‘โมลาเบ’ถล่ม
ภาคกลางอ่วม

เตือนรับมือน้ำป่า-ดินถล่มทั่วปท. ภาคกลาง-ตะวันออกก็ไม่รอดฤทธิ์ไต้ฝุ่น ‘โมลาเบ’ เข้าไทย ชลประทานเร่งพร่องน้ำเขื่อนในพื้นที่รองรับน้ำฝน เขื่อนยางชุมกุยบุรีล้นสปิลเวย์เร่งระบายทิ้ง ผวจ.โคราชกำชับปักธงชัย-โชคชัยเตรียมอพยพหนีขึ้นที่สูง นายกสมาคมประมงสงขลาให้เรือเครือข่ายทำประมงใกล้ชายฝั่งหรือเกาะแก่ง เพื่อหลบพายุได้ทัน

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยม วิทยา เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” (พายุระดับ 5) เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองกวางงาย ประเทศเวียดนามแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกของ จ.อุบลราชธานี ประมาณ 400 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 140 ก.ม.ต่อช.ม. กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 25 ก.ม.ต่อช.ม. คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน (พายุระดับ 3) ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ จ.อุบลราชธานี ในคืนนี้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝน เป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง ส่งผลทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

วันเดียวกันศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งเตือนดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก โดยระบุว่า เนื่องจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นโมลาเบ สำหรับพื้นที่คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนที่อาจก่อให้เกิด ดินถล่มล่วงหน้า 3 วัน จากแบบจําลองพื้นที่อ่อนไหวต่อดินถล่มแบบพลวัต สําหรับศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย ได้แก่ จ.กาญจนบุรี นครนายก ลพบุรี สระบุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย อุบลราชธานี เชียงใหม่ ตาก น่าน พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ตราด ปราจีนบุรีและสระแก้ว จึงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พิบัติภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากเป็นพิเศษ และแจ้งอาสาสมัครเครือข่ายในพื้นที่เสี่ยงภัยต่อไป ทั้งนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรง ซึ่งอาจ ทําให้เกิดน้ำท่วม ฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

นายสัมพันธ์ เดือนศิริรัตน์ ผอ.โครงการชลประทานอุบลราชธานี กล่าวถึงอิทธิพล ของพายุโมลาเบว่า ปัจจุบันกรมชลประทานพร่องน้ำ โดยใช้เครื่องผลักดันน้ำ 50 เครื่อง เร่งผลักดันน้ำออกจากแม่น้ำมูนบริเวณแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร ลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม ทำให้ขณะนี้แม่น้ำมูนที่สถานีวัดน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย มีระดับน้ำสูง 5.69 เมตร ยังต่ำกว่าที่เป็นจุดน้ำล้นตลิ่ง 1.31 เมตร อัตราการไหลของน้ำ 1,575 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีก 800 ลบ.ม. ต่อวินาที ไม่น่าเป็นห่วงหากมีฝนตกจากพายุลูกนี้มากนัก

ส่วนลำน้ำชี เขื่อนลำปาวยังมีปริมาณน้ำเก็บกักไว้เพียงร้อยละ 47 หากฝนตกลงเหนือเขื่อนยังสามารถเก็บได้อีกกว่าร้อยละ 50 ส่วนเขื่อนกั้นลำน้ำชีพร่องน้ำลงมาเป็นระยะ แต่สิ่งที่ต้องระวังในช่วงวันนี้ที่พายุเคลื่อนมาถึงคือ บริเวณพื้นที่ราบลุ่มอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันจากอิทธิพลของพายุ ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเอาสิ่งของขึ้นที่สูง และติดตามคำเตือนของทางการอย่างใกล้ชิด

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวถึงการรับมือกับพายุโมลาเบว่า ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ ปักธงชัยและโชคชัยถึงการระบายน้ำออกจากเขื่อนลำพระเพลิง ปัจจุบันเขื่อนลำพระเพลิงมีปริมาณกักเก็บ 154 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 99 ของความจุอ่าง ช่วงที่มีพายุโมลาเบคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนลำพระเพลิง จำนวนมาก เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ จึงระบายน้ำทางคลองส่งน้ำสายใหญ่ ในอัตรา 10 ลบ.ม.ต่อวินาที และลงคลองธรรมชาติ ลำพระเพลิง ในอัตรา 30 ลบ.ม.ต่อวินาที ขอแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขต ต.ลำนางแก้ว, ต.ตะขบ, ต.สุขเกษม, ต.งิ้ว, ต.นกออก, ต.ดอน, ต.เมืองปัก, ต.โคกไทย อ.ปักธงชัย และต.ท่าลาดขาว, ต.พลับพลา, ต.กระโทก อ.โชคชัย ให้ติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมเก็บของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.โนนสูง ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น หลังปริมาณน้ำจากลำน้ำมูนเอ่อเข้าท่วมภายในวัดธรรมทานวนาราม ต.ลำมูล สูงเกือบ 2 เมตร พระสงฆ์ต้องอพยพออกจากวัด ไปกางเต็นท์จำวัด อยู่ริมถนน และกระทบชาวบ้านใน ต.ลำมูล รวม 7 หมู่บ้าน 500 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องการยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่มเป็นจำนวนมาก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าออกมาข้างนอกบ้าน เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สิน นอกจากนั้นยังท่วมโรงเรียนบ้านหนองโจด ม.6 ต.ลำมูล สูงประมาณ 50 ซ.ม. และมีแนวโน้มว่าจะท่วมสูงขึ้นอีก ทางโรงเรียนจึงสั่งปิดเรียนชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ รวมขณะนี้มีโรงเรียน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านโนนมันเทศ และโรงเรียนบ้านหนองโจด

ส่วนที่ อ.โนนไทย น้ำจากลำเชียงไกร ล้นตลิ่งไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเศรษฐกิจ ต.เมืองปราสาท กว่า 50 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูง 40-70 ซ.ม. บางหลังท่วมสูงถึง 1 ม. ถนนสายโนนไทย-โนนสูง บริเวณหน้าวัดบ้านหนองอ้อ ระดับน้ำท่วมสูง 20 ซ.ม. ระยะทางยาว 200 ม. รถเล็กสัญจรไปมาลำบาก และปริมาณน้ำยังท่วมอุโมงค์ทางลอดรถไฟความเร็วสูง บริเวณสถานีอำเภอโนนสูง ต้องปิดการจราจรห้ามรถวิ่งผ่าน เนื่องจากระดับน้ำไหลเข้าท่วมสูงกว่า 2.5 เมตร

ด้านสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม ประกาศแจ้งเตือนประชาชน จากพายุไต้ฝุ่นโมลาเบ พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉบับพลันได้แก่ 1.พื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำชี 2.พื้นที่ลุ่มริมลำน้ำเสียว 3.พื้นที่ลุ่มในตอนใต้ของจังหวัด ได้แก่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย อ.วาปีปทุม อ.ยางสีสุราช อ.นาเชือก 4.พื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำท่วม ซ้ำซาก

นางรังสรรค์ ตันเจริญ ผวจ.พิจิตร กล่าวว่า ประกาศให้ประชาชนทั้ง 12 อำเภอ เตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นโมลาเบ เฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะ 4 อำเภอ พื้นที่เสี่ยงประกอบไปด้วย สากเหล็ก, วังทรายพูน, ทับคล้อ และดงเจริญ เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือนของประชาชน รวมทั้งพืชผลทางการเกษตร และให้ประชาชน ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยพร้อมปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และสังเกตสัญญาณ ผิดปกติทางธรรมชาติ เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออย่างทันท่วงที

นายอานนท์ พร้อมเพรียง นายอำเภอกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบสภาพอ่างเก็บน้ำ ยางชุม ต.หาดขาม หลังจากฝนตกบนเทือกเขา ตะนาวศรีติดต่อกันหลายวันและไหลลงสู่ อ่างเก็บน้ำยางชุมที่เป็นโครงการชลประทานขนาดกลาง เป็นเขื่อนดินปริมาณน้ำที่ระดับน้ำเก็บกัก 41.10 ล้านลบ.ม. พบน้ำล้นสปิลเวย์ระบายลงสู่คลองกุยบุรีจำนวนมาก พร้อมเรียกประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษา มีมติร่วมกันให้ระบายน้ำออกให้เหลืออยู่ประมาณร้อยละ 90 เพื่อรับมือพายุที่กำลังเข้าไทย และประสานผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในพื้นที่กำจัดวัชพืชอย่าให้ขวาง ทางน้ำ เพื่อให้น้ำระบายลงทะเลให้เร็วที่สุด

วันเดียวกัน นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมง จ.สงขลา เปิดเผยว่าสมาคม มีความห่วงใยชาวประมงที่ออกไปทำการประมงบริเวณอ่าวไทยตอนบน ซึ่งเป็นแหล่งสัตว์น้ำที่ทำการประมงมาตลอดบริเวณใกล้เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ขอแจ้งเตือนเรื่องคลื่นลมแรงวันที่ 28-30 ต.ค. หากเป็นไปได้ให้ขยับเรือลงมาบริเวณน่านน้ำ จ.นครศรีธรรมราช จะปลอดภัยมากกว่า เพราะอ่าวไทยตอนล่างจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า สมาคมกำลังติดตามรายงานของอุตุฯ อย่างใกล้ชิดอยู่จะรายงานเป็นระยะ ขอให้ทำงาน ด้วยความระมัดระวัง และพยายามทำการประมงใกล้ฝั่งหรือใกล้เกาะแก่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน