สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณสังวร – วันเสาร์ที่ 3 ต.ค.2563 น้อมรำลึก ครบรอบ 107 ปี คล้ายวันประสูติ “สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร” (เจริญ สุวัฑฒโน) เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

ถือเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชันษามากกว่าสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ในอดีต และเป็นพระองค์แรก ของไทยที่มีพระชันษา 100 ปี

มีพระนามเดิม เจริญ คชวัตร ประสูติเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2456 ที่ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายน้อยและนางกิมน้อย คชวัตร ทรงเป็นบุตรคนที่ 1 ในจำนวนบุตรชาย 3 คนของครอบครัวตระกูลคชวัตร

พระชนมายุย่าง 14 ปี ถือบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเทวสังฆาราม

ต่อมาทรงย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดเสน่หา อ.เมือง จ.นครปฐม 2 พรรษา ก่อนจะทรงย้ายมาศึกษาต่อที่วัดบวรนิเวศวิหารในสมัยสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง วชิรญาณวงศ์ทรงครองอาราม

ทรงสอบได้ประโยคต่างๆ มาโดยลำดับจนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค

พ.ศ.2476 ทรงกลับไปอุปสมบท ณ วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอดุลยสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูนิวิฐสมาจารย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ทรงกลับมาอุปสมบทอีกครั้งหนึ่ง เพื่อญัตติเป็นธรรมยุต ณ วัดบวรนิเวศ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ครั้งยังเป็นสมเด็จ พระวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระรัตนธัชมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ได้รับฉายาว่า สุวัฑฒโน อันมีความหมายว่า ผู้เจริญปรีชายิ่งในอุดมปาพจน์

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวชและประทับ ณ วัดบวรนิเวศได้รับหน้าที่เป็นพระอภิบาลโดยตลอด และต่อมาได้เป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนา พระมงคลวิสสกถาในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ปีพุทธศักราช 2507

พ.ศ.2504 เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร, เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2506 เป็นกรรมการเถรสมาคม ซึ่งเป็นกรรมการชุดแรกตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 พ.ศ .2515 เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

พ.ศ.2517 เป็นประธานกรรมการคณะธรรมยุต

พ.ศ.2521 เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ใน พระราชพิธีทรงผนวช พระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์มาโดยลำดับ พ.ศ.2532 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

วันที่ 24 ต.ค.2556 สิ้นพระชนม์ด้วย พระอาการสงบ เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริพระชันษาถึง 100 ปี 21 วัน

วันพุธที่ 16 ธ.ค.2558 พระราชทานเพลิง ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส

วันที่ 28 ก.ค.2562 พระบาทสมเด็จพระ วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการ โปรดสถาปนาพระอัฐิ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า….

“สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร วชิราลงกรณ ราชาภินิษกรมณาจารย์ สุขุมธรรมวิธานธำรง อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒน ภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมพิสาร วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดมบรมบพิตร”

ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น ถวายกางกั้นพระรูปบรรจุพระสรีรางคาร ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งพระอัฐิบรรจุลงพระโกศทองคำเชิญมาประดิษฐานในหอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นที่ทรงสักการบูชาและทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย ในพระฐานะพระบุพการีทางธรรมสืบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน