พรเพชรขู่ม็อบ
ไล่นายกฯออก
ให้ระวังปฏิวัติ

ฝ่ายค้านแถลงจวกเปิดสภาวิสามัญ แค่เวทีฟอกตัว ‘บิ๊กตู่-รัฐบาล’ ไม่ได้หาทางออก แต่มีเจตนาให้ร้ายผู้ชุมนุม ‘ธนาธร’ ชี้เป็นข้ออ้างนายกฯ ลอยตัวออกจากปัญหา ซื้อเวลา ประชุม 4 ฝ่ายวางกรอบเวลาอภิปราย ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมง รัฐบาล-ส.ว.-ครม.ฝ่ายละ 5 ชั่วโมง ‘บิ๊กตู่’ ยังนิ่ง หลังม็อบขีดเส้นตายลาออกใน 3 วัน ‘วิษณุ’ ชี้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงแล้ว ก็ประกาศใหม่ได้ รุมถล่มนายกฯ เรียกร้องถอยคนละก้าว พูดอย่างทำอย่าง พปชร.สั่งส.ส.จัดกิจกรรมปกป้องสถาบัน ‘พรเพชร’ นำส.ว.ปฏิญาณตนร่วมพิทักษ์สถาบัน เตือนบีบนายกฯลาออก ปูทางปฏิวัติ

ป้อมไม่ได้คุยตู่-เส้นตายม็อบ

วันที่ 22 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติงานตามปกติตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากวันที่ 21 ต.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมเดินเท้ามาทำเนียบ และยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกภายใน 3 วัน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีภารกิจตลอดทั้งวัน เนื่องจากช่วงเย็นจะเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชทานเพลิง พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา ที่วัดเทพ ศิรินทราวาส ในเวลา 17.00 น.

อย่างไรก็ตาม ในทำเนียบยังวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามปกติ ขณะที่บริเวณถนนพระรามที่ 5 ด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนประจำการอยู่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงพล.อ.ประยุทธ์ ลงนามประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกทม. และประกาศข้อกำหนดและคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ว่า รอดูจากนายกฯ เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้เบาลงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ชี้นิ้วไปที่ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า “คุณรู้ดีเพราะไปอยู่ในที่ชุมนุม เห็นออกทีวีอยู่เรื่อย

เมื่อถามว่าการขีดเส้นตาย 3 วันให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ได้หารือถึงกรณีดังกล่าวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ได้คุย

วิษณุแจงปมฉุกเฉินร้ายแรง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงว่า ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคงและไม่จำเป็นนำเข้าหารือใน ครม. การยกเลิกนายกฯได้หารือครม.ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าถ้าจำเป็นขอให้นายกฯมีอำนาจตัดสินใจ ครม.ก็ให้ความเห็นชอบ เป็นไปตามข้อกำหนดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 11 วรรคสุดท้าย ระบุว่าการยกเลิกเป็นอำนาจของ นายกฯ ไม่ใช่ของครม.

เมื่อถามว่าการยกเลิกจะควบคุมการชุมนุมได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินประกาศอยู่แล้วจากการระบาดของโควิด แต่ไม่ได้ห้ามเรื่องการชุมนุม แต่หากจำเป็นก็ใส่ในข้อกำหนดได้ เพราะพ.ร.ก.เป็นแม่ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นลูก ถ้าจะยกเลิกก็ทำได้ และหากมีอะไรเกิดขึ้นอีกก็ประกาศใหม่ได้ ส่วนที่ศบค. ขอต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการขอต่ออายุเรื่องโควิด แต่จะไม่มีการระบุเรื่องการชุมนุมในข้อกำหนด ยืนยันไม่มีการประกาศข้อกำหนดใดเพิ่มเติม รับรองได้

ชวนถก 4 ฝ่ายแบ่งเวลาถกวิสามัญ

เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานประชุม 4 ฝ่าย ได้แก่ ครม. ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ว. เพื่อกำหนดประเด็นและกรอบเวลาเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26-27 ต.ค. เพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์ชุมนุม ขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์

นายชวนได้กล่าวก่อนประชุม ถึงการนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปว่า แม้จะมีพ.ร.ฎ.เปิดสมัยวิสามัญแล้ว แต่ยังออกหนังสือนัดประชุมไม่ได้ต้องรอหนังสือจากรัฐบาลขอให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 ก่อน คาดน่าจะมาภายในเย็นวันนี้ ส่วนสภาเตรียมทุกอย่างพร้อมเพื่อออกหนังสือนัดประชุม

หลังการหารือ 1 ชั่วโมง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แถลงว่า ได้แบ่งกรอบเวลาอภิปรายเป็น 4 กลุ่ม รวม 23 ชั่วโมง ได้แก่ ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมง รัฐบาล ส.ว.และครม.ฝ่ายละ 5 ชั่วโมง แบ่งเวลาให้ประธานรัฐสภาอีก 1-2 ชั่วโมง การประชุมวันที่ 26 ต.ค. เริ่มเวลา 09.30-22.00 น วันที่ 27 ต.ค. จะอภิปรายต่อจนครบเวลาที่เหลือ หวังว่าญัตติของรัฐบาลที่เสนอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้จะเป็นทางออกทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงบ้าง

เบรกถก 6 ญัตติฝ่ายค้าน

นายวิรัช ในฐานะประธานกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการ ยังแถลงอีกว่า การทำงานของกมธ.ถือเป็นวันสุดท้ายและพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงตรวจทานความเรียบร้อย คาดว่าจะยื่นรายงานของกมธ.ต่อสภาวันที่ 26 ต.ค. รายงานของกมธ.ไม่มีการลงมติ ไม่มีเสียงส่วนใหญ่ ไม่มีเสียงส่วนน้อย มีเพียงแนวทางเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของสมาชิกรัฐสภาจะโหวตรับหรือไม่รับร่าง ยืนยันว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เข้าสู่การพิจารณาในการประชุมสมัยวิสามัญ แต่จะนำไปพิจารณาสัปดาห์ถัดไปคือการประชุมสภาสมัยสามัญ

ฝ่ายค้านลังเลประชุมวิสามัญ

ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.เพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นเนื้อหาญัตติที่ฝ่ายรัฐบาลขอเปิดประชุมแล้ว กังวลจะขัดข้อบังคับการประชุมหรือไม่หากจะพูดถึงเรื่องสถาบัน และการประชุมจะตอบสนองความคาดหวังของสังคมในการหาทางออกให้ประเทศได้จริงหรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วไม่ใช่ทางออก ฝ่ายค้านอาจทบทวนไม่เข้าร่วมการประชุม หรือถ้าจะเข้าร่วมประชุมจะเป็นในลักษณะใด พรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันบ่ายวันนี้เพื่อหาข้อสรุป

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ญัตติขอเปิดประชุมของรัฐบาลมีการอ้างอิงถึงเรื่องขบวนเสด็จฯวันที่ 14 ต.ค. รวมถึงข้อเรียกร้องต่างๆ ของนักศึกษา 3 ข้อ เมื่อมีการกล่าวถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ใช้รัฐสภาเป็นตัวอย่างการอภิปรายเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ภายใต้กรอบกฎหมาย

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า การเปิดสมัยวิสามัญแม้จะไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นการนำปัญหากลับเข้ามาในสภา เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนเรื่องสถาบันหากจะอภิปรายต้องพูดอย่างมีวุฒิภาวะ ใครพูดต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองและรับผิดชอบหากสิ่งที่พูดทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ

ฝ่ายค้านซัดเปิดวิสามัญไม่แก้วิกฤต

เวลา 15.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมประชุมกำหนดท่าที หลังพล.อ.ประยุทธ์ ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง และเสนอญัตติขอเปิดสมัยวิสามัญ จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านประชุมกันเห็นว่าญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165 เป็นการตั้งใจให้ร้ายประชาชนมากกว่า ทำให้ประชาชนกลายเป็นสาเหตุของปัญหา ไม่จริงใจและไม่ได้นำไปสู่ทางออกเลย ทั้งนี้ แม้จะมีข้อจำกัด แต่พรรคฝ่ายค้านจะร่วมกันยืนหยัดปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน โดยเข้าร่วมอภิปรายในวันที่ 26-27 ต.ค. เราจะไม่ยอมให้รัฐบาลใช้เวทีรัฐสภานี้ ซักฟอกรัฐบาลให้ขาวสะอาด

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เราผิดหวังกับญัตติของรัฐบาล ซึ่งสังคมและเราคาดหวังว่าการเปิดวิสามัญจะเป็นการหาทางออกของวิกฤตการชุมนุมที่นับวันจะขยายตัว แต่ญัตติที่รัฐบาลยื่นกลับไม่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม 3 ข้อเลย คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอให้นายกฯ ลาออกและการปฏิรูปสถาบัน มีเพียงเรื่อง โควิด-19 ซึ่งผ่อนคลายลงแล้ว และยังนำเรื่องการขัดขวางขบวนเสด็จฯวันที่ 14 ต.ค. และรายละเอียดเป็นการกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าขัดขวาง จาบจ้วงล่วงเกิน ซึ่งการหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาเป็นญัตติในสภา ไม่ใช่ทางออก แต่จะเพิ่มความขัดแย้งขึ้นมาอีก กลายเป็นการกล่าวหาและผลิตซ้ำความไม่พอใจใหม่ขึ้นมา สะท้อนถึงการกล่าวหาใส่ร้ายผู้ชุมนุม

จำใจร่วมประชุม

ดังนั้น เราเห็นว่าญัตติของรัฐบาลห่างไกลจากทางออกของวิกฤต มีเจตนาซ่อนเร้นกล่าวร้าย กล่าวหาประชาชน โยนความผิดให้ผู้ชุมนุม ที่สำคัญมีเจตนาเบี่ยงเบนไม่ให้เราพูดถึงความล้มเหลวหลายด้านของรัฐบาล เจตนาอยากให้เราพูดถึงแต่เรื่องขบวนเสด็จฯเท่านั้น และยังหยิบจุดอ่อนของประชาชนมาฟอกตัวเอง ญัตติดังกล่าวรัฐบาลไร้วุฒิภาวะ และอาจขัดต่อข้อบังคับ กระทบความเสียหายวงกว้าง อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องเข่าร่วมประชุม เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงที่ประชาชนถูกกล่าวหา เพื่อไม่ให้รัฐบาลและพรรคร่วม รวมถึงส.ว. อภิปรายด้วยข้อมูลด้านเดียว จึงเป็นความจำใจที่ฝ่ายค้านต้องปฏิบัติหน้าที่นี้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เจตนาของเราคืออยากให้สภาเป็นพื้นที่ปลอดภัย พูดคุยกันและเป็นเสาหลักแก้วิกฤตบ้านเมือง แต่ญัตติดังกล่าวเป็นการกล่าวหาให้ร้ายประชาชน ดังนั้น พรรคฝ่ายค้านจึงต้องเข้าไปอภิปรายปกป้องสิทธิให้ความยุติ ธรรมกับประชาชน หวังว่าประธานจะควบคุมการประชุม และให้ความยุติธรรมทุกฝ่าย

พท.ฉะเปิดสภาฟอกบิ๊กตู่

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมสมัยวิสามัญ 26-27 ต.ค. เชื่อว่าไม่มีประโยชน์ เพราะรัฐบาลไม่นำเรื่องสำคัญที่กลุ่มเยาวชนและประชาชนเรียกร้องคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าที่ประชุม แต่เปิดเพื่อให้รัฐบาลใช้เป็นเวทีฟอกตัวพล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าจะเปิดให้ปัญหาของประเทศได้รับการแก้ไข ดังนั้น แม้เปิดสภาก็แก้ปัญหาไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมรับว่าตัวเองคือต้นตอปัญหา หากยังหวงอำนาจกอดเก้าอี้แน่นจะมีจุดจบไม่ต่างจากคนที่ได้ชื่อเป็นทรราชในอดีต ดังนั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดแผลเน่ารัฐบาลให้ประชาชนทราบว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจ มีวาระอื่นแอบแฝงที่ไม่ยอมลงจากตำแหน่ง

ซัดแถลงการณ์-ข่มขู่เด็ก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์แถลงการณ์ค่ำ 21 ต.ค. ว่า เป็นแถลงการณ์ที่ย้อนแย้งสับสนในตัวเอง พูดอย่างทำอย่าง บอกไม่ใช้ความรุนแรง กลับปล่อยให้กลุ่มคนใกล้ชิดเครือข่ายรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่เว้นกระทั่งเนตรนารี พลังมืดที่อ้างถึงไม่แน่ใจว่าต้องการสื่อถึงอะไร เป็นความพยายามส่งสัญญาณข่มขู่คุกคามต่อจาก คำเตือนอย่าท้าทายพญามัจจุราชหรือไม่ การถอยคนละก้าวที่พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้ทันที คือการลาออกทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

กรณีเหตุการณ์คนเสื้อเหลืองรุมทำร้ายกลุ่มนักศึกษา ที่ม.รามคำแหงต้องถูกดำเนินคดี ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ด้วยหรือไม่ มีหลักฐานทั้งภาพและคลิป นายทศพล มนูญญรัตน์ ที่เคยเป็นอดีต กปปส. กับนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ด้วยกันมาก่อน และเป็นเครือข่ายพปชร. เป็นแกนนำบุกทำร้ายนักศึกษา รัฐบาลต้องมีคำตอบ น่าสังเกตเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดขึ้นซ้ำใน ม.รามคำแหง อย่างกรณีล้อมปราบคนเสื้อแดง 30 พ.ย.-1 ธ.ค.56 และอีกหลายเหตุการณ์

พูดอย่างทำอย่าง-อยากสงบจริงหรือ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการประกาศยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เห็นได้ว่ารัฐบาลไม่จริงใจต่อประชาชน แม้ยกเลิกแล้วแต่วันนี้ยังคงต้องรอคำพิพากษาของศาลแพ่ง ที่ตน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และพวกไปร้องไว้ หากศาลมีคำพิพากษาว่าพ.ร.ก.ไม่ชอบ หมายความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบ และย่อมมีความผิดที่ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยมิชอบ วันนี้นายกฯต้องตัดสินใจลาออกได้แล้ว

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า หลังจากฟังพล.อ.ประยุทธ์ แถลงค่ำ 21 ต.ค. เริ่มต้นบอกให้ถอยคนละก้าว ต่อมาโจมตีคู่กรณี การแถลงสร้างความเกลียดชังและแตกแยกให้ประเทศมากขึ้นไปอีก ถ้าจะพูดถึงความรุนแรง พล.อ.ประยุทธ์ควรขอโทษคนไทยทุกคนที่ตัดสินใจพลาด สลายม็อบที่ชุมนุมโดยสงบ การจะถอยคนละก้าวต้องพูดความจริงให้หมดทุกด้าน ไม่ใช่พูดแต่สิ่งที่ฝ่ายตนเองได้ประโยชน์ และขณะแถลงการณ์กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลใช้รถยนต์ตราพรรคแกนนำรัฐบาลไปทำร้ายนักศึกษาในม.รามคำแหง บุกจับตัวน.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ ถ้าต้องการถอยคนละก้าวและต้องการความสงบจริง อย่าพูดอย่าง ทำอีกอย่างที่ตรงข้ามกับที่พูด

ธนาธรชี้ตู่ไม่ถอย-หาวิธีจัดการม็อบ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ 21 ต.ค. ว่า ข้อเสนอของพล.อ.ประยุทธ์ ให้แก้ปัญหาผ่านกลไลรัฐสภา เป็นข้อเสนอเพื่อปัดความรับผิดชอบและจะไม่เกิดขึ้นจริง เพราะนายกฯ ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลมีท่าทีอย่างไรกับ 3 ข้อเรียกร้อง การประชุมสภาวิสามัญที่จะเกิดขึ้นคือการซื้อเวลา จะไม่มีดอกผล หรือข้อสรุปที่เป็นแนวทางการหาทางออกร่วมกันของสังคม ในทางกลับกันจะเป็นเวทีที่ฝ่ายรัฐบาลและส.ว.ใช้กล่าวหานักเรียน นักศึกษา และประชาชนว่าล้มเจ้า และการที่พล.อ.ประยุทธ์อ้างสภา เพื่อลอยตัวออกจากปัญหา ปัดความรับผิดชอบ

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้กำลังถอย แต่กำลังเปลี่ยนแนวทางจัดการกับคณะราษฎร 2563 การยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงไม่ใช่การถอย แต่เปลี่ยนวิธีการจัดการกับประชาชน ใช้กลไกสร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชน พวกเขากำลังปลุกให้ประชาชนเกลียดชังกันเองในข้อหาล้มล้างสถาบัน ให้ความขัดแย้งร้าวลึกยิ่งขึ้น จนประชาชนปะทะกันเองแทนเจ้าหน้าที่รัฐ ถ้าอยากพิสูจน์ความจริงใจเรี่องการถอย ให้ออกจากตำแหน่งทันที

พปชร.ยันเคียงข้างนายกฯ

เวลา 13.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุมพรรคนัดพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดสมัยวิสามัญ โดยมีรองหัวหน้าพรรค คือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ประธานการประชุม

นายวิรัชกล่าวว่า การประชุมรัฐสภา 26-27 ต.ค. ขอกำชับให้ส.ส.อยู่ร่วมประชุมตลอดเวลา และไม่ต้องกังวลว่าจะกลับบ้านไม่ได้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เตรียมเรือไว้รองรับ การเปิดสภาครั้งนี้จะไม่มีการเสนอญัตติเห็นชอบรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่าง มีเพียงวาระเดียวคือการอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา อาทิ เรื่องการชุมนุม สถานการณ์โควิด-19 และการจวบจ้วงในขบวนเสด็จฯ วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมา น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติยึดมั่น 3 ข้อ 1.ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.มีความมุ่งมั่นให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 3.สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการรัฐสภา ต้องไม่กระทบหมวด 1 และ 2 โดยส.ส.และสมาชิกพรรคจะยืนหยัดเคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ ให้ทำงานรับใช้ประชาชนคนไทยทุกคน และพวกเราเป็นกำลังใจให้ฟันฝ่าวิกฤตตรงนี้ไป

สั่งส.ส.จัดกิจกรรมป้องสถาบัน

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้สมาชิกและส.ส.ทุกคนปกป้องสถาบัน สามารถจัดกิจกรรมในพื้นที่เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี อาทิ การใส่เสื้อเหลือง ออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืน เช่น ในหลายพื้นที่ที่จัดก่อนหน้านี้ อาทิ จ.ชลบุรี นราธิวาส เป็นต้น เพื่อให้ผู้มีความเห็นต่างอีกฝ่ายได้เห็นว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่รักและพร้อมปกป้องสถาบัน ยืนยันว่าจะไม่มีกลุ่มมวลชนมาปะทะกันอย่างอย่างแน่นอน เว้นแต่จะมีคนที่ต้องการสร้างสถานการณ์ เมื่อถามว่าพรรคจะประสานกลุ่มคนใกล้ชิดส.ส. ป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงได้อย่างไร นายสัณหพจน์กล่าวว่า รัฐบาลและแกนนำทุกพรรคช่วยกันประสานกับประชาชนในพื้นที่ว่าต้องเข้าใจกลุ่มนักศึกษาด้วยว่าเขาก็มีความคิดของเขา ต้องเปิดช่องว่างให้เขาด้วย

ส.ว.แสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน

เวลา 10.15 น. ที่อาคารสุขประพฤติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร และ นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา พร้อมข้าราชการวุฒิสภา กล่าวปฏิญาณตนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีจอมราชา เพื่อแสดงจุดยืนในการปกป้องพิทักษ์สถาบัน

นายพรเพชรกล่าวว่า วุฒิสภาเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจทางนิติบัญญัติและอำนาจอธิปไตย การปฏิบัติหน้าที่ของส.ว.ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมคณะราษฎรที่ให้นายกฯ ลาออก นายพรเพชรกล่าวว่า ตนจะแถลงประเด็นต่างๆ ในวันที่ 26 ต.ค. การประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และจุดยืนของส.ว.

เมื่อถามย้ำถึงกลุ่มคณะราษฎรยื่นคำขาดให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกภายใน 3 วัน ประธานวุฒิสภากล่าวว่า การออกจากตำแหน่ง ใดๆ มีขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมาย หากนำข้อเรียกร้องของกลุ่มคนมาดำเนินการ อาจเปิดช่องให้ใช้อำนาจนอกกฎหมาย และนำไปสู่การปฏิวัติได้ อย่างไรก็ตาม การรวมตัวของเยาวชน และการยื่นข้อเรียกร้องนั้น เป็นเรื่องปกติของการชุมนุม

ด้านพล.อ.สิงห์ศึกกล่าวว่าที่ผู้ชุมนุมขีดเส้นให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกภายใน 3 วันนั้นไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากกลไกการบริหารประเทศต้องยึดตามกฎหมาย และพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯที่มาตามกลไกของรัฐธรรมนูญ หากเป็นข้อเรียกร้องอื่นอาจทำได้ ทางออกที่ดี คือการทำประชามติเพื่อให้ประชาชนตัดสิน เช่น กรณีการออกจาก นายกฯ หรือประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน