ทุกครั้งที่มีฝนตกเพราะเหตุผลเบื้องต้นก็คือกรุงเทพฯ รวมทั้งพื้นที่จังหวัดในภาคกลางเป็นพื้นที่ราบลุ่ม
ดูแผนที่แสดงระดับพื้นดินกรุงเทพฯ แล้วจะเห็นว่าในกรุงเทพฯ และบริเวณรอบกรุงเทพฯ นั้น ภาพสีน้ำเงินแสดงถึงระดับพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล สีฟ้าก็คือสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 0.0-0.5 เมตร และสีฟ้าอ่อนสูงกว่าระดับน้ำทะเล 0.5-1.0 เมตร ซึ่งจะอยู่บริเวณโดยรอบของกรุงเทพฯ
เพราะฉะนั้นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่ต่ำกว่าบริเวณโดยรอบก็แสดงว่า ไม่ว่าฝนจะตกหนักมากหรือน้อยอย่างไร น้ำฝนก็ย่อมต้องมารวมกันในที่ที่ต่ำกว่าคือที่ศูนย์กลางของกรุงเทพฯ
การจะแก้ปัญหาต้องดูว่า ระบบการระบายน้ำออกจากศูนย์กลางเท่านั้น การขยายเมืองของกรุงเทพมหานครไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้
การจะแก้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทำได้อย่างดีที่สุดก็คือ การสูบน้ำออกจากพื้นที่บริเวณน้ำท่วมให้เร็วที่สุด
เมื่ออ่านแผนผังโครงสร้างสาธารณูปโภค การป้องกันน้ำท่วมและการระบายน้ำ จะพบว่ากรุงเทพมหานครมีสถานีสูบน้ำใต้ดินกรุงเทพฯ 19 สถานี เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วม

แผนผังแสดงความสูงแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพฯ
แต่ทำไมน้ำจึงท่วม ก็น่าจะมาจาก 1.มีสถานีสูบน้ำพอหรือไม่ 2.สถานีสูบน้ำตั้งถูกที่หรือไม่ เพราะเปรียบเทียบที่ตั้งสถานีสูบน้ำจะอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมน้อยที่สุด
นั่นคือ น้ำก็จะท่วมอยู่ในพื้นที่ต่ำของกรุงเทพฯ ปัญหาการระบายน้ำของกรุงเทพฯ จึงยังคงอยู่ต่อไป

แผนผังแสดงสถานีสูบน้ำ
การแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยการขยายเมืองตามแนวคำถามของท่านนายกรัฐมนตรีคงไม่ใช่วิธีที่ป้องกันน้ำท่วมได้ จะรื้อเมืองก็ไม่ใช่อีก เพราะการแก้ปัญหาอยู่ที่การจัดการระบายน้ำให้เร็วนั้น เมืองฮัมบูร์ก เมืองท่าอันดับ 2 ของสหพันธรัฐเยอรมนี น้ำก็เคยท่วมไม่น้อยไปกว่ากรุงเทพฯ เขาแก้ปัญหาอย่างไร
ลองศึกษาดูบางทีการศึกษาสิ่งที่คนอื่นเขาทำไว้แล้วอาจนำมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมของกรุงเทพฯ อาจจะลดลงก็ได้