คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

ช่วงวันหยุดยาว 4 วันชดเชยวันสงกรานต์ 4-7 ก.ย.นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประเมินว่าจะมีคนเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศคึกคัก มีเงินสะพัดประมาณ 8,800 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักตามสถานที่ท่องเที่ยวเฉลี่ย 30

จำนวนเงินสะพัดและอัตราเข้าพักดังกล่าวถือว่ามีจำนวนไม่มาก แม้ททท.ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีขึ้น เพราะคนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.

สะท้อนจากยอดจองโรงแรมและที่พักหลายแห่ง โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมตามเมืองหลัก เช่น เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และนครราชสีมา

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องชัดเจนมานานว่า การท่องเที่ยวของไทยมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวจากนอกประเทศที่สูงกว่ามาก

มาตรการสำหรับการฟื้นฟูจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปิดประเทศได้

เจ้าหน้าที่รัฐบาลเผยว่า ช่วงวันที่ 5-6 ก.ย. จะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการท่องเที่ยว สาธารณสุข คมนาคม และมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสำรวจทำความเห็นของประชาชนในพื้นที่

ว่าคนภูเก็ตเห็นด้วยหรือไม่ที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติหวนกลับเข้ามาเที่ยวด้วยจำนวนจำกัดและมีมาตรการคุมเข้มเพื่อป้องกันโรคโควิด-19

หากทุกฝ่ายเห็นด้วยรูปแบบนี้น่าจะเริ่มดำเนินการ “ภูเก็ตโมเดล” ได้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้

ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงสำคัญที่รัฐต้องเร่งให้ข้อมูลชาวภูเก็ตและคนไทยทั่วประเทศ เพื่อรับรู้การปฏิบัติงานต่างๆ อย่างครบถ้วน

แผนตั้งต้นภายใต้โครงการ “ภูเก็ตโมเดล” ตามที่เคยมีข่าวระบุว่า จะนำนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เข้ามาในไทย จำนวน 200 คน เข้ามาพำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ตามการขอวีซ่าราว 90-270 วัน

ทั้งหมดผ่านการตรวจเข้มตั้งแต่สนามบิน กักตัวในที่พัก 14 วัน ตรวจหาเชื้อซ้ำ จนครบกำหนดจึงเปิดให้ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้ และหากต้องการออกนอกภูเก็ต ต้องอยู่อีก 7 วันให้ครบ 21 วันก่อน

รัฐบาลต้องอธิบายให้ชัดว่า การเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน