ม้าเหล็กชนดับ 1 เจ็บ 2 เซ่นจุดตัดรางอีก ขณะเก๋งข้ามรางที่เขาย้อย จ.เพชรบุรี เจอขบวนรถไฟชน จนสาววัย 21 กระเด็นออกนอกรถดับ ส่วน 2 เพื่อนชายบาดเจ็บติดคาเก๋ง ตรวจที่เกิดเหตุเป็นจุดยกระดับข้ามรถไฟทางคู่ ทำจุดข้ามแยกชั่วคราวแบบเลี้ยวหักศอก ทำวิสัยทัศน์คนขับไม่ดี นอภ.เขาย้อยสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ไขพร้อมติดไฟเตือน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 16 ต.ค. พ.ต.ท. ณรงค์ พรายบัว สารวัตรเวร สภ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุรถไฟชนรถเก๋ง ที่บริเวณจุดตัดรถไฟ หมู่ 4 บ้านห้วยโรง ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย จึงรุดตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นจุดตัดรถไฟ บริเวณทางก่อสร้างสะพานยกระดับข้ามทางรถไฟโครง การรถไฟทางคู่ ห่างจากจุดตัดทางประมาณ 50 เมตร พบรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 39 กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี จอดคาอยู่บนราง สภาพไม่ได้รับความเสียหาย ห่างออกไปบริเวณเสาตอม่อสะพานยกระดับที่กำลังก่อสร้างพบรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กต 6403 พระนครศรีอยุธยา พลิกตะแคงหลังคาฟาดติดอยู่กับเสาตอม่อ สภาพพังยับทั้งคัน ใกล้กันพบศพนางฐิติชญา แย้มเกษร อายุ 21 ปี กระเด็นออกมานอกรถเสียชีวิต ในซากรถพบนายธีระยุทธ เขื่อนทา คนขับรถ อายุ 39 ปี และนายบัณฑิต เจริญทรัพย์ อายุ 33 ปี ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดออกใช้เวลานานกว่า 30 นาทีจึงสามารถนำคนเจ็บทั้ง 2 รายออกมา ได้ พร้อมนำส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้า โดยบ่ายวันนี้นายไพโรจน์ เฉลิมวงศ์ นายสถานีรถไฟเพชรบุรีจะเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บ

สอบถามเบื้องต้นทราบว่าทั้งหมดเป็นพนักงานโรงงานโรแยล พลัส จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตน้ำมะพร้าวน้ำและน้ำผลไม้บรรจุขวดซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดขับรถออกมาจากโรงงาน เพื่อออกมารัประทานอาหารด้านนอกในเขตพื้นที่อ.เขาย้อย ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ติดต่อกัน ขณะกำลังเดินทางกลับไปที่หอพักในโรงงาน โดยใช้เส้นทางลัดด้านในและผ่านจุดตัดทางรถไฟที่เกิดเหตุ คาดว่าจะไม่เห็นรถไฟและถูกชนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ด้านนายสิริชัย นงนุช กำนัน ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย และนายจิตเมตตา สุขกล่ำ เจ้าหน้าที่การรถไฟพิเศษ เข้าตรวจจุดทางข้ามรถไฟที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณดังกล่าวกำลังมีการก่อสร้างทางข้ามทางรถไฟรูปเกือกม้า และเลื่อนจุดข้ามจากเดิมออกมาประมาณ 50 เมตร ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อนุญาตให้ทำทางข้ามชั่วคราวขณะที่มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟตัวใหม่ ซึ่งทางข้ามชั่วคราว มีลักษณะวิ่งขนานกับรางรถไฟแล้วหักศอกข้ามทางรถไฟเลยทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี ประกอบกับไม่มีสัญญาณไฟเตือนจึงเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และก่อนหน้านี้เคยจะเกิดอุบัติเหตุมาก่อนหน้าแล้วหลายครั้ง ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางไปมาระหว่างต.ห้วยโรง อ.เขาย้อยกับ บ้านแพรกหนามแดง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งทั้ง 2 อำเภอเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากทำให้ถนนเส้นดังกล่าวมีประชาชนสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก

นางวิพรได้เรียกตัวแทนผู้รับเหมามาพูดคุยว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นทางข้ามชั่วคราวที่ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบเนื่องจากย้ายทางข้ามจากจุดเดิมมาเป็นจุดใหม่ โดยไม่ติดตั้งสัญญาณไฟ และ กำหนดทางวิ่งให้ปลอดภัย จึงสั่งการให้วางแนวแบร์ริเออร์และสัญญาณไฟมาติดตั้งโดยด่วน

ทำบุญ 19 ศพ – ญาติผู้เสียชีวิต 19 ศพเหตุรถไฟชนรถทัวร์คณะกฐิน ร่วมทำบุญในจุดเกิดเหตุ บริเวณจุดตัดทางรถไฟสถานีคลองแขวงกลั่น จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนภาพเล็ก รถเก๋งถูกรถไฟชนขณะขับข้ามทางลักผ่าน อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สาหัส 2 ราย เมื่อวันที่ 16 ต.ค.

วันเดียวกัน ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ สถานีคลองแขวงกลั่น ม.7 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พระครูสมุห์สมนึก ชุติวันโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบางปลานัก นำญาติของ ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์รถไฟชนรถบัสคณะกฐิน จนมีผู้เสียชีวิต 19 ศพ และผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ต.บางเตย ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 19 ราย โดยในพิธีพระครูพิศาลธรรมคุณ เจ้าคณะตำบลท่าไข่ เจ้าอาวาสวัดประตูน้ำท่าไข่ ได้นำพระสงฆ์ 19 รูปที่นิมนต์มาจากวัดบางปลานัก วัดหนามแดง และวัดจรเข้น้อย ร่วมสวดพุทธมนต์ พร้อมทำพิธีบวงสรวงบริเวณกลางรางรถไฟ เพื่อเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณ ณ จุดเกิดเหตุ โดยชาวบ้านที่มาร่วมภายในงานยังได้ร่วมกันทำบุญองค์ผ้าป่า เพื่อต่อยอดองค์กฐิน อุทิศผลบุญให้กับผู้ล่วงลับ ถวายต่อวัดบางปลานัก

ที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนมอบเงินสินไหมทดแทนให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์รถไฟชนรถบัสคณะกฐิน บริเวณจุดตัดรถไฟ สถานีคลองแขวงกลั่น เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดยน.ส.สุธาทิพย์ กลิ่นนวลกมล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ.จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการจ่ายสินไหมทดแทนให้กับทายาทและผู้เสียชีวิต 18 ราย ขณะนี้ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนแล้ว 11 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 7 ราย เหลือทายาทคนไทยจังหวัดพิจิตร 1 รายและทายาทชาวเมียนมาอีก 6 ราย ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบเอกสารของทายาท ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ราย จะได้รับเงินจำนวน 673,103.44 บาท เท่ากันทุกคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน