รายงานการระเบิดและลุกไหม้ของแฟ็บเล็ตเรือธง “กาแล็กซี โน้ต 7” (Galaxy Note 7) จากค่ายซัมซุง ประเทศเกาหลีใต้ หนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีผู้คนนิยมมากที่สุดของแบรนด์นี้ ถือเป็นหนึ่งในอุบัติการณ์ระดับอีปิกเฟลที่สุดในแวดวงไอทีซึ่งประชาคมโลกต่างตั้งตารอคำอธิบายจากซัมซุง ตั้งแต่แฟ็บเล็ตรุ่นนี้วางจำหน่ายกลางเดือนส.ค. 2559 กระทั่งเรียกคืนและยุติการผลิตไปอย่างถาวร

คำอธิบายนั้นมาถึงแล้วในที่สุด ภายหลังซัมซุงตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 4 ฝ่าย ได้แก่ ชุดสืบสวนภายในองค์กร และองค์กรเอกชนอีก 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ยูแอล บริษัท เอ็กซ์โปเนนต์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และทียูวี ไรน์แลนด์ เอจี จากประเทศเยอรมนี พบว่าสาเหตุของการระเบิดและลุกไหม้ในกาแล็กซี โน้ต 7 มาจากข้อบกพร่องจากการผลิต “แบตเตอรี”

หากยังจำกันได้ กาแล็กซี โน้ต 7 นั้นแบ่งออกเป็น 2 ล็อต ได้แก่ ล็อตแรกที่ประมาณ 2.5 ล้านเครื่อง ที่ทางซัมซุงประกาศเรียกคืนไปในเดือนก.ย. หลังมีรายงานการลุกไหม้กว่า 100 ครั้งทั่วโลก โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีสาเหตุมาจากแบตเตอรีที่ผลิตโดย “ซัมซุง เอสดีไอ” (Samsung SDI) เกาหลีใต้ ซึ่งรับผิดชอบผลิตร้อยละ 70 ของแบตเตอรีทั้งหมดในโน้ต 7 ทำให้ซัมซุงยุติการใช้แบตเตอรีดังกล่าว และเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรีจากบริษัทแอมเเปเร็กซ์ เทคโนโลยี (Amperex Technology Ltd.) ในฮ่องกง ที่ขณะนั้นรับผิดชอบผลิตร้อยละ 30 ของแบตเตอรีทั้งหมดในโน้ต 7 นำมาสู่ล็อตใหม่ที่ทางซัมซุงนำมาเปลี่ยนให้กับลูกค้า แต่กลับมามีรายงานการระเบิดต่อมา สร้างความงุนงงให้กับทั้งซัมซุง และผู้เชี่ยวชาญ กระทั่งกลางเดือนต.ค. ซัมซุง ตัดสินใจเรียกคืนโน้ต 7 ทั้งหมด และยุติการผลิตแฟ็บเล็ตชื่อดัง ท่ามกลางความผิดหวังของเหล่าสาวกที่เฝ้ารอคอยโน้ต 7 มาเนิ่นนาน หลังสมาร์ตโฟนเรือธงกาแล็กซี เอส 7 (Galaxy S7) ของซัมซุงนั้นได้รับความนิยมท่วมท้น

ซีเน็ต ระบุว่า การตรวจสอบของซัมซุงนั้นใช้กำลังคนชนิดทุ่มสุดตัว ด้วยการสร้างห้องปฏิบัติการในสถานที่ผลิตโน้ต 7 ทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ เมืองคูมี จังหวัดกียองซางบุก-โด ประเทศเกาหลีใต้ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมืองหุยโจว มณฑลกวางตุ้ง และนครเทียนจิน ประเทศจีน เพื่อทดสอบโน้ต 7 กว่า 200,000 เครื่อง และแบตเตอรีกว่า 30,000 ก้อน ด้วยวิศวกรกว่า 700 คน มองหาความผิดพลาดทั้งในซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนการตรวจเช็คคุณภาพ และวัสดุประกอบสินค้า รวมทั้งการทำงานของเซ็นเซอร์ตรวจม่านตา (Iris scanner) การประสานงานกันระหว่างโค้ดทุกบรรทัดกับระบบเครื่อง ความร้อน ตลอดจนฟีเจอร์อย่างการชาร์จไฟเร่งด่วน (fast-charging) แต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ ต่อตัวเครื่องโน้ต 7 วิศวกรจึงหันไปมองที่ “แบตเตอรี”

Samsung Note 7 infographic Androidauthority

นายจัสติน เดนิสัน ผู้บริหารฝ่ายการตลาดซัมซุง สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า แบตเตอรีของโน้ต 7 นั้นเป็นแบบ custom-made โดยทางซัมซุงเป็นกำหนดสเป็ก อาทิ ขนาด และค่าทางด้านไฟฟ้า บนกระดาษ ส่งให้ผู้ผลิตซึ่งจะรับผิดชอบกระบวนการออกแบบและนำไปผลิต

ซัมซุง ระบุว่า แบตเตอรีที่ใช้ในล็อตแรก (Battery A) นั้นถูกพบว่า มีการออกแบบที่บกพร่องทำให้เกิด “ไฟฟ้าลัดวงจร” เนื่องจากผู้ผลิตบรรจุแบตเตอรีแพ็กลงไปในห่อแบตเตอรีที่ผลิตออกมามีขนาดเล็กเกินไปจึงไม่สามารถรองรับการยืดขยายและหดตัวของแบตเตอรีขณะปล่อยกระแสไฟและชาร์จไฟเต็มที่ได้ ผลก็คือ ทำให้ขั้วบวกและขั้วลบมาแตะกัน นำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจร และเกิดการระเบิดลุกไหม้

ในกรณีของแบตเตอรีที่ใช้ในล็อตใหม่ (Baterry B) ทางซัมซุงพบว่า มีสาเหตุมาจากคุณภาพการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยแบตเตอรีจากผู้ผลิตรายดังกล่าวในล็อตแรกๆ นั้นทำงานได้ปกติในโน้ต 7 แต่เมื่อซัมซุงเพิ่มยอดสั่งเป็น 10 ล้านก้อน และผู้ผลิตรายดังกล่าวกลายเป็นผู้รับผิดชอบรายเดียวในการผลิตแบตเตอรีให้โน้ต 7 ทำให้เกิดการเร่งผลิตและเกิดความผิดพลาดในกระบวนการ “การเชื่อมอัลตราโซนิก” (ultrasonic welding process) และเกิดการยื่นของขั้วใดขั้วหนึ่งจนทะลุแผ่นกั้น (seperator) นำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจร เพราะขั้วทั้งสองสัมผัสกัน

นายดีเจ โคห์ ผู้บริหารซัมซุง โมบายล์ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เจ็บปวดสำหรับตนอย่างมาก เพราะเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิตการทำงานกับซัมซุงของตนตลอด 33 ปีที่ผ่านมา การที่แบตเตอรีมีข้อบกพร่อง ไม่ใช่แค่จากผู้ผลิตเดียว แต่มีถึงสองผู้ผลิต แม้จะจากคนละสาเหตุ แต่ก็นำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกันนั้น ถือเป็นความบังเอิญที่คงสร้างความประหลาดใจและความเคลือบแคลงสงสัยให้กับเหล่าผู้เฝ้ารอหลายคนที่ต้องการคำอธิบายที่มีความชัดเจนที่สุด โดยซัมซุงจะยกเครื่องระบบการตรวจสอบคุณภาพของแบตเตอรีใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะใช้กับแบตเตอรีทุกชนิดในผลิตภัณฑ์ของซัมซุงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก

“ซัมซุงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยพัฒนาความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่เพียงแต่ของซัมซุงเท่านั้น แต่ยังรวมทั้งอุตสาหกรรม และซัมซุงจะเผยแพร่บทเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อมาตราฐานความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น” ซัมซุงระบุ

นายโคห์ เปิดเผยด้วยว่า สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ กาแล็กซี เอส 8 (Galaxy S8) จะไม่เปิดตัวในงาน โมบายล์ เวิลด์ คองเกรส 2017 เดือนก.พ.นี้ ที่นครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่กาแล็กซี เอส 4 เปิดตัวที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่า กาแล็กซี เอส 8 น่าจะเปิดตัวราวกลางเดือนเม.ย.นี้

แม้มหากาพย์กาแล็กซี โน้ต7 จะจบลง แต่การดิ้นรนที่ยากลำบากเพื่อดึงความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับมาของซัมซุงนั้นเพิ่งเริ่มขึ้น โดยความสำเร็จของ กาแล็กซี เอส 8 (Galaxy S8) ที่กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาคมโลก จะถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของซัมซุง นับตั้งแต่ซัมซุงผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตสมาร์ตโฟนของโลก จะรุ่งหรือจะร่วง ไม่นานก็รู้…

กระบวนการตรวจสอบคุณภาพแบตเตอรีใหม่ของซัมซุง

กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ทั้ง 8 จุด (8-Point Battery Safety Check)
Durability Test
เพิ่มระดับการทดสอบความทนทาน ไม่ว่าจะเป็น การประกอบแบตเตอรี่ ความอดทนต่อแรงกดดันในอุณหภูมิที่แตกต่าง การชาร์จอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอื่นๆ
Visual Inspection
เป็นการตรวจสอบด้วยสายตาเพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างของแบตเตอรี่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าถูกต้องสอดคล้องกับเกณฑ์ทั้งในด้านมาตรฐานและวัตถุประสงค์
X-Ray Test
เป็นการเอ็กซ์เรย์เพื่อตรวจหาสิ่งใดๆ ก็ตามที่อาจเป็นปัญหาของแบตเตอรี่ อาทิ การบิดตัวของขั้วไฟฟ้า ซึ่งเราพบว่าเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของกรณีกาแลคซี่ โน้ต 7
Disassembling Test
เป็นการถอดแยกส่วนประกอบของเซลล์แบตเตอรี่ออกเพื่อตรวจสอบคุณภาพโดยรวมอย่างละเอียด รวมถึงสภาพของการเชื่อมแถบขั้วไฟฟ้าและการบุเทปฉนวน
TVOC Test
เป็นการทดสอบเพื่อตรวจจับว่ามีการรั่วไหลของกระแสไฟหรือไม่ แม้ว่าจะน้อยนิดที่สุดก็ตาม โดยตรวจหาในระดับของส่วนประกอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์ทั้งตัว
DeltaOCV Test
เป็นการตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่โดยการทดสอบความเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟในสภาพอุณหภูมิปกติ
Charge/Discharge Test
แบตเตอรีจะถูกชาร์จไฟจนเต็ม และบังคับให้ปล่อยกระแสไฟจนหมด
Accelerated Usage test
จำลองการใช้งานที่จะดึงพลังงานจากแบตเตอรีจนถึงขีดสุด

มาตรการตรวจสอบความปลอดภัยหลายชั้น (Multi-layer Safety Measures Protocol)
สำหรับเป็นขั้นตอนในการวางแผนการผลิตของซัมซุงให้มีกระบวนการหลากหลายพื่อความปลอดภัยของสมาร์ทดีไวซ์เพื่อเน้นย้ำความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ เริ่มตั้งแต่ กระบวนการออกแบบแบตเตอรี่ที่เน้นความปลอดภัย: ซัมซุงใช้มาตรฐานที่เข้มงวดยิ่งขึ้นกับวัสดุที่นำมาประกอบเป็นแบตเตอรี่ การออกแบบฮาร์ดแวร์: ซัมซุงเพิ่มพื้นที่ว่างระหว่างแบตเตอรี่กับแผงวงจรให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น อัลกอริทึ่มของซอฟต์แวร์: ซัมซุงปรับปรุงอัลกอริทึ่มใหม่สำหรับการควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ขณะทำการประจุไฟฟ้า การควบคุมกระแสไฟฟ้า และระยะเวลาที่ใช้ประจุไฟฟ้า

คณะที่ปรึกษาด้านแบตเตอรี่ รวมรวบทั้งที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการและการค้นคว้า เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดของแบตเตอรี่และนวัตกรรม ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.แคลร์ เกรย์ ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ศ.ดร.เกอร์แบรนด์ ซีเดอร์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์และวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ศ.ดร.หยี คุ่ย ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์และวัสดุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา และดร.โทรุ อามะซูทสึมิ หัวหน้าฝ่ายบริหารบริษัทอามาซ เทคโน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน