ก.อุตฯแจง-ยังไม่สรุป
ต้นตอทำชาวบ้านป่วย
คุกเทพไท ตัดสิทธิ์ 10ปี
คณะทำงานสภาปัดวุ่น
ตั้ง‘เสี่ยโป้’นั่งที่ปรึกษา
รัฐบาลโฉ่อีก แฉเอกสารตั้งงบประมาณปี 64 ถึง 111 ล้าน สู้คดีเหมืองทองอัครา หลัง ‘บิ๊กตู่’ ใช้มาตรา 44 สั่งปิดเมื่อปี 59‘วิษณุ’อ้างไม่ใช่เรื่องแปลก รัฐบาลทุกยุคก็ทำ ก.อุตฯยอมรับกับกมธ.งบฯ ยังไม่สรุปสาเหตุชาวบ้านป่วยมาจากสารพิษเหมืองแร่ คณะทำงานสภาปฏิเสธตั้ง ‘เสี่ยโป้’ นั่งที่ปรึกษา อ้างแค่เชิญมาให้ข้อมูลบ่อนพนัน ฝ่ายค้านนัด 1 ก.ย.ลงชื่อหนุนร่างแก้รธน.ฉบับพรรคก้าวไกล ชงปิดสวิตช์ส.ว. ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชสั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ‘เทพไท-น้องชาย’ คดีทุจริตเลือกตั้งนายกอบจ. ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ก่อนได้ประกันตัว ‘วิษณุ’ ฟันธงยังไม่พ้นสภาพส.ส.

เอกสารเหมือง – เอกสารสรุปผลการประชุม กมธ.พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 2564 ระบุรัฐบาลปกป้องเรื่องสุขภาพประชาชนใช้ ม.44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา ทั้งที่ยังไม่มีผลสรุปว่าเป็นต้นเหตุทำให้ชาวบ้านป่วยหรือไม่ ทำให้ถูกเอกชนฟ้องร้องค่าเสียหายจำนวนมหาศาลในขณะนี้
แฉรัฐตั้งงบ 111 ล.สู้คดีเหมืองอัครา
เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฮชแท็ก #เหมืองทองอัครา กลับมาติดเทรนด์ทวิตเตอร์อีกครั้ง เมื่อมีการเผยแพร่เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 ระบุถึง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย กับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด จากประเทศออสเตรเลีย จำนวน 111 ล้านบาท ในกรณีที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สั่งปิดเหมืองทอง อัครา เมื่อปี 2559 เหตุการณ์ที่ทำให้ไทยอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายมูลค่าถึง 3 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบงบย้อนหลังกลับไปในปี 2562 และ 2563 พบว่ามีการใช้งบเพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างไทยกับบริษัทคิงส์เกตฯ ไปแล้ว 60 ล้านบาทและ 217 ล้านบาทตามลำดับ หากรวมงบในปี 2564 ตามเอกสารที่มีการเปิดเผยออกมาล่าสุด รัฐบาลจะใช้งบในการระงับข้อพิพาทครั้งนี้อย่างน้อย 388 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าเสียหายในกรณีที่อาจแพ้คดีอีกถึง 3 หมื่นล้านบาท
เหตุใช้มาตรา 44 สั่งปิด
สำหรับข้อพิพาทเหมืองทองอัครา คือกรณีรัฐบาล คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งที่ 72/2559 สั่งระงับการอนุญาตและการทำเหมืองแร่ทองคำทั้งหมดในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว โดยต้องระงับการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 เป็นต้นไป ส่งผลให้ บริษัท คิงส์เกตฯ ผู้ชนะประมูล ที่ได้สิทธิสัมปทานการขุดเหมืองชาตรีใต้ (บริเวณรอยต่อ จ.พิจิตร พิษณุโลกและเพชรบูรณ์) รวม 1,259 ไร่ ระยะเวลา 20 ปีที่จะสิ้นสุด วันที่ 18 มิ.ย.2563
พร้อมขยายพื้นที่ทำเหมืองที่ได้สิทธิสัมปทานเพิ่มเติมในจ.พิจิตร เหมืองชาตรีเหลืออีก 9 แปลง พื้นที่ 2,466 ไร่ ระยะเวลา 20 ปี ซึ่งจะครบในวันที่ 20 ก.พ.2571 ที่มีบริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) บริษัทลูกในไทย ดำเนินการขุดเหมือง ต้องปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ถาม‘บิ๊กตู่’ปมรับผิดชอบเอง
ทางบริษัทคิงส์เกตฯ จึงนำเรื่องสู่กระบวน การอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ตามข้อบังคับ UNCITRAL Arbitration Rules ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทยออสเตรเลีย (TAFTA) เพื่อให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหายจากการปิดเหมืองกว่า 3 หมื่นล้านบาท หลังจากเจรจากับรัฐบาลไทยแล้วตกลงกันไม่ได้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุไว้กลางที่ประชุมครม.เมื่อปี 2562 ว่าจะรับผิดชอบกับกรณี ดังกล่าวด้วยตัวเอง
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุ พล.อ.ประยุทธ์ เคยประกาศว่า จะรับผิดชอบเองต่อการใช้มาตรา 44 ปิดเหมืองทองอัครา แล้วมาใช้ภาษีของประชาชน ในการระงับข้อพิพาททำไม ปี 2562 ใช้ไป 60 ล้านบาท ปี 2563 ใช้ไป 217 ล้านบาท ปี 2564 ตั้งงบ 111 ล้านบาท รวม 3 ปี 388 ล้านบาท เข้าไปแล้ว และไม่รู้ว่าจะต้องเสียอีกเท่าไร
อุตฯยังไม่สรุปกระทบชาวบ้าน
รายงานข่าวจากสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2564 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ได้พิจารณางบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีการตั้งงบ 111 ล้านบาทไปสู้คดีเหมืองทองอัครานั้น มีการระบุในเอกสารชี้แจงว่า ผลของการที่ถูกดำเนินคดีเป็นผลมาจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในการสั่งปิดนั้น ในการประกอบการของบริษัทอัคราไมนิ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 จะมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่
หลังจากนั้นมีการตรวจสอบพบว่าจากการตรวจเลือกของประชาชน พบสารหนักในร่างกายเกินค่ามาตรฐานเป็นจำนวนมาก รัฐบาลในขณะนั้นมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง
โดยคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ลงพื้นที่และตรวจสอบตามหลักฐานต่างๆ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าปัญหาที่เกิดกับประชาชนในพื้นที่เกิดจากเหมืองหรือไม่ และมีข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้คนในพื้นที่ในการสนับสนุนการทำเหมือง รัฐบาลขณะนั้นจึงต้องการที่จะปกป้องประเด็นเรื่องสุขภาพประชาชนในพื้นที่ จึงเลือกที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองแร่ทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป
ป.ป.ช.ลุยหาข้อมูลติดสินบนจนท.
น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ส่งข้อมูลและหลักฐานที่ได้รับจาก Australian Securities and Investment Commission (ASIC) หรือ ก.ล.ต.ออสเตรเลีย กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่านายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีตรมว.อุตสาหกรรม และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรมว.มหาดไทย ผู้ถูกกล่าวหา เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อให้กลุ่มบริษัท คิงส์เกตฯ ได้ประโยชน์ในการสำรวจและทำเหมืองแร่ในพื้นที่ จ.สระบุรี เพชรบูรณ์ พิจิตร และพิษณุโลก โดยมิชอบว่า คดีมีความซับซ้อนและแยบยล เป็นคดีระหว่างประเทศ จึงแยกประเด็นไต่สวนเป็น 2 กรณี
1.กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขณะนี้มีข้อมูลจากอีเมล์พบว่า มีเส้นทางการเงินเข้ามาจริง มีการพักเงินที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ จึงนำเข้ามาไต่สวนในสำนวน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ โดย ป.ป.ช. ดำเนินการสืบหาเส้นทางการเงินดังกล่าวกับบัญชีอีเมล์ปลายทาง เหมือนปลายทางจะรับปากบ้าง ไม่รับปากบ้าง ฝ่ายป.ป.ช.เดินทางไปต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้ความร่วมมือ ขณะนี้พยายามเต็มที่เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในอีเมล์ฉบับนี้ แต่ต้องมีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการจากต่างประเทศก่อน
2.กรณีการปฏิบัติหน้าที่ทางอาญาของ เจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อ 2-3 เดือนก่อน ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ป.ป.ช.เคยประสานงานอย่างไม่เป็นทางการกับฝ่ายอัยการแล้วว่าข้อมูลเหล่านี้เพียงพอหรือไม่ แต่ตอนนี้เรารอข้อมูลเพียงอย่างเดียว คิดว่าเราสู้เต็มที่ การเรียกค่าเสียหาย 6-7 พันล้านบาทกับประเทศ โดยมีการทุจริตเชิงนโยบายนั้น ไม่เป็นธรรม แต่มุมของเราได้ลงโทษทางอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐไปแล้วในส่วนนี้
‘วิษณุ’ชี้ตั้งงบมีทุกยุค-ไม่แปลก
