เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งพื้นที่จ.พิจิตร โดยเฉพาะลุ่มน้ำยม บ้านจรเข้มผอม ต.รังนก อ.สามง่าม และต.ไผ่ท่าโพ ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ระดับน้ำยมแห้งขอดจนเห็นสันทราย ชาวบ้านสามารถเดินข้ามได้ ส่งสัญญาณว่าจ.พิจิตรจะประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ทำนาปรังหลายหมื่นไร่ และผู้ใช้น้ำอุปโภคบริโภค โดยล่าสุดเกษตรจังหวัดพิจิตรและชลประทานจังหวัดพิจิตร ได้ออกประกาศเตือนเกษตรกรชาวนาควรงดทำนาปรัง และให้วางแผนการใช้น้ำอย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้
ด้านนายเอกฉัตร เอี่ยมตาล นายช่างชำนาญงาน กรมชลประทาน เผยว่า ได้เปิดยกบานประตูน้ำแบบพับได้ด้วยระบบไฮโดรลิกฝายสามง่าม ทั้ง 4 บาน ในระดับ 55 องศา ซึ่งเมื่อยกระดับบานประตูแล้ว ฝายสามง่ามจะสามารถกักเก็บน้ำภายในลำน้ำยมในช่วงตอนบนของฝายได้นมากกว่า 11 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้วยความสูงจากท้องแม่น้ำ 3.9 เมตร ทั้งนี้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากมวลน้ำได้กว่า 3 หมื่นไร่ ครอบคลุมพื้นที่ต.รังนก ต.สามง่าม ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร รวมทั้งพื้นที่บางส่วนของจ.พิษณุโลก และยังสำรองน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย
ขณะที่นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำยมแห้งเร็วมาก เนื่องจากเกิดสภาวะฝนตกทิ้งช่วง อีกทั้งจ.พิจิตรฝนตกน้อย น้ำต้นทุนน้อย อีกทั้งฝายแม่น้ำยมกักเก็บน้ำไว้เพื่อให้เกษตรกรใช้ในการอุปโภคบริโภคและทำนาปรัง น่าจะกักเก็บได้แต่ต้องใช้กันอย่างประหยัด ดังนั้นชลประทานจังหวัดพิจิตรจึงได้แจ้งเตือนประชาชนที่ทำนาปรังขอความร่วมมือให้งดทำนาเนื่องจาก คาดว่าน่าจะแล้งมากในปีนี้ถึงปีหน้า