หลวงปู่มหาเจิม ปัญญาพโล – วันจันทร์ที่ 12 ต.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 104 ปี ชาตกาล “พระครูภาวนาปัญญาดิลก” หรือ “หลวงปู่เจิม ปัญญาพโล” อดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูปของเมืองนครปฐม
มีนามเดิมว่า เจิม วรรณโมฬี เกิดเมื่อวันที่ 12 ต.ค.2459 ที่บ้านหนองแหน ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา บิดา-มารดา ชื่อ นายหรุ่นและนางม้วน วรรณโมฬี ครอบครัวมีพี่น้อง 6 คน
การศึกษาวัยเด็ก ต้องศึกษากับวัดที่อยู่ใกล้บ้าน โดยเรียนหนังสือมูลบทบรรพกิจของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) พออ่านออกเขียนได้เท่านั้น เพราะสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนประชาบาล และยังต้องย้ายออกจากบ้าน ห่างจากครอบครัวมาอยู่ที่วัดตั้งแต่อายุประมาณ 8 ขวบ
บรรพชา เมื่อปี พ.ศ.2470 ขณะอายุ 12 ปี กับหลวงพ่อทอง เจ้าอาวาสวัดแสนภุมมาวาส ได้อยู่กับท่าน 1 ปี
พ.ศ.2471 เดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ และอยู่ จำพรรษาที่วัดบรมนิวาส ถนนรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยคุณย่าอิ่ม รัดสกุล เป็นผู้นำมาฝากฝังกับท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) และได้ญัตติเป็นธรรมยุต
การศึกษาบาลีและนักธรรม ได้เริ่มศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2471 สอบบาลีไวยากรณ์ได้ที่ 4 เมื่อปี พ.ศ.2472
ในปี พ.ศ.2477 สอบได้นักธรรมชั้นเอก และสามารถสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ได้ในปีเดียวกัน
ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ. 2480 ที่พระอุโบสถวัดบรมนิวาส โดยมีพระพรหมมุนี (อ้วน ติสโส) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูพินิจ วิหารการ (ขำ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวินัยธร (ดำ) เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ.2484 ออกปฏิบัติธรรม เดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือ จำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ก่อนย้าย ไปจำพรรษาที่วัดป่าโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
พ.ศ.2488 ย้ายจำพรรษาที่วัดทิพย์วนาราม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ พ.ศ.2490 เดินทางกลับมาอยู่ภาคกลาง พ.ศ. 2491 ไปจำพรรษาที่อ่าวหมูกับพระอาจารย์น้อย เกตุโร 1 พรรษา และเดินทางลงไปจำพรรษาที่ปักษ์ใต้ อยู่กับหลวงปู่เทสก์ เทสรังสีที่จังหวัดภูเก็ต
พ.ศ.2499 กลับมาจำพรรษาที่วัดแสนภุมมาวาส อันเป็นบ้านเกิด พ.ศ.2503 จำพรรษาที่วัดอรัญญบรรพต จ.หนองคาย กับหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
ต่อมาอยู่ที่มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เพื่อรักษาอาการอาพาธ และพักฟื้น อยู่กับหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
พ.ศ.2533 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระมงคล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
ทั้งนี้ วัดสระมงคลมิได้เป็นวัดที่มีเสนาสนะพร้อมสมบูรณ์ แม้จะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก
ท่านสร้างคุณูปการแก่วัดไร่เป็นอันมาก ก่อสร้างถาวรวัตถุของวัดอาทิ สร้างหอสวดมนต์, ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
ในเรื่องการจัดสร้างวัตถุมงคลนั้นอนุญาตให้จัดสร้างเพียงครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย จากนั้นให้เลิกสร้างโดยเด็ดขาด สาเหตุที่อนุญาตเพื่อหาปัจจัยสมทบทุนสร้างพิพิธภัณฑ์บริขาร ซึ่งต้องใช้ งบประมาณในการก่อสร้างสูง
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2555 เวลา 10.45 น. ละสังขารลงอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลนครปฐม ด้วยโรคชรา
สิริอายุ 95 ปี พรรษา 74