่ประชามติ MOU
พลเมืองผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (หรือไม่มีสิทธิเลือกตั้งก็สามารถมีส่วนร่วมได้) จำเป็นต้องศึกษา “3 เรื่อง 4 ใบ”
ทำความเข้าใจให้กระจ่างถ่องแท้ก่อนเข้าคูหา เพื่อให้ได้ผลเลือกตั้ง-ประชามติตรงตามเจตนารมณ์เจ้าของประเทศอย่างแท้จริง ด้วยความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องจริงๆ
ไม่ให้ความ “มาก” ของเรื่อง ? ของบัตรเลือกตั้ง ? เป็นอุปสรรคหรือลดทอนสมาธิปัญญาการตัดสินใจ ?!
เปิดสถิติเลือกตั้งก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่มีแค่ “1 เรื่อง 2 ใบ” หรือบางปีมีบัตรใบเดียว แต่เปอร์เซ็นต์ ‘บัตรเสีย’ ถือว่าสูง
เลือกตั้งปี 2566 บัตรเสีย 2,967,735 ใบ จากผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน
เลือกตั้งปี 2562 ใช้บัตรใบเดียว เฉพาะเลือกตั้งสส.เขต (กติกาตอนนั้นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ใช้วิธีคิดคำนวณจนเกิดสูตรพิลึกพิสดารเอื้อบางพรรคการเมือง) มีจำนวนบัตรเสีย 2,137,762 คิดเป็น 5.58%
เลือกตั้งปี 2544 บัตรเสีย 3,737,910 คิดเป็น 6.25%
เลือกตั้งปี 2548 บัตรเสีย 2,874,176 คิดเป็น 4.44%
เลือกตั้งปี 2550 บัตรเสีย 2,661,211 คิดเป็น 4.06%
เลือกตั้งปี 2554 บัตรเสีย 3,767,029 คิดเป็น 5.34%
น่ากังวลห่วงใยยิ่งนักกับเลือกตั้ง “3 เรื่อง 4 ใบ” ที่กำลังใกล้มาถึง
รัฐบาลนำโดยนายกฯ อนุทินยกคณะเข้าหารือกกต.ใหญ่ แล้วพากันเชื่อมั่นศักยภาพพลเมืองไทย ไม่มีปัญหา ไม่ยุ่งยาก ไม่สับสน ไม่จำผิดจำถูก
ได้ผลเลือกตั้งสส. ได้ผลประชามติ ตรงตามความต้องการเจ้าของประเทศ พินิจพิจารณาด้วยข้อมูลความรู้ความเข้าใจ
หาใช่ได้ผลตามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ??!
นายเจ็ดอักษร