คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

ปลอบโยน โอนตาม – เพียงก้าวแรกในการลาออกจากพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็รู้

รู้ว่าความขัดแย้งอันเกิดขึ้น ดำรงอยู่และดำเนินไป ภายในสังคมการเมืองของไทยนั้นแผ่ออกไปอย่างกว้างไพศาลเหนือกว่าความคาดหมายยิ่งนัก

เริ่มตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มาแล้ว

ยิ่งเมื่อผ่านสถานการณ์ล้อมปราบ สลายการชุมนุมอย่างนองเลือดในเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ความขัดแย้ง แตกแยกในทางความคิดยิ่งลึกซึ้งและกว้างไกล

กว้างไกลมาถึงรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ภายในความปรารถนาดีต่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงมากด้วยหนามไหน่

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยมีการรายงานข่าวว่าที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เข้าไปมีบทบาทในพรรคเพื่อไทยมาจากความต้องการของใครในทาง การเมือง

แต่พอมาถึงเดือนธันวาคม 2563 กลับกลายเป็นคนละเรื่อง

กลายเป็นเรื่องที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไปสะดุดเข้ากับคนคนเดียวกันที่เคยมีข่าวว่าเพรียกหา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่นแหละผลักออกมา

นี่คือกระบวนการวิเคราะห์อันบิดเบี้ยวในทางการเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ไม่ต้องมองไปไกลมากนักต่อแต่ละจังหวะก้าวต่อไป

ขอให้ระมัดระวังคนใกล้ชิดบางคนที่ได้รับการยอมรับว่ามากด้วยความจัดเจน มากด้วยประสบ การณ์ทางการเมืองในห้วงที่คุณหญิงเป็นประธานยุทธศาสตร์นั่นแหละ

ตรวจสอบดูว่าสภาพความเป็นจริงเป็นนักการเมืองแบบไหน

เป็นนักการเมือง “ฉวยโอกาส” หรือไม่ เป็นนักการเมืองที่ชอบ “เหยียบหัว” คนอื่นขึ้นไปหรือไม่ เป็นนักการเมืองที่ดำเนินกลยุทธ์ในแบบ “จาริกแสวงศัตรู” หรือไม่

นั่นแหละ คือ ข้อพึงสังวรของ “คุณหญิง” ในทางการเมือง

ทุกก้าวย่างนับแต่หลุดออกมาจากพรรคเพื่อไทยล้วนเป็นก้าวย่างที่ทรงความหมาย

หากนับจากที่เคยอยู่พรรคพลังธรรมการตัดสินใจออกจากพรรคเพื่อไทยของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ครั้งนี้สำคัญและทรงความหมายเป็นอย่างสูง

จำเป็นต้อง “สรุป”จำเป็นต้องสุขุมเปี่ยมด้วยคัมภีรภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน