เขตเศรษฐกิจพิเศษ – ปี พ.ศ. 2541 จากความผลักดันของธนาคารพัฒนาเอเชีย ให้มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนภายใต้กลยุทธ์ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากโครงการระเบียงเศรษฐกิจ

ปี พ.ศ.2558 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ (ชายแดน) ระยะแรก 5 จังหวัด ประกอบด้วย ตาก มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา

ปี พ.ศ.2559 ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEZ ระยะที่ 2 เพิ่มขึ้นอีก 5 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงราย หนองคาย นราธิวาส นครพนม และกาญจนบุรี

มกราคม 2560 มีคำสั่งหัวหน้าคสช. ประกาศการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก และพัฒนาเป็นพ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก วันที่ 14 พ.ค. 2561

7 พ.ค.2562 ครม.มีมติอนุมัติโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพิ่มเติมเป็นเมืองต้นแบบที่ 4 สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้นำพื้นที่ของ อ.จะนะ จ.สงขลา พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรม ก้าวหน้าแห่งอนาคต

10 ก.ย. 2563 พลเอกประยุทธ์สั่งการศึกษาโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ แลนด์บริดจ์ และคลองไทย เชื่อมทะเลภาคตะวันออก อ่าวไทย และทะเลภาคตะวันตก ทะเลอันดามันโดยจะมีโครงการหลัก 3 โครงการ คือ

1.โครงการท่าเรือน้ำลึกชุมพร และท่าเรือน้ำลึกระนอง

2.โครงการรถไฟทางคู่สายชุมพร-ระนอง ระยะทาง 100 กิโลเมตร (มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท)

3.ทางหลวงพิเศษ มอเตอร์เวย์ ประเมินว่าโครงการนี้จะใช้งบลงทุนราว 1 แสนล้านบาท

ครม.อนุมัติงบประมาณ 68 ล้านบาท เพื่อศึกษารูปแบบและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่วนค่าศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการท่าเรือน้ำลึกชุมพร ระนอง ค่าศึกษาโครงการ 165 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการศึกษาขุดคลองไทยกว้าง 400 เมตรลึก 30 เมตร ระยะทาง 120-135 กิโลเมตร ผ่าน ต.สิเกา จ.ตรังไปนครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ และสงขลา (งบลงทุนคาดว่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท)

โครงการต่างๆ ที่จะพัฒนาขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ของภาคใต้อย่างใหญ่โต ดูว่าจะเป็นการบอกกล่าวให้คนภาคใต้รู้ว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งคนภาคใต้เหมือนอย่างที่รัฐบาลชุดก่อนๆ เพราะกำลังจะมีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจให้รุ่งเรือง (ภายใต้ระบบการลงทุนภาครัฐและเอกชน) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จะสร้างความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คนภาคใต้ แต่คำถามก็คือ โครงการต่างๆ เหล่านี้เกิดประโยชน์อะไรต่อการพัฒนาชีวิตของผู้คนในภาคใต้บ้าง

คำถามสั้นๆ อย่างนี้ก็ได้เคยมีคำตอบมาแล้วจากโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล โครงการนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่อ.จะนะ จ.สงขลา โครงการท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา ล้วนมีปัญหาการต่อต้านและการไม่ยอมรับจากประชาชน

โครงการที่ภาครัฐคิดค้น แม้จะพยายามทำให้ดูแนบเนียนด้วยการกำหนดให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ อ้างถึงการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เป็นเพียงการเรียกประชาชนกลุ่มหนึ่งมารับฟังความคิดเห็นของผู้จัดทำรายงานศึกษาความเป็นไปได้

ในที่สุด ภาครัฐที่จะใช้ระบบบริหารแบบรวมศูนย์ก็จะเอาการไม่เห็นด้วยและต่อต้านโครงการเหล่านั้นมาอ้างว่า “ที่ภาคใต้ไม่อาจพัฒนาอะไรได้ก็เพราะผู้คนในภาคใต้ไม่ยอมพัฒนาตัวเอง”

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน