เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค. การลุ้นชะตายานอวกาศสำรวจพื้นผิวดาวอังคารขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งสัญญาณขาดหายไป 2 วัน ระหว่างจะลงจอดที่ดาวแดง หมดหวังลงแล้ว เมื่อเธียร์รี บล็องกูแอร์ต ผู้จัดการภารกิจครั้งนี้แถลงว่า ยานดังกล่าวได้กระแทกกับพื้นดาวเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว

ภารกิจดังกล่าวมีชื่อว่า ExoMars (เอ็กโซมาร์) ที่ยุโรปร่วมกับองค์การอวกาศสหพันธรัฐรัสเซีย ส่งยานสเกียปาเรลลี (Schiaparelli EDM lander) เป็นยานสำรวจลงจอดลงไปยังดาวอังคาร แต่การกระแทกกับพื้นผิวดาวอังคารครั้นนี้นับเป็นการสูญเสียยานสำรวจครั้งที่ 2 นับตั้งแต่เสียยานสำรวจดาวอังคาร บีเกิ้ล-2 ที่อังกฤษสร้างเมื่อปี 2546

This artist impression provided by the European Space Agency, ESA, shows the Schiaparelli module with thrusters firing. On Wednesday Oct. 19, 2016 Schiaparelli will enter the martian atmosphere at an altitude of about 121 km and a speed of nearly 21 000 km/h. Less than six minutes later it will have landed on Mars. The probe will take images of Mars and conduct scientific measurements on the surface, but its main purpose is to test technology for a future European Mars rover. Schiaparelli's mother ship ,TGO, will remain in orbit to analyze gases in the Martian atmosphere to help answer whether there is or was life on Mars. (ESA/ATG-medialab via AP)

ภาพจำลองยานสเกียปาเรลลี (ESA/ATG-medialab via AP)

ยานสเกียปาเรลลี เป็นยานสำรวจเพื่อการทดสอบการดีดตัวและร่อนลงจอด (Descent and Landing Demonstrator Module) หรืออีดีเอ็ม จากยานทีจีโอ อุปสรรคสำคัญในขั้นตอนนี้ คือ ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารแม้จะมีความเบาบางกว่าโลก แต่ก็มากพอที่ยานสำรวจต้องได้รับการติดตั้งเกราะกันความร้อนที่จะเกิดขึ้นจากกการเสียดสีของผิวยานกับชั้นบรรยากาศ ส่วนเซ็นเซอร์ภายในของเซียปาเรลลีจะคอยส่งข้อมูลเรื่องความเร็วลม ทิศทางลม ความชื้นในอากาศ ความดันบรรยากาศ และอุณหภูมิพื้นผิว ไปยังทีจีโอ

33

จากซ้าย ทีจีโอ, สเกียปาเรลลี่ และโรเวอร์

ขั้นตอนการลงจอดของสเกียปาเรลลีจะใช้การทำงานร่วมกันระหว่างร่มชูชีพซึ่งจะกางออกที่ระยะทางครึ่งหนึ่งก่อนถึงพื้นผิวดาวอังคารเพื่อลดความเร็วของยานลง ไม่กี่นาทีต่อมา สเกียปาเรลลีจะทิ้งเกราะกันความร้อนพร้อมลงชูชีพออกและพุ่งลงไปยังพื้นผิวด้วยความเร็วราว 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะใช้เครื่องยนตร์ไอพ่นเพื่อลดความเร็วลงจนเหลือราว 4 ก.ม.ต่อชม. และหยุดทำงานอัตโนมัติที่ระยะห่างจากพื้น 2 เมตร แต่การลงจอดของเซียปาเรลลี กลับไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

Schiaparelli ( AP)

Schiaparelli ( AP)

ภารกิจ ExoMars เป็นโครงการสำรวจดาวอังคารที่ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ภารกิจปี 2559 และภารกิจปี 2563 ทั้งหมดประกอบด้วยยานแม่ปล่อยหน่วยสำรวจ 2 ลำ และหน่วยสำรวจพื้นผิวอีก 2 ลำ โครงการเริ่มขึ้นตั้งแต่รอสคอสมอสใช้จรวดโปรตอนส่งยาน The Trace Gas Orbiter (TGO) และสเกียปาเรลลี ในเดือนมี.ค. 2559 และเดินทางถึงดาวอังคารในเดือนต.ค.นี้

%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%a5

ตามแผนที่วางไว้ทางทีจีโอจะทำหน้าที่สำรวจชั้นบรรยากาศจากวงโคจร โดยมีหน้าที่หลักเพื่อค้นหาก๊าซมีเทน เนื่องจากเป็นก๊าซที่มีองค์ประกอบจากธาตุหลักในสิ่งมีชีวิตบนโลก ได้แก่ ไฮโดรเจน และคาร์บอน ส่วนสเกียปาเรลลีจะทำหน้าที่สำรวจองค์ประกอบบรรยากาศจากภาคพื้นดินของดาวอังคาร

ห้องควบคุมของ ESA ในเมืองดาร์มสตัด เยอรมนี / AFP PHOTO /

ห้องควบคุมของ ESA ในเมืองดาร์มสตัด เยอรมนี / AFP PHOTO /

จากนั้นปี 2563 รอสคอสมอสจะส่งยานสำรวจอีกหนึ่งลำไปยังดาวอังคาร มีกำหนดทะยานขึ้นจากโลกในเดือนก.ค. 2563 โดยยานสำรวจของรัสเซียถือเป็นแพล็ตฟอร์มลงจอดเมื่อลงไปถึงพื้นผิวดาวอังคารก็จะกางออกให้ยานสำรวจโรเวอร์ลงไปวิ่งบนดาวอังคารได้ในปี 2564

AFP PHOTO

AFP PHOTO

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน