‘อียู’ไฟเขียวเปิดให้คนไทยบินเข้าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปได้แล้วยกเป็นดินแดนที่ปลอดภัยไข้โควิด 1 ใน 11 ชาติ ศบค.ปลื้มอีกยังไร้ผู้ป่วยโควิดจากสถานที่กักกันเป็นวันที่ 2 ติดเชื้อในประเทศเป็น 0 ต่อเนื่อง 78 วัน ยอดสะสมคงที่ 3,351 ราย ทั่วโลกป่วย 20.2 ล้านราย จับตาสหรัฐ-อินเดียป่วยรายใหม่เกิน 5 หมื่นราย เผยฟิลิปปินส์สูงสุดในอาเซียน 6,725 ราย มีไฟลต์บินมาจากมะนิลา 15 ส.ค.นี้ กลับจากสหรัฐ 11-14-16 และ18 ส.ค.
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูล COVID-19 ว่า วันเดียวกันนี้ผู้ป่วย โควิด-19 รายใหม่ เป็น 0 ราย รักษาหาย เพิ่ม 3 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,351 ราย หายกลับบ้านรวม 3,163 ราย ยังรักษาในร.พ. 130 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย โดยประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ หรือเป็น 0 ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แต่ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 78 ติดต่อกัน
สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 20,249,135 ราย อาการรุนแรง 64,542 ราย รักษาหายแล้ว 13,113,179 ราย เสียชีวิต 738,715 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 5,251,446 ราย เป็นผู้ป่วยใหม่ 5.2 หมื่นราย 2. บราซิล จำนวน 3,057,470 ราย เป็นรายใหม่ 2.18 หมื่นราย 3. อินเดีย จำนวน 2,267,153 ราย เป็นรายใหม่ 5.3 หมื่นราย 4. รัสเซีย จำนวน 892,654 ราย เป็นรายใหม่ 5.1 พันราย และ 5. แอฟริกาใต้ จำนวน 563,598 ราย เป็นรายใหม่ 3.7 พันราย
สำหรับประเทศในเอเชียที่พบผู้ป่วยอย่าง ต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย รายใหม่ 5.3 หมื่นราย ปากีสถาน รายใหม่ 539 ราย บังกลาเทศ 2,907 ราย อินโดนีเซีย 1,687 ราย ฟิลิปปินส์ 6,725 ราย ญี่ปุ่น 1,207 ราย เวียดนาม 6 ราย
ส่วนการนำคนไทยกลับประเทศ วันที่ 11 ส.ค. มีเข้ามา 3 เที่ยวบิน คือ สหรัฐอเมริกา (ผ่านไต้หวัน) 96 ราย สหรัฐ (ผ่านฮ่องกง) 51 ราย และเยอรมนี (แฟรงก์เฟิร์ต) 220 ราย รวม 367 ราย วันที่ 12 ส.ค. มีเที่ยวบินจากโซล เกาหลีใต้ 123 ราย วันที่ 13 ส.ค. มี 4 เที่ยวบิน จากอุซเบกิสถาน ญี่ปุ่น (โตเกียว) ไต้หวัน และเกาหลีใต้ (โซล)
วันที่ 14 ส.ค. มี 6 เที่ยวบิน จากไต้หวัน สิงคโปร์ จีน (เซี่ยงไฮ้) สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา (ผ่านเกาหลีใต้) และฮ่องกง วันที่ 15 ส.ค. มี 6 เที่ยวบิน มาจากฟิลิปปินส์ (มะนิลา) เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) ฮ่องกง เยอรมนี (ฮัมบูร์ก) และสหราชอาณาจักร (ลอนดอน)
วันเดียวกัน สหภาพยุโรป หรือ อียู อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจาก 11 ชาติที่อยู่นอกอียู ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย สามารถเดินทางเข้าอียูได้ โดยคณะมนตรีแห่งอียู ได้ทบทวนสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ส.ค. พร้อมกับประกาศรายชื่อกลุ่มประเทศที่อียูจัดว่า “ปลอดภัย” จากโควิด-19 และตัดสินใจยกเลิกการห้ามเดินทางเข้าอียู
โดยประเทศที่อยู่ในกลุ่มประเทศปลอดภัยล่าสุด มี 11 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย, แคนาดา, จอร์เจีย, ญี่ปุ่น, นิวซีแลนด์, รวันดา, เกาหลีใต้, ตูนิเซีย, อุรุกวัย และไทย ทั้ง 11 ประเทศสามารถเดินทางเข้าอียูได้แล้ว ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. นอกจากนี้ อียูจะยกเลิกการห้ามนักท่องเที่ยวจากจีนเข้าอียูด้วย โดยมีเงื่อนไขว่าจีนจะต้องทำอย่างเดียวกันต่ออียู
ทั้งนี้ คณะมนตรีแห่งอียูจะประกาศรายชื่อกลุ่มประเทศปลอดภัยจากโควิด-19 ที่ปรับปรุงใหม่ ทุกๆ 2 สัปดาห์ หลังจากได้ทบทวนสถานการณ์ระบาดและมาตรการในการควบคุมโควิด-19 ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกแล้ว โดยการปรับปรุงรายชื่อประเทศในกลุ่มประเทศปลอดภัยจากโควิดนี้ อาจเป็นการเพิ่มชื่อ หรือตัดชื่อก็ได้ ซึ่งในครั้งนี้มีประเทศที่ถูกตัดออกจากกลุ่มประเทศปลอดภัย 1 ประเทศคือ โมร็อกโก หลังจากสถานการณ์ระบาดในประเทศนี้แย่ลง โดยโมร็อกโกมีผู้ติดเชื้อ โควิด-19 สะสมล่าสุด 30,662 คน และมียอดผู้เสียชีวิต 461 คน
วันเดียวกัน นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ส่งหนังสือ ด่วนที่สุด เรื่อง การทดลองเปิดเรียนแบบออน-ไซต์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เต็มรูปแบบทั่วประเทศ ถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศรับทราบ
ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในการพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการการเฝ้าระวังของโรคดังกล่าว
โดยการทดลองเปิดเรียนแบบออน-ไซต์ของสถานศึกษาเต็มรูปแบบ แต่นักเรียนจะต้องจดบันทึกการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ หลังเลิกเรียน เพื่อเป็นมาตรการในการติดตามนักเรียนหากมีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในสถานศึกษา และสถานศึกษาจะต้องปรับการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียนเพื่อใช้ห้องเรียนให้น้อยที่สุด โดยสามารถทดลองเปิดเรียนแบบออน-ไซต์เต็มรูปแบบทั่วประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.เป็นตันไป
วันเดียวกัน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่ง เจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงกรณีข่าวชายชาวญี่ปุ่นติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางกลับจากไทย เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่า กรมควบคุมโรคได้ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR national focal point) ของประเทศญี่ปุ่นทันที เพื่อสอบสวนโรค ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม และติดตามบุคคลรายดังกล่าวแล้ว เบื้องต้น พบว่าผู้เดินทางจากไทยไปญี่ปุ่น ตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 มี 2 เหตุการณ์ คือ
1. ชายไทย อายุ 24 ปี เดินทางไปทำงานก่อสร้างที่ญี่ปุ่น กลับมาไทยเมื่อวันที่ 7 ก.ค. เข้ารับการกักตัวในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด จนถึงวันที่ 21 ก.ค. 2563 ได้รับการตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ไม่พบเชื้อทั้ง 2 ครั้ง จากนั้นเดินทางกลับบ้านที่ จ.เชียงราย พักอยู่บ้านกับมารดาเพียง 2 คน ไม่ได้เดินทางไปไหน และวันที่ 29 ก.ค. ไปเกณฑ์ทหารโดยปฏิบัติตัวป้องกันโรคโควิดอย่างเคร่งครัด ต่อมาเดินทางไปญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮาเนดะ กรุงโตเกียว วันที่ 1 ส.ค. ได้รับการเก็บน้ำลายส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลเป็นบวก ถูกส่งเข้าสถานที่กักตัวของรัฐ
“หลังทราบผลได้แจ้งให้มารดาที่ จ.เชียงรายทราบ มารดาจึงไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยมีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลไม่พบเชื้อ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงราย จึงติดตามผู้สัมผัสที่เป็นเพื่อน 3 คน และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 28 คน รวมทั้งสิ้น 32 ราย ผลไม่พบเชื้อทั้งหมด และวันที่ 8 ส.ค. ได้แจ้งมาทางมารดาว่า โรงพยาบาลในญี่ปุ่นตรวจซ้ำอีก 2 ครั้งหลังกักกัน 7 วัน ผลตรวจเป็นลบทั้งสองครั้ง และอนุญาตให้ออกจากสถานที่กักกัน จึงสรุปได้ว่ารายนี้ไม่น่าใช่ผู้ติดเชื้อโควิด-19” นพ.สุวรรณชัยกล่าว
นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า 2. ชายชาวญี่ปุ่น อายุ 47 ปี เดินทางจากไทยเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ได้รับการตรวจน้ำลายหาเชื้อโควิดที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮาเนดะ ผลเป็นบวก รายนี้ได้ประสานงานผ่านกลไกกฎอนามัยระหว่างประเทศ อยู่ระหว่างรอรายละเอียดการอาศัยและผู้สัมผัสที่อยู่ในไทย อีกทั้งได้ประสานสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบที่อยู่และค้นหาผู้สัมผัส ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการเช่นเดียวกัน และเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว จะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป