อนาคต การเมือง ของ จตุพร – บทบาทของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ต่อ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ สำคัญและแหลมคม
ยิ่งเมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่งสารเขียนด้วยลายมือจากนครดูไบแสดงการสนับสนุน นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ยิ่งสำคัญและแหลมคม
ทำให้สมรภูมิการเลือกตั้งนายกอบจ.เชียงใหม่ เข้มข้น
เข้มข้นเพราะว่า นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร มี นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หนุนหลัง ขณะที่ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ มี นายจตุพร พรหมพันธุ์ หนุนหลัง
นี่ย่อมเป็นการปะทะทางการเมืองอันแหลม คมยิ่ง
หากมองจากภูมิหลังของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยิ่งมากด้วยความแหลมคม
เพราะ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แจ้งเกิดทางการเมืองก็จากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ต่อเนื่องมายังพรรคเพื่อไทย
เรียกได้ว่าอยู่ในร่มเงาของ นายทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่อง
แม้กระทั่งเมื่อออกไปเคลื่อนไหวมวลชนในนามของนปช. ไม่ว่าเมื่อเดือนเมษายน 2552 ไม่ว่าเมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 ก็อยู่ในร่มเงาของ นายทักษิณ ชินวัตร
แล้วอยู่ๆกลับเดินคนละเส้นทางกับ นายทักษิณ ชินวัตร กระทั่งต้องดับเครื่องชน
คําถามก็คือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ อาศัย “บารมี” ใดในทางการเมืองมาปฏิบัติการครั้งนี้
1 เป็นบารมีจากที่สะสมมาในฐานะคนของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย 1 เป็นบารมีจากที่สะสมมาในฐานะประธานนปช.
ปัจจุบัน ที่สร้างความโดดเด่นคือประธานนปช.
แต่คำถามที่ตามมาก็คือ ภายในนปช.มีความเป็นเอกภาพ มีความแข็งแกร่งอยู่หรือไม่ ด้วยบารมีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ มีอยู่สามารถระดมมวลชนเป็นแสนได้หรือไม่
เป็นคำถามไปยังประธานนปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ โดยตรง
ไม่ว่าในที่สุดผลการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคมจะออกมาอย่างไร
เป็นไปในทางชัยชนะเป็นของ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ เป็นไปในทางชัยชนะเป็นของ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เดิมพันในทางการเมืองครั้งนี้ก็ใหญ่หลวงอย่างยิ่ง
มีผลต่ออนาคตและชีวิตของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แน่นอน