เลือกตั้งสหรัฐ – การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาชาติมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตรกับไทยเวียนกลับมาอีกครั้งวันที่ 3 พ.ย.นี้เป็นวันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายนเหมือนทุกครั้ง
แม้ว่าปีนี้จะเกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งสหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก
เดิมเคยมีข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนออกไปตามสถานการณ์โควิด-19 ดังกล่าวรวมถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีเพิ่งป่วยโควิดได้ไม่นาน
แต่มาถึงวันนี้พิสูจน์แล้วว่ากระบวนการเลือกตั้งประชาธิปไตยดำเนินไปได้ตามปกติแม้ว่าจะมีปัจจัยโควิดแทรกซ้อน
ก่อนหน้าการเลือกตั้งของสหรัฐประเทศประชาธิปไตยอย่างเกาหลีใต้และนิวซีแลนด์จัดการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้สำเร็จลุล่วงไปได้แล้วเช่นกัน
แม้ว่าสองประเทศนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 น้อยกว่าของสหรัฐแต่ชาวอเมริกันก็ยังใช้สิทธิและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
สังเกตได้จากจำนวนคนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าของสหรัฐมีจำนวนสูงกว่า 92 ล้านคนสูงกว่า ครั้งก่อนๆหรือคิดเป็นร้อยละ 58 จากจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน
การเปิดกว้างด้วยระบบที่ยึดประชาชนเป็นหลักและคำนึงถึงการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดนี้ช่วยผลักดันให้กระบวนการประชาธิปไตยดำเนินไปได้
แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคใหม่ๆที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
กรณีสหรัฐที่เป็นมหาอำนาจนานาประเทศต่างจับตาว่านายโดนัลด์ทรัมป์จะรักษาเก้าอี้ผู้นำสมัยที่สองไว้ได้หรือไม่หรือจะเปลี่ยนมือกลับไปเป็นพรรคเดโมแครตที่ส่งอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงชิงชัย
เนื่องจากช่วง 4 ปีมานี้สหรัฐมีนโยบายและปรากฏการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศแบบใหม่ขึ้นทั้งสงครามการค้ากับจีนการพบปะผู้นำเกาหลีเหนือการถอนตัวจากข้อตกลงและองค์กรระหว่างประเทศในที่นี้รวมถึงองค์การอนามัยโลก
แม้แต่การเปิดทำเนียบขาวต้อนรับผู้นำรัฐประหารจากไทยเมื่อปี 2560 และการตัดจีเอสพีไทยในปี 2563 ล้วนเป็นเรื่องใหม่
แต่เชื่อมั่นได้ว่าเรื่องที่สหรัฐต้องดำรงไว้คือระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือกเองและกองทัพไม่มีอำนาจแทรกแซง