ติดเชื้อจากไทย
อยู่วังทองหลาง
กรมควบคุมโรคเร่งตรวจสอบประวัติชายชาวเกาหลีใต้ บินออกจากไทยแล้วตรวจพบเชื้อโควิด พบอาศัยอยู่ย่านวังทองหลาง กำลังตรวจสอบประวัติเดินทางเพิ่มเติม ขณะที่สธ.เตรียมพร้อม 10 จังหวัดชายแดนติดพม่าเข้มรับมือสกัดโควิด ลุยตรวจเชิงรุกชุมชนเสี่ยงเจอแรงงานลักลอบเข้าเมือง ยันอุปกรณ์เพียงพอใช้ได้นาน 2-3 เดือน หลังบุคลากรจังหวัดตากขอรับบริจาค ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ผุดไอเดีย เล็งให้หยุดยาวอีก ปลื้มคนแห่เที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ย. เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 พบผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าสถานกักกันโรค, ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,446 ราย, รักษาหายป่วยแล้ว 3,284 ราย และเสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันจำแนกตามพื้นที่รักษาในกรุงเทพมหานครและนนทบุรี 1,862 ราย, ภาคเหนือ 95 ราย, ภาคกลาง 633 ราย, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 112 ราย และ ภาคใต้ 744 ราย ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย พบว่าเดินทางกลับจากประเทศอินเดีย และ เข้าพักในสถานกักกันโรค
สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก พบยอดผู้ติดเชื้อรวม 27,485,894 ราย, อาการรุนแรง 60,224 ราย, รักษาหายแล้ว 19,587,125 ราย และเสียชีวิต 896,844 ราย ทั้งนี้ อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1.สหรัฐอเมริกา 6,485,575 ราย 2.อินเดีย 4,277,584 ราย 3.บราซิล 4,147,794 ราย 4.รัสเซีย 1,030,690 ราย และ 5.เปรู 691,575 ราย ขณะที่ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 122 จำนวน 3,446 ราย
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณฐพนธ์ ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ในฐานะผอ.ศบค.ทบ. กล่าวถึงการป้องกันโควิด-19 ที่มีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าประเทศว่า มีความพยายามจะลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามา แต่ขณะนี้กองกำลังป้องกันชายแดน ได้ปรับกำลังและเตรียมมาตรการต่างๆ ในเรื่องการลาดตระเวนให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็มีความตื่นตัว คิดว่าระยะต่อจากนี้จะต้องดำเนินการมาตรการเข้มข้น เป็นอีกเวลายาวนาน
“ยอมรับว่ายังมีความวิตกในกรณีที่มาตรการการป้องกันแนวชายแดน แม้จะมีความสามารถในระดับหนึ่ง แต่ความพยายามที่จะเล็ดลอดเข้ามา เทียบเคียงได้กับยาเสพติด ที่ทำกันมาเป็นสิบปี แต่ก็เล็ดลอดเข้ามาได้ สิ่งที่สำคัญก็คือการป้องกันและการตระหนักรู้ของคนไทยเอง โดยเฉพาะนายจ้างหรือประชาชนพื้นที่ภายใน จะต้องช่วยกันสานพลังตรงนี้ว่าจะไม่พยายามให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่ผ่านการคัดกรองโรค เข้ามาถึงพื้นที่ภายในได้ ส่วนคนที่มีหน้าที่ป้องกันก็ทำหน้าที่ป้องกันไปส่วนประเทศต้นทางจะต้องประสานความร่วมมือในการที่จะช่วยกันดูแลเป็นกำแพงสามชั้นจะเป็นสิ่งที่มั่นคงที่สุด ทั้งประเทศต้นทาง แนวชายแดนและคนภายในที่จะต้องตระหนักรู้และรับผิดชอบ” พล.อ.ณฐพลกล่าว
นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงาน ข่าวว่าพบชายชาวเกาหลีใต้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หลังเดินทางกลับจากไทย เมื่อวันที่ 4 ก.ย.นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า หลังจากได้รับรายงานเรื่อง ดังกล่าว ได้ประสานไปยังจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR national focal point) ของประเทศเกาหลีใต้ทันที เพื่อสอบสวนโรค และตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลรายดังกล่าวแล้ว
นพ.สุวรรณชัยกล่าวต่อว่าจากข้อมูล เบื้องต้น พบว่าผู้เดินทางจากไทยไปเกาหลีใต้ตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 ดังกล่าว เป็นเพศชาย สัญชาติเกาหลีใต้ อายุ 54 ปี เดินทางจากประเทศไทยไปที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. โดยสายการบินโคเรียนแอร์ และเวลา 07.00-11.00 น. จากสนามบินนานาชาติ อินชอนนั่งรถบัสไปศูนย์สุขภาพซงทัน ที่สำหรับตรวจผู้เดินทางเข้ามาจากต่างประเทศ มีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ที่ศูนย์สุขภาพ ซงทัน ด้วยวิธี RT-PCR จากนั้นก็ขึ้นรถพยาบาลไปที่บ้านเพื่อแยกกักตัว และในวันที่ 5 ก.ย. ทราบผลตรวจหาเชื้อโควิด 19 คือผลเป็นบวก ทำให้บุคคลดังกล่าวถูกย้ายตัวไปที่ศูนย์รักษาผู้ป่วยที่อันซ็อง (Anseong Living Treatment Center)
สำหรับประวัติในประเทศไทย เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มี.ค.2563 และพักอาศัยอยู่ในเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย รวมถึงประวัติในการเดินทาง เช่น สถานทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (เมืองทองธานี) สถานที่ (ห้างสรรพสินค้า) และการใช้ระบบขนส่ง เป็นต้น
ทั้งนี้ ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรคของกรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งสอบสวนโรคและตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ โดยเร็ว หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป
ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการสินค้า แม่ฮ่องสอน พรีเมียม แม่ฮ่องสอน แบรนด์ สินค้าและบริการจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายกฯ กล่าวให้กำลังใจในช่วงสถาน การณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ว่า ส่งผลให้การค้าชายแดนมีความยากลำบาก กระทบต่อรายได้เกษตรกรในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราว ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรพัฒนาสินค้า ใช้การตลาดนำการผลิต เพื่อให้สินค้าจำหน่ายได้ สำหรับข้อเสนอให้เส้นทางบินเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน กลับมาเปิดอีกครั้ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาและประเมินความหนาแน่นของผู้โดยสารก่อนตัดสินใจอีกครั้ง
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ถึงโครงการแจกเงิน 3,000 บาทให้ประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ว่า วันนี้ยังไม่มีการพิจารณาในที่ประชุมครม. ข่าวออกไปโดยที่ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเลย วันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นว่าถ้ามีเงินตรงนี้ คงจะดูแลผู้ประกอบการรายย่อย ค้าปลีก พ่อค้า แม่ค้าระดับล่างที่ได้รับความเดือดร้อนก่อน ซึ่งกำลังพิจารณากลไกที่จะนำมาใช้ในการดูแลอยู่ เรามีข้อมูลไม่พร้อม ระบบการจ่ายเงินโดยตรงก็ไม่พร้อม ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะให้ ผู้บริโภค มีโอกาสซื้อของจากร้านค้าปลีก ระดับล่าง ไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหญ่ และวันเดียวกันนี้ ครม.เห็นชอบอนุมัติงบประมาณในการจ้างงานนักศึกษาที่จบใหม่ ทั้งระดับปวช.-ปวส.และมหาวิทยาลัย กว่า 260,000 ตำแหน่งด้วย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า สถานการณ์หลายๆ อย่างเราปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ จากสถานการณ์ภายในของเรา ในเรื่องการผ่อนคลายมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด แม้ว่าจะมีการตรวจพบ เราก็สามารถติดตามได้ทั้งหมดและตรวจสอบ ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยอยู่ ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก และถือว่าเป็นการทดสอบระบบของเราว่า ระบบเราทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ ส่วนบริเวณชายแดนนั้น ตนได้กำชับตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมามีการเพิ่มกำลังทั้งทหาร ตำรวจ ในบริเวณชายแดน เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้พักที่บ้าน ต้องลดอัตราการลาพักตามวงรอบลง ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เหล่านี้ในเรื่องของความเสียสละ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในการดูแลการจราจรในช่วงการหยุดยาวที่ผ่านมาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตโมเดลและการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในเดือนต.ค. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการท่องเที่ยวขอให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศไปก่อน เพราะการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นยังคงทำไม่ได้ ประชาชนในพื้นที่ยังไม่ตอบรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพับโครงการนี้ และตนได้ หารือในครม.แล้วว่าจะพิจารณาหาวันหยุดให้มากขึ้นในระยะต่อไป เพราะเห็นว่ามีการ ท่องเที่ยว มีการหมุนเวียนใช้จ่ายเงินในการท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ธุรกิจหลายๆ อย่างดีขึ้น จึงขอให้ทุกคนช่วยกันท่องเที่ยวในประเทศ เพราะจะทำให้ห่วงโซ่ต่างๆ ในประเทศขับเคลื่อนไปได้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าเดิม อย่างน้อยก็ต่อลมหายใจกันและกัน
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม. เห็นชอบให้ขยายเวลาดำเนินโครงการมาตรการชดเชยรายได้ ให้กับลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จากเดิมที่กำหนดไว้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนส.ค.2563 จึงจะขยายไปถึงเดือนต.ค.2563 ตามที่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานเสนอ และให้สำนักงานประกันสังคมเร่งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเลขที่บัญชีของผู้ที่ได้รับสิทธิ์โดยการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนแทน เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยากับผู้ที่มีสิทธิ์ภายใต้โครงการนี้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
วันเดียวกัน นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 2 กล่าวถึงการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ว่าได้ประชุมร่วมกับร.พ.ในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนไทย-พม่าของจ.ตาก คือ แม่สอด ท่าสองยาง พบพระ อุ้มผาง และแม่ระมาด ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เพื่อวางแผนรับมือโควิดพม่าที่อาจจะข้ามมาฝั่งไทยได้ ซึ่งขณะนี้พม่าพบผู้ป่วยมากขึ้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ส่วนกรณีบุคลากรออกมาเปิดรับบริจาคอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เข้าใจว่าเป็นความห่วงใยและกังวลว่าอุปกรณ์และเวชภัณฑ์อาจไม่พอ ต้องการขอเพิ่ม อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจครุภัณฑ์ต่างๆ และยามีเพียงพอใช้ได้นาน 2-3 เดือน ยังไม่จำเป็นต้องร้องขอเพิ่ม อยู่ระหว่างพูดคุยสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน โดยวันนี้มีรถชีวนิรภัยพระราชทานมาตรวจหาเชื้อโควิดในพื้นที่
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 5 กล่าวว่า เขต 5 มี 8 จังหวัด ส่วนใหญ่ติดขอบชายแดนพม่า โดยมีความเสี่ยง 4 จังหวัด คือ ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนนครปฐมและสมุทรสาครแม้ไม่ติดขอบชายแดนแต่ก็เป็นเป้าหมายการเดินทางมาทำงานของแรงงานต่างด้าว ที่ผ่านจุดข้ามแดนแม่สอด ส่วนสมุทรสงครามและสุพรรณบุรีมีความเสี่ยงต่ำ ก็ได้ร่วมมือกับจังหวัดในการเฝ้าระวังกลุ่มแรงงานต่างด้าวอย่างใกล้ชิด ทั้งที่ทำงานในไทยอยู่แล้วและป้องกันการลักลอบ โดยเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์การแพทย์ และห้องแล็บ แม้ที่ผ่านมาจะไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศ แต่ก็มีการสุ่มตรวจหาเชื้อเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งบุคลากรการแพทย์และผู้ป่วยทั่วไปก่อนเข้ารับการรักษาหัตถการสำคัญ เช่น เม.ย.ตรวจ 3,446 ตัวอย่าง มิ.ย. 9,333 ตัวอย่าง ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ และกำลังเก็บสิ่งส่งตรวจแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อีก 1,000 ตัวอย่าง
นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า ในเขตมี 3 จังหวัดที่มีชายแดนติดกับพม่า คือ เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน แต่ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงมาก เพราะมีการปิดด่านพรมแดนแล้ว ถ้ามีคงเป็นกรณีการลักลอบเข้าประเทศผ่านพรมแดนธรรมชาติ แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังกันอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการป้องกัน โดยได้มอบให้แต่ละจังหวัดกำหนดชุมชนเสี่ยงที่มีการข้ามไปมาระหว่าง 2 ประเทศ หรือชุมชนที่มีแรงงานพม่ามักจะไปพำนัก โดยให้สุ่มเก็บตัวอย่างของคนในชุมชน 30-40 คน เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 สม่ำเสมอ ถ้าเจอจะได้ควบคุมได้เร็ว
นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 11 กล่าวว่า ในเขตมีจ.ชุมพร และระนองที่ชายแดนไทย-พม่า โดยในเขตมีความพร้อมทั้งอุปกรณ์การแพทย์และเตียงในการรับมือโควิด-19 ประสานผู้ว่าฯ เฝ้าระวังแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง รวมถึงจ.ภูเก็ตที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา