พระเกจิชื่อดังสุพรรณบุรี – “พระครูสุวรรณศาสนคุณ” หรือ “หลวงปู่นาม สาสนปโชโต” ชาวบ้านต่างเรียกขานว่า “หลวงปู่ผู้เฒ่า” พระเกจิอาจารย์แห่งสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

เป็นพระเถระยึดหลักคำสอนแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งทางใจแก่พุทธศาสนิกชนผู้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม
แต่แล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2563 ชาวเมืองสุพรรณต้องได้รับทราบข่าวเศร้า หลวงปู่นามละสังขารด้วยอาการสงบ จากอาการอาพาธด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต
สิริอายุ 98 ปี พรรษา 78
สร้างความเศร้าสลดอาลัยแก่คณะศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง
มีนามเดิมว่า นาม มณีวงศ์ เกิดเมื่อ วันที่ 18 ก.ค.2464 ที่บ้านเลขที่ 108 หมู่ที่ 1 บ้าน ทำเน ต.บ้านกร่าง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายสา และนางบัว มณีวงศ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 7 คน หลวงปู่นามเป็นบุตรคนที่ 4
ในวัยเด็กใช้ชีวิตตามประสาเด็กธรรมดาทั่วไป ช่วยพ่อแม่ทำนา เรียนหนังสือกับหลวงปู่เหมือน ที่วัดน้อยชมภู่ ทั้งอักขระขอม-ไทย และฟังธรรมะ คำสอนของหลวงปู่เหมือน ทำให้ท่านมีใจอ่อนน้อม และเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
เมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมา วัดบ้านกร่าง โดยมีพระเมธีธรรมสาร (ไสว ธัมมสาโร) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดทวี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการ สวงศ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จำพรรษาศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ อีกทั้งยังสามารถท่องจำพระปาฏิโมกข์ ได้เพียง 45 วัน
มีโอกาสร่ำเรียนวิทยาคมและฝากตัวเป็นศิษย์รับใช้หลวงพ่อไสว ควบคู่ไปกับการเล่าเรียนศึกษามูลกัจจายน์ บาลี อักษรขอม ไทย จึงทำให้ท่านมีความรู้แตกฉาน สำหรับหลวงพ่อไสว อดีตเจ้าคณะอำเภอศรีประจันต์ หรือที่ชาวบ้านแถบนั้นรู้จักในนามหลวงพ่อวัดบ้านกร่าง ชาวสุพรรณในสมัยนั้น ต่างให้ความเคารพนับถือท่านมาก
ดังนั้น หลวงปู่นามสืบทอดพุทธาคมในสายวิชาอย่างเอกอุ ทั้งในด้านการเจริญสมถะ วิปัสสนากัมมัฏฐาน การอธิษฐานจิต จากนั้นจึงย้ายมาจำพรรษาที่วัดน้อยชมภู่ วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ยังได้ร่ำเรียนศึกษาวิทยาคมจากหลวงปู่ขำกับหลวงพ่อเนียม วัดน้อย อีกด้วย
ส่วนหลวงพ่อแต้ม วัดพระลอย ศิษย์หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ก็มีความสนิทสนมกับหลวงปู่นาม ด้วยหลวงปู่เคยไปอยู่กับท่าน เพื่อศึกษาวิชาในสายหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ทั้งยังเดินทางไปมาหาสู่เรียนวิชากับหลวงปู่คำ วัดหน่อพุทธางกูร, หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว, หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ ฯลฯ
ยังเป็นสหธรรมิกกับพระเกจิที่มีชื่อเสียงเมืองสุพรรณหลายรูป อาทิ หลวงพ่อจวน วัดไก่เตี้ย, หลวงพ่อฮวด วัดดอนโพธิ์ทอง, หลวงพ่อดี วัดพระรูป, หลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์, หลวงพ่อพล วัดวังยายหุ่น ฯลฯ
ครั้นเมื่อศึกษาพระธรรมวินัย วิทยาคมต่างๆ จนเป็นที่พอใจ จึงกราบลาครูบาอาจารย์ ออกปฏิบัติธุดงค์ หาความสงบเงียบเพื่อเจริญพระกัมมัฏฐาน เดินลัดเลาะตามป่าขึ้นไปปักกลดอยู่ที่ยอดเขากระเสียว
ต่อจากนั้นหลวงปู่เดินทางไปตามป่าเขาหลายแห่งทั่วประเทศ สมความตั้งใจท่าน จึงได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดน้อยชมภู่ ก่อน พ.ศ.2500 ต่อจากนั้นได้รับมอบหมายให้เป็น ผู้รักษาการเจ้าอาวาส ในปีพ.ศ.2501
พ.ศ.2506 เป็นเจ้าอาวาสวัดน้อยชมภู่ และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2522 เป็นเจ้าคณะตำบลวังยาง อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
พ.ศ.2527 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามที่พระครูสุวรรณศาสนคุณ
อบรมสอนสั่งพระภิกษุ-สามเณร รวมทั้งประชาชนญาติโยมทั้งใกล้ไกล ให้รู้จักศีลธรรม เป็นคนดีของสังคม ไม่เบียดเบียนกัน ให้รู้รักสามัคคี รวมทั้งให้เป็นคนที่มี หลักธรรมประจำใจ และให้หมั่นกระทำบำเพ็ญในการให้ทาน การรักษาศีล และการภาวนา เป็นต้น
ตลอดชีวิตอาศัยในร่มเงาพระพุทธศาสนา ประกอบคุณงามความดีด้วยจิตใจที่ผ่องแผ้ว แม้จะละสังขารลาโลกไปแล้ว แต่คุณงามความดีที่ได้ประกอบศาสนกิจมาตลอดชีวิต
จะเป็นที่จดจำของชาวเมืองสุพรรณบุรีอย่างมิลืมเลือน