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิจารณ์รัฐบาลใช้เงินจำนวนมากเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีเหมืองทองอัครา ว่า การใช้งบต่อสู้คดี รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่เป็นข้อพิพาทในอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และฟ้องในศาลต่างประเทศ หรือในองค์การการค้าโลก ก็ต้องเสนองบและจ้างทนาย ส่วนจะถูกหรือแพงก็ไม่ทราบ เป็นเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างคดีบริษัทวอลเตอร์ บาว ของเยอรมันฟ้องรัฐบาลไทย หรือคดีบริษัทฟิลลิปส์ มอร์ริส ของฟิลิปปินส์ เป็นต้น ก็เป็นธรรมดา เราไม่ฟ้องเขา เขาก็ฟ้องเรา แต่ส่วนใหญ่เขาจะฟ้องเรา ดังนั้น ต้องจ้างทนายระหว่างประเทศ โดยฝ่ายไทยจะมีอัยการเป็นผู้ประกบ
ในคดีวอลเตอร์ บาว คดีดอนเมืองโทลล์เวย์ ใช้ค่าทนายกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้นการที่กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งงบส่วนนี้ เป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่อย่างนั้นจะเอาเงินที่ไหนไปสู้คดี ซึ่งบริษัทเอกชนมีเงินจ้างทนาย แต่เราต้องใช้อัยการฟรี บางทีอัยการทำไปสามวันดี สี่วันย้าย ก็เป็นปัญหา เราก็ต้องไปจ้างทนาย ซึ่งมีหลายคดีต้องใช้เงินจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งงบลักษณะนี้ สืบเนื่องจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา นายวิษณุกล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดถึงจุดนั้นเลย เอาให้รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัยค่อยว่ากันอีกที เพราะการที่รัฐใช้อำนาจไปเพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เมื่อได้ในทางหนึ่งก็ไปเสียอีกทางหนึ่ง เป็นธรรมดา ให้ย้อนคดีวอลเตอร์ บาว ที่ต้องการให้ประชาชนได้จ่ายค่าผ่านทางในราคาถูก แต่ปรากฏว่าไปกระทบกิจการในเยอรมันจนเขาล้มละลาย จึงกลับมาฟ้องเรา เมื่อถามว่าแสดงว่าเมื่อใช้กฎหมายปกติก็ต้องใช้ค่าดำเนินการเหล่านี้อยู่แล้ว นายวิษณุกล่าวว่า ถูกต้องเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก
เด็กปชป.จี้รัฐบาลเร่งแก้ไข
นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลควรพิจารณาแก้ไขเรื่องความขัดแย้งกรณีเหมืองทองอัครา ที่เกิดจากการผิดสัญญาที่รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 ด้วยคำสั่งคสช.ที่ 72/2559 ลงวันที่ 14 ธ.ค. 2559 ที่ประกาศว่าผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำจะต้องระงับการประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป ทำให้รัฐบาลไทยตกป็นจำเลยต่อบริษัทอัคราไมนิ่ง จำกัด ที่เรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหายมากถึง 750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 22,672 ล้านบาท เป็นคดีตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย. 2560 และหากเกิดพลาดพลั้งแพ้คดี มีข่าวที่ไม่เป็นมงคลว่า อาจต้องจ่ายเงินชดใช้เพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท
“ผมทราบว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งเฉย เพราะกระบวนการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด และยังไม่มีคำ วินิจฉัยออกมา จึงยังคงมีความหวังและมีโอกาส แต่คดีที่ไม่มีโอกาสเลย คือการฟ้องร้องกันระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กับเอกชน กรณีโครงการโฮปเวลล์ ที่รฟท.เป็นฝ่ายแพ้คดี รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม ได้พยายามหาข้อมูลใหม่ที่จะเอาชนะในคดีนี้ให้ได้ แต่สุดท้ายศาลวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุดแล้ว รัฐบาลต้องชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่ศาลสั่ง ดังนั้น รัฐบาลควรจัดลำดับว่า เรื่องใดสำคัญที่ต้องทำก่อน มากกว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำ เพราะเป็นคำสั่งศาลที่สิ้นสุดแล้วและความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยถึงวันละ 24 ล้านบาท สังคมอาจถามหาผู้รับผิดชอบในกรณีที่รัฐบาลเพิกเฉย” นายอันวาร์ กล่าว
‘จุรินทร์’กั๊กลงมติเรือดำน้ำ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคมีมติไม่ให้โหวตผ่านงบจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำมูลค่า 22,500 ล้านบาท ในชั้นกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ว่า ความจริงให้ไปหารือในกมธ.ว่า สุดท้ายแล้วจะดำเนินการอย่างอื่นได้หรือไม่ ต้องรอดูว่าผลออกมาเป็นอย่างไร เมื่อไปหารือก็ต้องแจ้งกลับมาให้พรรคทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดยืนของพรรคประชา ธิปัตย์คือให้เดินหน้าจัดซื้อเรือดำน้ำใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยืนยันว่าที่ประชุมกมธ.งบชุดใหญ่น่าจะหาทางออกได้ว่าจะทำอย่างไร และการจะตัดสินใจอย่างไร ต้องพิจารณาประกอบกันหมดว่าขณะนี้เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เคยพูดแล้วว่าเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องสังคมมีความสำคัญ จึงต้องรู้ว่าทางออกที่ดีที่สุดควรจะเป็นอย่างไร ขอให้คนที่มีหน้าที่ได้พูดคุยกันก่อน
ต่อข้อถามว่าอาจเสนอทางเลือกให้ซื้อเรือดำน้ำแค่ 1 ลำ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ขอลงรายละเอียด เดี๋ยวจะกลายเป็นการชี้นำ เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะไม่มีลงมติโหวตสวนพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไปไม่ถึงขั้นตอนลงมติ ตอนนี้ให้ไปหารือเพื่อไปหาทางออกร่วมกันก่อน
เด็กพปชร.ยื่นสอบจริยธรรม2ส.ส.
ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 230(2) ตรวจสอบพฤติกรรมของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในกมธ.งบปี 2564 ว่าเป็นไปตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมส.ส.และกมธ. 2553 ข้อ 23 และข้อ 234 หรือไม่
การออกมาให้ข้อมูลของบุคคลทั้งสองว่ามีทุจริตจัดซื้อเรือดำน้ำ และจักรยานยนต์ไทเกอร์ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยเฉพาะการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่นายยุทธพงศ์ อ้างว่ามีนายพล บิ๊กป.มาสั่งการให้นายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ลงมติให้รัฐบาลอีก 1 เสียง เป็นเรื่องจริงหรือเพียงมีเจตนาทางการเมือง ต้องการสร้างข่าวก่อความวุ่นวาย ใส่ร้ายบุคคลเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งการตรวจสอบทำได้ไม่ยาก แค่เช็กโทรศัพท์ที่เข้ามาที่มือถือของนายสุพล ขณะทำหน้าที่ประธานอนุกมธ.พิจารณาเรื่องนี้ก็รู้แล้ว
ฝ่ายค้านร่วมก้าวไกลชงแก้รธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค โดยในที่ประชุมได้พูดคุยถึงกรณีความเห็นที่ไม่ลงตัวระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยระบุว่า เรื่องอดีตขอให้มองข้ามไป ขอให้มองไปที่อนาคต และทำงานร่วมมือกันในกรอบใหญ่ๆ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีข้อสรุปว่าใน วันที่ 1 ก.ย. พรรคก้าวไกลจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคก้าวไกลที่มีการเสนอแก้มาตรา 272 ที่ลดอำนาจส.ว. ไปให้พรรคร่วมฝ่ายค้านช่วยลงชื่ออีกครั้ง โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ จะร่วมลงชื่อด้วย ส่วนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีมติไปแล้วอาจจะ ไม่สามารถร่วมลงชื่อได้ แต่หากจะมีการเปลี่ยนแปลงคงต้องรอให้มีมติใหม่จาก ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย
ปฏิเสธตั้ง‘เสี่ยโป้’เป็นกุนซือ
ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ปัญหาศึกษาการพนัน และบ่อนการพนันออนไลน์ ในกมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการแต่งตั้งนายสันธนะ ประยูรรัตน์ และนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงานว่า ยืนยันว่าไม่มีการแต่งตั้งนายสันธนะและเสี่ยโป้ เป็นที่ปรึกษา เพราะคณะทำงานมีที่ปรึกษาแล้ว ทั้งตำรวจ ทนายความ
การเชิญนายสันธนะและเสี่ยโป้ มาเพื่อให้คำปรึกษา คำแนะนำเรื่องการปราบบ่อนการพนันและพนันออนไลน์ ให้ทราบถึงวิธีการเล่น เหตุผลที่ปราบปรามไม่สำเร็จ ซึ่งเสี่ยโป้ให้ข้อมูลว่า ปราบพนันออนไลน์ยาก และตำรวจตามไม่ทัน เพราะเว็บไซต์พนันเหล่านี้อยู่ในต่างประเทศ ตั้งขึ้นถูกกฎหมายของต่างประเทศ ไม่สามารถไปบล็อกได้ รวมถึงบัญชีที่โอนเงินไปเล่นเป็นของพวกรับจ้างเปิดบัญชี ไม่ใช่ตัวการ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่คณะทำงานได้รับมา เพื่อนำไปหาวิธีแก้ไข ยืนยันแค่การเชิญมาให้คำปรึกษาเท่านั้น หลังจากนี้ถ้าคณะทำงานอยากขอคำแนะนำอะไรจะแค่โทรศัพท์ไปหาเสี่ยโป้ เพื่อขอข้อมูล ไม่มีการตั้งเป็นที่ปรึกษาแน่นอน
แค่เชิญชี้แจงพนันออนไลน์
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมกมธ.พยายามหาช่องทางปราบปรามธุรกิจบ่อนออนไลน์ จึงเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาร่วมประชุม ไม่ได้มีแค่พนายสันธนะ และเสี่ยโป้ ต่อไปจะเชิญตำรวจและเจ้าหน้าที่ไอซีที มาร่วมประชุมด้วย ประเด็นที่เกิดขึ้นคือ หลังแถลงข่าว ตนไม่ทราบประเด็นตรงไหนมีการแต่งตั้งเสี่ยโป้เป็นที่ปรึกษา ทั้งสองไม่ได้มีตำแหน่งในคณะทำงาน เพียงแต่เชิญมาชี้แจงเกี่ยวกับพนันออนไลน์เท่านั้น
ขณะที่นายอภิรักษ์โพสต์เฟซบุ๊กว่า น่ารำคาญ ผมไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น และก็ไม่ยุ่งการเมือง เพราะความรู้ผมยังไม่ถึงขั้นที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ ตามที่ข่าวไปมั่ว เสนอข่าว ผมยังเป็น โป้อานนท์ คนเดิม ภัยมาตรงไหนก็จะเห็นโป้ตรงนั้น พวกผม ทุกคนฟังไว้ ผมคือโป้คนเดิม บทผู้ร้ายส่งมาให้ฉัน แล้วพบกันที่สุโขทัย
‘บิ๊กกุ้ย’ระบุคดี‘ปารีณา’ใกล้สรุป
ที่สำนักงานป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ระบุในที่ประชุมอนุกมธ.บูรณาการ 2 ในกมธ.งบปี 2564 ว่าถูกเรียกรับทรัพย์ 5 ล้านบาท เพื่อแลกการผ่านงบประมาณหน่วยงานว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเรื่องมายังคณะกรรมการป.ป.ช. เพียงแต่รายงานเบื้องต้นให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้
ส่วนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งผ่านขั้นตอนสำคัญมาพอสมควรแล้ว เชื่อว่าน่าจะมีความชัดเจนได้ในไม่ช้า และหากมีผลอย่างไรจะได้แถลงข่าวให้ทราบ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายที่จะให้คณะกรรมการเผยแพร่แก่ประชาชนได้ ทั้งนี้ กระบวนการการพิจารณาคดี ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเนื้อหาและความรอบคอบ ครบถ้วน อีกทั้งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วย เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน
ศาลสั่งจำคุก‘เทพไท-น้องชาย’
วันที่ 28 ส.ค. ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช อ่านคำพิพากษาคดีที่นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายกอบจ.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นจำเลยที่ 1 และนาย เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีอาญา ฐานร่วมกันกระทำความผิด ในการทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อปี 2557 ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งโจทก์และจำเลย เดินทางมาพร้อมนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาให้กำลังใจและสนิทสนมกับทั้งสองฝ่าย
ศาลนครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุก นายเทพไท และนายมาโนช คนละ 3 ปี ตัดสิทธิ์การเลือกตั้ง 10 ปี โดยศาลได้พิจารณาปรานีโทษจำให้เหลือจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นตำรวจศาลได้สวมกุญแจมือนายเทพไทและน้องชาย ส่งเข้าห้องควบคุมตัวใต้ถุนศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช
ต่อมานายเทพไท และนายมาโนช ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกันคนละ 2 แสนบาท
โจทก์จ่อยื่นศาลรธน.ให้พ้นส.ส.
นายพิชัยเปิดเผยว่า ต้องขอบคุณศาลที่ได้ให้ความชัดเจนในคำพิพากษาที่ยืนยันยันว่าพยานหลักฐานโจทก์มีความมั่นคงแน่นหนา พยานจำเลยรับฟังไม่ได้ ขั้นตอนหลังจากนี้จะประสานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พ้นจากตำแหน่งส.ส. ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย โดยในเชิงข้อกฎหมายนั้นพ้นจากตำแหน่งโดยทันทีอยู่แล้ว แต่ด้วยขั้นตอนระเบียบปฏิบัติ กกต.จะได้พิจารณายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามขั้นตอน เพื่อให้ศาลสั่งให้พ้นสมาชิกภาพส.ส. เพราะเป็นผู้ขาดคุณสมบัติแล้วอันเนื่องจากการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีนับแต่ต้องคำพิพากษาในวันนี้
ด้านนายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ถ้าเป็นคดีอาญาอย่างเดียว เช่น ลักทรัพย์ คดีต้องถึงที่สุดถึงจะหยุดจากสมาชิกภาพ แต่คดีของนายเทพไท มีโทษอาญาจำคุก ซึ่งไม่มีปัญหา แต่มีการเพิกถอนสิทธิ์ด้วย จึงเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ซึ่งมี 2 ความเห็นคือ 1.คดีต้องสิ้นสุดก่อนถึงจะหมดสมาชิกภาพ และ 2.แม้ไม่ถึงที่สุดก็ตาม แต่เมื่ออยู่ในระหว่างเพิกถอนสิทธิ์ก็หมดสมาชิกภาพเลย
“คิดว่าคงมีคนส่งเรื่องนี้ไปศาลรัฐธรรม นูญ โดยส.ส.จำนวน 1 ใน 10 ลงชื่อ หรือกกต.ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คิดว่าสมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายเทพไท ยังมีอยู่ เราไม่สงสัยในข้อกฎหมายตรงนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าคดียังไม่ถึงที่สุด” นายนิพิฏฐ์กล่าว
‘วิษณุ’ฟันธงไม่สิ้นสุดสมาชิกภาพ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูอยู่ว่าเป็นอย่างไร เพราะเป็นการตัดสินของศาลชั้นต้น ขอให้รอฟังความเห็นก่อน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจะสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.นั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ระบุถึงบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. โดยในวงเล็บ 6 ระบุว่าผู้ที่ต้องคำพิพากษาให้ถูกจำคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล ซึ่งคาดการณ์ว่ากรณีนายเทพไท จะเข้ามาตรานี้ เพราะต้องคำพิพากษาให้ถูก จำคุกโดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีถึงที่สุด แต่ หากได้ประกันตัว ก็ไม่ถือว่าถูกคุมขังและหมายความว่า ไม่พ้นสมาชิกภาพส.ส.
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายเทพไท ประกันตัวไม่ทันในวันทำการจะเป็นอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า คำว่าถูกจำคุกโดยหมายศาล ไม่ได้มาชิงไหวพริบกันว่าทันหรือไม่ทัน สมมติว่าประกันตัวไม่ทัน ก็ต้องดูว่าถูก จำคุกโดยหมายศาลหรือไม่ เพราะศาลจะต้องออกหมายให้ถูกจำคุก คำว่าถูกจำคุกหมายถึงอยู่ในห้องขังโดยหมายของศาลแล้ว อีกกรณีหากถูกจำคุกอยู่ในโรงพัก ไม่ถือว่าถูกจำคุกโดยหมายของศาล
เจ้าตัวโพสต์จุดยืน 6 ข้อ
เวลา 16.20 น. นายเทพไท โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหลังได้รับการประกันตัว ว่า ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้แสดงความห่วงใย และให้กำลังใจกับผม และคุณมาโนช ในคดีความที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นคดีความที่เกิดจากมูลเหตุการแข่งขันทางการเมืองในระดับท้องถิ่น ที่มีการแข่งขันตามปกติของการเลือกตั้ง เมื่อเกิดคดีความฟ้องร้องกัน ก็ต้องต่อสู้ตาม ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป
จากกรณีที่เกิดขึ้น ผมขอชี้แจง แสดงจุดยืนดังนี้ 1.ผมเคารพในคำพิพิพากษาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2.ผมขอยืนยันในความบริสุทธิ์ มั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด 3.ผมจะขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมจะยื่นต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป 4.ผมจะมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของส.ส.นครศรีธรรมราช รับใช้พี่น้องชาวเขต 3 (อ.พระพรหม, เฉลิมพระเกียรติ, จุฬาภรณ์, ชะอวด) อย่างเข้มแข็งเหมือนเดิม
5.ผมขอยืนหยัดในอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และอุดมการณ์ประชาธิปไตย จะต่อสู้ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 6.ผมยังมีภารกิจต้องติดตามผลักดันให้สำเร็จตามที่ได้เริ่มต้นไว้ คือ การปลดล็อกพืชกระท่อม การตั้ง ค่าตอบแทนให้ อสม.เดือนละ 1,500 บาท ในทุกปีงบประมาณ และงานพัฒนาในพื้นที่อีกหลายโครงการ ผมยังมีกำลังใจเต็มร้อย จะไม่ย่อท้อในการทำหน้าที่รับใช้ประชาชน และประเทศชาติต่อไป

อุดหนุน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ควักเงินซื้อสินค้า ผู้ผ่านการอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ระหว่างเป็นประธานมอบวุฒิบัตรผู้เข้าอบรมโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 6 จ.ขอนแก่น
ป้อมแก้น้ำอีสาน-แจกที่ทำกิน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่จ.ขอนแก่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาการลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน และมอบเอกสารสิทธิสัญญาเช่าที่ราชพัสดุ ตามโครงการธนารักษ์ประชารัฐ ให้กับประชาชนและผู้พิการเพื่อการอยู่อาศัย พร้อมมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาลที่จัดทำขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินของเกษตรกรและการรุกล้ำเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยกระจายสิทธิการถือครองให้แก่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ และออกมาตรการป้องกันการเปลี่ยนมือไปยังผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกร ควบคู่กับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ประชาชนมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงขอให้เกษตรกรช่วยกันรักษาและใช้ประโยชน์อย่างเต็มความสามารถ โดยรัฐบาลจะยังให้การช่วยเหลือต่อไป ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็น การฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพ การตลาดและการแปรรูปต่อเนื่องกันไปให้ยืนได้เข้มแข็งด้วยตัวเอง
จากนั้นพล.อ.ประวิตร เดินทางไปโรงเรียนบ้านหนองไฮขามเตี้ย ต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด เยี่ยมชมผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนจากน้ำบาดาล และการทำงานของระบบน้ำดื่มเพื่ออุปโภคบริโภคในพื้นที่ พร้อมส่งมอบระบบประปาบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ให้นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแฮด และโรงเรียนบ้านไฮขามเบี้ย
พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชนทุกคนมีน้ำกินน้ำใช้โดยทั่วกันทั้งประเทศ โดยจะเร่งจัดทำจุดจ่ายน้ำแร่ริมทางในพื้นที่นำร่องอีก 25 แห่งในปีนี้ เพื่อให้นักเรียนมีน้ำดื่มเพียงพอ และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคเป็นการเร่งด่วน