เมื่อ 1 ก.พ. สำนักข่าวบีบีซี รายงานอ้างอิงผลงานที่วิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Biology หรือ พีแอลโอเอส ไบโอโลจี พบว่าระบบคอมพิวเตอร์อ่านคลื่นความคิดในสมองของคนไข้ ช่วยทำให้คนไข้ที่ขยับร่างกายไม่ได้ หรือมีอาการล็อกอิน (Locked-in) สื่อสารได้ อย่างน้อยก็ตอบประโยคคำถาม ได้ว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ โดยมีกรณีชายคนหนึ่งถึงกับให้คำตอบย้ำ ไม่ให้ลูกสาวแต่งงาน
งานวิจัยนี้ทดสอบกับผู้ป่วย 4 คนของศูนย์วิจัยวีสส์ (Wyss center) ในสวิตเซอร์แลนด์ ที่เป็นโรค ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis) หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง จนผู้ป่วยควบคุมการขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ แม้กระทั่งขยับนัยน์ตาก็ไม่ได้

การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวอาศัยการตรวจจับการทำงานของเซลล์สมองที่ปรับระดับออกซิเจนในเลือด และแสดงออกที่สีของเลือด ทำให้นักวิทยาศาสตร์อ่านค่าการทำงานของสมองที่ใช้แสงในการตรวจจับสีเลือดผ่านเทคนิคที่เรียกว่า สเปกโตรสโคปี อินฟราเรดระยะใกล้ หรือ Near-infrared Spectroscopy ได้
เช่นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ถามว่า “สามีของคุณชื่อโยอาคิม ใช่หรือไม่” ก็จะใช้คอมพิวเตอร์ในการตีความคลื่นสมองสำเป็นคำตอบ ซึ่งเทคนิคนี้มีความแม่นยำถึง 75% และคำถามจะต้องเป็นคำถามซ้ำๆ เพื่อเก็บคำตอบและความแม่นยำในข้อมูลจากคนไข้
ศาสตราจารย์อุชวาล เชาธะรี ผู้ร่วมคณะวิจัย กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า “การทดสอบนี้จะช่วยเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ลองนึกภาพดูว่าหากคุณไม่สามารถหาทางการสื่อสารกับผู้อื่นได้ แต่คุณตอบกลับได้ว่าใช่ หรือไม่ มันก็จะช่วยสร้างสิ่งดีๆครั้งใหญ่ในชีวิต”
“ยกตัวอย่าง ลูกสาวของคนไข้รายหนึ่งต้องการคำอวยพรจากพ่อเพื่อจะแต่งงานกับแฟนหนุ่ม แต่คำตอบจากพ่อออกมาเป็นคำว่า “ไม่” ถึง 8 ครั้งจาก 10 ครั้ง ไม่ทราบเช่นกันว่าทำไมพ่อถึงจะไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงาน แต่สุดท้ายแล้วคู่รักคู่นี้ก็แต่งงานไป เพราะไม่มีอะไรมาขัดขวางความรักได้” ศ.เชาธะรี กล่าว
รูปแบบของการสื่อสารนี้เริ่มใช้มากขึ้นวันต่อวัน นำไปสู่การสื่อสารในชีวิตประจำวันกับคนไข้ เช่นมีอาการเจ็บปวดหรือไม่ หรือต้องการให้ครอบครัวเข้าเยี่ยมหรือไม่
ศาสตราจารย์จอห์น โดนาห์ฮิว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวีสส์กล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้ว่าจะมีบางคนตกอยู่ในอาการล็อกอิน เขาก็จะสามารถสื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก