ด่านสิงขรไม่ปิด
แต่คุมเข้มโควิด

ศบค.แถลงติดเชื้ออีก 10คน ในสถานกักตัว กลับจากฮ่องกง รัสเซีย สหรัฐ และคูเวต เผยชายชาวคูเวตตามผู้ป่วยมารักษาตัวในไทยติดเชื้อ ยอดสะสมไทยรวม 3,600 คน ทั่วโลกพุ่งทะลุ 35.6 ล้าน อินเดียพบรายใหม่เกือบ 6 หมื่น ขณะที่พม่าป่วยอีก 987 คน พ่อเมืองประจวบฯ ยังไม่ปิดด่านสิงขร หวั่นกระทบเศรษฐกิจไปมากกว่านี้ ตม. ประจวบฯ กำชับตรวจเข้มช่องทางธรรมชาติ สกัดลอบเข้าเมือง ด้านสมาคมคนพิการบุกจี้ นายกฯ ปรับเบี้ยพิการ จาก 800 เป็น 1 พันบาท ให้คนพิการอีก 8 แสนคน จากที่เคยให้เพิ่มเฉพาะผู้ที่มีบัตรและบัตรสวัสดิการรัฐ แนะเกลี่ย งบกลางช่วยหลังพิษโควิดทำตกงานถ้วนหน้า

ป่วยเพิ่ม10ในสถานกักตัว

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูล COVID-19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่เพิ่ม 10 คน ไม่มีหายป่วยและเสียชีวิตเพิ่ม ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,600 คน แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,445 คน สถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 662 คน หายกลับบ้านรวม 3,390 คน ยังรักษาในโรงพยาบาล 151 คน เสียชีวิตรวม 59 คน โดยผู้ป่วยรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานที่กักกัน ได้แก่

1.กลับคูเวต 2 คน เป็นชายไทยอายุ 38 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 22 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีนใน จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 4 ต.ค. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ โดยเที่ยวบินเดียวกันมีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 3 คน ส่วนอีกคนเป็นชายคูเวต อายุ 61 ปี เป็น ผู้ติดตามผู้ป่วยที่มารักษาด้วยโรคอื่น เดินทางถึงไทยวันที่ 3 ต.ค. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ ฮอสปิทัล ควอรันทีนใน กทม. ตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 3 ต.ค. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

2.ฮ่องกง 3 คน เป็นชายไทยอายุ 31 ปี และ 40 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 23 ก.ย. เข้าพักใน สเตต ควอรันทีน จ.สมุทรปราการ ตรวจเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 4 ต.ค. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ โดยเที่ยวบินเดียวกันมีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 3 คน และหญิงไทยอายุ 22 ปี อาชีพพนักงานในสถานบันเทิง เดินทางถึงไทยวันที่ 29 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน กทม. ตรวจเชื้อครั้งแรก วันที่ 3 ต.ค. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

3.รัสเซีย 2 คน เป็นชายรัสเซียอายุ 51 ปี อาชีพพนักงานบริษัทและหญิงรัสเซีย อายุ 42 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 28 ก.ย. ผู้ชายเข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีนใน จ.สมุทร ปราการ ผู้หญิงเข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตต ควอรันทีนใน กทม. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 3 ต.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ

4.สหรัฐอเมริกา 3 คน เป็นหญิงไทยอายุ 23 ปี ทั้ง 3 คน อาชีพพนักงานโรงแรม เดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ 29 ก.ย. เข้าพักในสเตต ควอรันทีน จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อครั้งที่ 1 วันที่ 4 ต.ค. ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ

ติดเชื้อทะลุ 35.6 ล้านคน

ด้านสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 35,698,255 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 267,313 คน อาการรุนแรง 66,785 คน รักษาหายแล้ว 26,856,912 คน เสียชีวิต 1,045,807 คน อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ยังเป็นสหรัฐอเมริกา จำนวน 7,679,644 คน เป็นรายใหม่ 41,832 คน ส่วนพม่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 987 คน ยอดสะสมรวม 18,781 คน

จี้ปรับเบี้ย-ช่วยผู้พิการตกงาน

ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย นำผู้พิการประมาณ 14 คน ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนเรื่องปรับสวัสดิการเบี้ยความพิการ จาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท สำหรับคนพิการทุกประเภท แบบถ้วนหน้า

นายสุชาติกล่าวว่า จากที่ก่อนหน้านี้ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 ม.ค.2563 ปรับเบี้ยความพิการ จาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท สำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ และมีบัตรสวัสดิการรัฐ ที่มีจำนวน 1,103,065 คน และในวันที่ 28 เม.ย. ครม. ได้เห็นชอบในหลักการ ปรับสวัสดิการเบี้ยความพิการจาก 800 บาทเป็น 1,000 บาท สำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและมีอายุไม่เกิน 18 ปี ที่มีอยู่จำนวน 126,032 คน ดังนั้น รวมผู้พิการทั้งหมด ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วประมาณ 1.2 ล้านคน แต่คนพิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวทั้งหมดมีจำนวน 2,030,800 คน จึงทำให้ยังมีผู้พิการประมาณ 800,000 คน ที่ยังประสบความเดือดร้อนจากการแพ่รระบาดโควิด-19 และยังไม่ได้รับสวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่ม โดยเฉพาะคนพิการรุนแรงที่ไม่สามารถประกอบ อาชีพได้ รวมถึงที่ไม่มีงานทำหรือตกงาน ดังนั้น ทางสมาคมจึงขอความเมตตาจากรัฐบาลช่วยนำงบกลางจัดสรรปรับเบี้ยความพิการให้กับคนพิการกว่า 800,000 คน เพื่อให้ได้รับสวัสดิการขั้น พื้นฐานทั่วถึงและเท่าเทียมเป็นธรรมถ้วนหน้า

ตม.ประจวบฯเข้ม-พม่าติดเชื้อพุ่ง

ด้านนายสมเกียรติ เอ่าจี่มิด ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการค้าอาหารทะเล จ.มะริด ประเทศเมียนมา กล่าวว่า ขณะนี้สถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในมณฑลตะนาวศรี มีผู้ติดเชื้อเพิ่มใน จ.ทวาย 2 คน มีประวัติเดินทางกลับมาจากย่างกุ้ง ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมในจังหวัด 18 คน อ.ปะล้อ จ.มะริด 41 คน เป็นพระสงฆ์ 39 รูป ฆราวาส 1 คน พยาบาลที่ดูแลคณะสงฆ์ 1 คน โดยคณะสงฆ์ 76 รูปเดินทางกลับมาจากย่างกุ้งเมื่อวันที่ 29 ก.ย. จากนั้นได้กักตัวที่ อ.ปะล้อ เป็นเขตรอยต่อมะริด-ทวาย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมใน จ.มะริด 66 คน สำหรับผู้ถูกกักตัวเฝ้าดูอาการในสถานกักตัวของรัฐ จ.ทวาย 296 คน จ.มะริด 169 คน และ จ.เกาะสอง 136 คน ผู้ถูกกักตัวเฝ้าดูอาการในโรงแรม จ.ทวาย 105 คน จ.มะริด 5 คน และ จ.เกาะสอง 322 คน

พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์) กล่าวว่า ตม.ได้ร่วมกับหน่วยความมั่นคง หน่วยงานปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เข้มงวดตรวจสอบยานพาหนะและคนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง สินค้าผิดกฎหมาย และ ยาเสพติด

ยังไม่ปิดด่านสิงขร

วันเดียวกัน นายคมสัน เจริญอาจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 22/2563 ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยมีคณะกรรมการทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุม โดยนายคมสันได้สรุปมติที่ประชุม ยืนยันยังไม่ระงับการใช้ช่องทางเพื่อการนำเข้าส่งออกสินค้าของจุดผ่อนปรนพิเศษ ด่านสิงขร แต่ให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มตามหลักการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และคงให้ขนส่งสินค้าที่เส้นแบ่งแดนโนแมนด์แลนด์ตามเดิม ไม่อนุญาตให้รถยนต์หรือบุคคลจากประเทศเมียนมาเข้าประเทศไทย การขนส่งให้มีการสวมใส่ชุดป้องกัน ฉีดยาฆ่าเชื้อ ตรวจวัดอุณหภูมิ ใช้กล้องวงจรปิดบันทึกการขนส่งทุกขั้นตอน เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ ส่วนพื้นที่แนวชายแดนไทยเมียนมาทั้งหมดตลอดแนวชายแดนประจวบคีรีขันธ์ ให้มีการคุมเข้มด่านตรวจ ปิดกั้นช่องทางธรรมชาติต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน