บุ๊กสโตร์ – ผู้สื่อข่าวหรรษา เป็ดเหลืองมาแล้ว มาเป็นไฮไลต์ความสนใจในฐานะอีกสัญลักษณ์ขับไล่เผด็จการ วาระนี้ สำนักพิมพ์มติชนนำเล่มสำคัญมาเสนอ “ทั้งหมด ขวา-หัน!” (170 บาท) รวมบทความสไตล์ คำ ผกา วิพากษ์เสียดสีเจ็บแสบแยบคาย พร้อมเขย่าผู้อ่านให้ตาสว่างกับความเชื่อทางวัฒนธรรมที่เราอาจจะเข้าใจผิดกันมานาน

 

ทำไมแนวคิดขวาสุดโต่งจึงงอกงามนักในสังคมนี้? บางอุดมการณ์ก็ฝังอยู่ในยีนทางวัฒนธรรมโดยที่เราไม่รู้ตัว…ความน่ากลัวของอุดมการณ์ในยีนทางวัฒนธรรมดังกล่าวคือ เราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราได้บันทึกสิ่งเหล่านั้นลงไปในอากัปกิริยา วิธีคิด และวิธีตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ โดยที่หลายครั้งก็ด้วยหลักการ ที่แท้จริงแล้วไม่มีหลักการ หรือหลายครั้งก็ด้วยสิ่งที่ถูกนิยามว่าคือเหตุผล ทั้งที่จริงแล้วไร้ซึ่งเหตุผล และไม่สอดคล้องกับตรรกะใดเลยในโลกนี้

คำ ผกา เขย่าความเชื่อเหล่านั้นให้สั่นสะเทือนด้วยการตั้งคำถามและชวนคิดประเด็นต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ด้วยสำนวนอันแยบคาย เผ็ดร้อน ทว่าก็จริงใจและซื่อตรงอย่างยิ่งต่อการนำเสนอเรื่องราวอันน่าจะเป็นสิ่งที่ใครหลายคนสะกิดใจ แต่ไม่กล้าที่จะออกมาสงสัยหรือตั้งคำถาม

ทั้งหมด ขวา-หัน! ไม่ได้กำลังสั่งให้คิดเหมือนกัน แต่สะกิดให้เราเข้าใจนัยยะแห่งทิศทางของสิ่งเหล่านั้น โดยไม่ต้องหวาดเกรงการ “หัน” คนละทางกับสังคมอีกต่อไป

….Midnight’s Children (590 บาท, สนพ.มติชน) ผลงานมาสเตอร์พีซของ Salman Rushdie เล่าเรื่องราวกาลครั้งหนึ่งเมื่อบริติชราชยังปกครองอินเดีย ว่าที่คุณแม่ได้รับคำทำนายถึง “ลูกชาย” ที่ใกล้คลอดของเธอ คำทำนายพิลึกพิลั่นขวัญผวาซึ่งติดตัวเด็กชายไปตลอดชีวิต ครั้นนาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 15 สิงหาคม 1947 เวลาที่อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษพอดิบพอดี ซาลีม ซีนาย พลันลืมตาดูโลก

ชีวิตของเขาไม่ธรรมดา มันโลดโผนและบอบช้ำพอๆ กับอินเดียผู้เป็นเช่นแฝดน้อง และด้วยเชื่อว่าชะตาชีวิตของตนถูกผูกโยงเข้ากับประวัติศาสตร์และชะตากรรมของประเทศ ซาลีมจึงบันทึกเรื่องราวที่หมักบ่มมาตลอดอายุร่วมสามสิบปีแปรรูปเป็นคำบอกเล่ารสเด็ดบรรจุขวดโหล 30 ใบในรูปของ “ประวัติครอบครัวฉบับละเมิดกฎฮาลาล”

วรรณกรรมหลังอาณานิคม สะท้อนความเป็นไปของชาติชาติหนึ่ง ซึ่งถือกำเนิด และกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางความผันผวนที่โถมเข้าใส่ คู่ขนานไปกับชีวิตของพลเมืองคนหนึ่ง ผู้ไขว่คว้าหาความหมายให้ตัวเองผ่านประสบการณ์ทั้งในฐานะผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ / สุนันทา วรรณสินธ์ เบล แปล

….ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์อยู่เหนือการเมือง (350 บาท, สนพ.ฟ้าเดียวกัน) รวมบทความว่าด้วยประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่ของ ธงชัย วินิจจะกูล ที่เขียนขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2547-2555 ซึ่งผู้เขียนได้คลี่ให้เห็นเค้าโครงประวัติ ศาสตร์ประชาธิปไตยไทยแบบเป็นกระแสซ้อนกัน โดยดูจากประวัติศาสตร์ในช่วงยาว เริ่มจากการสร้างรัฐสมบูรณาญา สิทธิราชย์ในสมัยรัชกาลที่ 5 มาจนถึงประชาธิปไตยแบบอำมาตย์ ท่ามกลางวิกฤตการเมือง เหลือง-แดง ที่ยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน

ในสายธารประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันยาวนาน ธงชัยวิเคราะห์ให้เราเห็นการต่อสู้ต่อรองของผู้เล่นมากหน้าหลายตา ทั้งการปะทะกันระหว่างสถาบันกษัตริย์และฝ่ายนิยมเจ้า กับคณะราษฎรและผู้เอาใจช่วยระบอบใหม่ที่มีจุดยืนร่วมกันว่า “อำนาจสูงสุดนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” เพื่อกำหนดสถานะ และอำนาจของสถาบันกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ การปะทะกันระหว่างกองทัพกับฝ่ายเสรีนิยมที่จบลงด้วยชัยชนะอย่างไม่กระโตกกระตากของสถาบันกษัตริย์ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองและกลุ่มทุน กับขบวนการพลเมืองซึ่งหันไปเป็นพันธมิตรกับฝ่ายนิยมเจ้า

“ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เล่นที่่ธงชัยวิเคราะห์แจกแจงบทบาทไว้อย่างละเอียดและลุ่มลึกที่สุดก็คือสถาบันกษัตริย์ที่คนส่วนใหญ่มองว่ามีสถานะเหนือการเมือง”

….The Crusades ครูเสด มหาสงครามแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ (365 บาท, สนพ.ยิปซี) ภาสพันธ์ ปานสีดา เขียนเล่าถึงการ ห้ำหั่นและนองเลือดในนามแห่งศรัทธาที่กินระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

แม้ภาพลักษณ์ของสงครามครูเสดมักถูกมองว่าเป็นสงครามแห่งศาสนาและความงมงายบ้าคลั่งของชาวคริสต์ในยุคกลาง แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้านสังคมและเศรษฐกิจในยุคนั้นกลับบ่งชี้ว่าผลของการทำสงครามครูเสดนำมาซึ่งการเปลี่ยน แปลงครั้งใหญ่ในสังคมยุโรป ด้วยการพลิกโฉมหน้าของสังคมศักดินาอันล้าหลังให้กลายเป็นยุคแห่งรัฐชาติที่มีอำนาจทาง การเมืองที่ทันสมัยและเป็นปึกแผ่น พร้อมกับภาวะเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูและรุ่งโรจน์ และผลของความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็กลายมาเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมโลกตะวันตกสมัยใหม่

สงครามครูเสดจึงมิใช่เพียงสงครามศาสนาระหว่างคริสต์ศาสนาและศาสนาอิสลามเท่านั้น แต่นี่คือสงครามที่เปลี่ยนโลกทั้งโลกไปตลอดกาล

….โปรดโอบกอดมนุษย์ลูก (240 บาท, สำนักพิมพ์ SandClock Books) ทัศนะแม่แบบ วีรพร นิติประภา นักเขียนซีไรต์ 2 สมัย

หนังสือเล่มนี้เป็นแค่ความหวังเล็กๆ ว่าอาจช่วยให้พ่อแม่มองหาและมองเห็นบางรายละเอียดระหว่างเส้นทางการเลี้ยงดูลูก บางอย่างเล็กจ้อยอันอาจเป็นที่มาของความไร้สุข บางอย่างที่อาจพรากเราออกห่างคนละฟากจักรวาลทั้งๆ ที่นั่งอยู่กันตรงนั้น บางอย่างอ้างว้างเกินไปในความรัดแน่นเกินไป บางอย่างเปราะบาง กรีดบาด แตกร้าว

ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า แค่ความข้อนี้เพียงข้อเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เราหยิบยื่นทุกสิ่งอย่างที่เรามีแก่กัน นุ่มนวลและอ่อนโยนต่อกันอย่างที่สุด แค่ความเปราะบางแสนสามัญของการเป็นมนุษย์ ช่วงชีวิตอันแสนสั้นที่เรามีสิทธิ์ใช้ ความไม่แน่นอนร้ายกาจประดามีของโลก เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่เราจะลดความคาดหวังแก่กันลง หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่อาจกดดันให้อึดอัด ระวังทุกถ้อยคำไม่ให้บาดระคายจิตใจแม้เล็กน้อยเท่ารอยธุลี

พบกันใหม่อาทิตย์หน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน