บุ๊กสโตร์ – ฉบับใหม่มาให้อ่านแล้ว “ศิลปวัฒนธรรม เดือนธันวาคม 2563” เชิญติดตามเรื่องเด่น “จอมพล สฤษดิ์ กับโหราศาสตร์ และประวัติศาสตร์การเมืองไทย”

พร้อมกับบทความน่าสนใจ อาทิ พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช พุทธศักราช 2508, 333 ปี แห่งการกลับมา “ท่าปาเรด” ของโกษาปาน, “ทางรถไฟสายมรณะ” ญี่ปุ่นสร้าง-ฝรั่งขาย-ไทยซื้อ, เปรียบเทียบ ไทย-ญี่ปุ่น ก่อนร่วมวงไพบูลย์ ฯลฯ

…วาระหนอนคึกคักรับฤดูหนาว พร้อมหน้า ณ บูธมติชน B123 ในงาน “เทศกาลหนังสือฤดูหนาว Winter Book Fest 2020” ที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ถึง 20 ธ.ค.นี้

นอกจากสารพัดเล่มครอบคลุมทุกหมวดหมู่ สำนักพิมพ์มติชนยังเตรียม “Silapawattanatham Selected หนังสือศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ” รอครบทุกเล่มที่ตามหา

“สยามรัฐท่ามกลางจักรวรรดินิยม” ไกรฤกษ์ นานา ตีแผ่แผนการของหัวขโมยในคราบนักสำรวจ ผู้อยู่เบื้องหลังการเขมือบดินแดนเอเชีย ย้อนไปยังศตวรรษที่ 19 ทั้งชาติอังกฤษ ชาติฝรั่งเศส มิใช่ฝรั่งโล้เรือสำเภา แต่เป็นฝรั่งโล้เรือปืน มิใช่ฝรั่งฝ่าป่าดงหาเครื่องเทศ แต่เป็นฝรั่งหาเมืองขึ้น การมาที่สั่นสะเทือนอำนาจ โลกทัศน์ และการปกครองของกษัตริย์สยาม เพราะแต่นี้ต่อไปสยามรัฐจะมิได้เผชิญหน้ากับศัตรูคู่แค้นเช่น พม่า ญวน แต่เป็นมหาอำนาจเจ้าจักรวรรดินิยมแห่งทวีปยุโรปผู้หิวกระหายอาณานิคม

“การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ ๕” ฉัตรดาว ลีเชวงวงศ์ เขียนถึงช่วงเวลาที่สตรีที่อยู่ในระดับชนชั้นนำในราชสำนักปรากฏบทบาทสู่สังคมภายนอกมากขึ้น แต่ก็ยังปรากฏบทบาทของสตรีตามขนบของสังคมยุคจารีตที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ จึงได้เห็นถึงความพยายามสร้างความสัมพันธ์เชิงอำนาจผ่านการเข้ารับราชการของพระภรรยาเจ้าและพระภรรยา แสดงถึงความเชื่อมโยงของการเมืองในราชสำนักฝ่ายหน้าที่มีอิทธิพลและส่งผลกระทบต่อราชสำนักฝ่ายใน

“ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่” คริส เบเคอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตรเขียนให้ได้เห็นภาพของอยุธยาตั้งแต่ก่อนเป็นรัฐ เห็นพัฒนาของสังคมมนุษย์ที่เริ่มจากภูมิประเทศว่างเปล่า แล้วตามไปดูว่ามนุษยชนใช้ทรัพยากรเพื่อทำมาหากิน สร้างสังคม จัดตั้งสถาบันได้อย่างไร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์สังคม-สามัญชน จนกระทั่งเป็นรัฐ-อาณาจักร การสงคราม การค้าอันเป็นหัวใจหลักในการดำรงความยิ่งใหญ่ของอยุธยา การล่มสลาย และการกำเนิดกรุงเทพฯ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 500 ปี

“มนุษย์อยุธยา : ประวัติศาสตร์สังคม จากข้าวปลา หยูกยา ตำรา Sex” กำพล จำปาพันธ์ ปลดเปลื้องประวัติศาสตร์อยุธยาออกจากความขลัง ให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ โดยการบอกเล่าเรื่องราวธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์อยุธยา ผ่านรูปร่างหน้าตา, ทรงผม, อาหารการกิน, หยูกยาและโรคภัย รวมไปถึงเรื่องเพศ และวันๆ เขาทำอะไรกันบ้าง?

“ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาพระนารายณ์” นพ.เอกชัย โควาวิสารัช ทำการชันสูตรพงศาวดาร ชำแหละประวัติศาสตร์ เพื่อไขปริศนาที่ยังคลุมเครือในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ตั้งแต่เสียงกระซิบถึงชาติกำเนิดของพระเพทราชาและพระเจ้าเสือ ที่ลือกันว่ามีเชื้อเจ้าไม่ใช่สามัญชน, จ้าวแม่วัดดุสิต มีตัวตนจริงหรือไม่ รวมไปถึงสาเหตุการสวรรคตของสมเด็จพระนารายณ์

“รักนวลสงวนสิทธิ์” โดย ภาวิณี บุนนาค เจาะลึกลงไปในวิถีชีวิต ปัญหา และชีวิตประจำวันของผู้หญิงไทยที่ถูกละเลยจากหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่เพียงเปิดเผยการต่อสู้เพื่อสิทธิ์เหนือเนื้อตัวร่างกายของหญิงไทยผ่านคดีความและฎีกาในยุคเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยของสังคมไทยเท่านั้น แต่ยังเปิดเผยมิติชีวิตและบทบาททางเศรษฐกิจของพวกเธอในพื้นที่สาธารณะ อันจะนำไปสู่การเปิดปูมปัญหาที่ฝังรากลึกอยู่เบื้องหลังระบบกฎหมายสมัยใหม่และสังคมไทยซึ่งกดทับตัวตนของคนทุกเพศทุกชนชั้น

“พลิกสุสาน อ่านจิ๋นซี” สมชาย จิว ชวนนั่งไทม์แมชชีนสู่สุสานทหารตุ๊กตาดินเผาโบราณที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี ใน สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินสื่อหวงปิงหมาหย่ง ที่เต็มไปด้วยความลึกลับชวนพิศวง และทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ ก่อนจะสืบย้อนไปครั้งแผ่นดินมังกรยังแบ่งเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่ดำรงอยู่ท่ามกลางสงครามการแย่งชิงดินแดน การประหัตประหาร การหักเหลี่ยมเฉือนคม ตราบกระทั่งจิ๋นซีฮ่องเต้รวมศูนย์อำนาจแล้วสถาปนาจักรวรรดิได้อย่างมั่นคง

“นครวัดทัศนะสยาม” งานศึกษาที่บอกให้รู้ว่าชาวสยามมีความทรงจำต่อเมืองนครวัดหลากหลายและยาวนาน หลักฐานทางประวัติศาสตร์นับตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย-รัตนโกสินทร์ ระบุถึงความรู้ของชาวสยามที่มีต่อนครวัดไว้จำนวนมาก และไม่ใช่แค่ในระดับชนชั้นสูงเท่านั้นที่รู้จักและสั่งให้สร้างวัด-วังเลียนแบบ แต่ชาวบ้าน-พระสงฆ์องค์เจ้าต่างก็รู้จักและต่างเคยเดินทางไปนครวัดด้วยกันทั้งนั้น

รศ.ดร. ศานติ ภักดีคำ ถ่ายทอดความเปลี่ยนแปลงองค์ความรู้ของชาวสยามที่มีต่อนครวัดที่ปรับเปลี่ย ผันแปรไปตามบริบทของยุคสมัย และตอกย้ำให้เห็นว่า นครวัดไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ในความทรงจำของผู้คนตลอดมา

“จากปีศาจสู่เชื้อโรค: ประวัติศาสตร์การแพทย์กับโรคระบาดในสังคมไทย” โดย ชาติชาย มุกสง ฉายภาพประวัติศาสตร์ความคิดความรู้ทางการแพทย์ในสังคมไทยที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เพื่อรับมือกับภัยร้ายของโรคระบาด อันจะเป็นบทเรียนที่ดีในยุคสมัยอันมืดบอดที่เราทุกคนต้องเผชิญอยู่ในเวลานี้

“สยามมหกรรม การเมืองวัฒนธรรมกับการช่วงชิงความเป็นสาธารณะ” โดย ปรีดี หงษ์สต้น ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงยุคคณะราษฎร เป็นระยะเวลากว่าหลายทศวรรษที่สยามประสบกับการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ส่งผลให้ผู้นำต้องการแสดงอำนาจและความเป็นรัฐสมัยใหม่ หรือความศิวิไลซ์ โดยเลือกแสดงผ่านการจัดงานมหกรรมสาธารณะ กระนั้นก็ตาม แม้จะเรียกเป็นงานมหกรรมระดับชาติ แต่ผู้ที่ได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมในงานไม่ได้รวมถึงราษฎร พวกเขาทำได้แค่เพียงเป็นตัวประกอบและกลายเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงงานมหกรรมในฐานะ ผู้ถูกดู มิใช่ ผู้ดู

“แลหลังคำเขมร-ไทย” เพราะภาษาไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอยๆ ไม่มีที่มาที่ไป แต่เกิดจากการผสมผสานของหลากหลายภาษา และภาษาเขมรโบราณก็เป็นหนึ่งในนั้น หนังสือรวมบทความของ ศานติ ภักดีคำ เล่มนี้ จะพาร่วมสำรวจที่มาของคำยืมภาษาเขมร ตั้งแต่แรกเริ่มรับภาษามาใช้ พาไปลำดับไล่เรียงพัฒนาการทางภาษา และสืบหาความหมายดั้งเดิมของคำยืมภาษาเขมรที่คนไทยใช้กันจนชิน

“ประวัติศาสตร์สำเหนียก” โดย ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ช่วงที่รัฐมีอำนาจส่วนกลางเข้มแข็ง หรือต้องการจะสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพ การผูกขาด “การเล่าและเขียนประวัติศาสตร์” เป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งเพื่อเสริมสร้างอำนาจความชอบธรรมให้มั่นคง ประวัติศาสตร์ไทยในมือนักประวัติศาสตร์ยุคหลัง จึงมิใช่การอวดโอ่มหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ไพศาลอันอุดมสมบูรณ์อีกต่อไป

ในยุคปัจจุบันที่มีการค้นคว้าแนวคิดทางประวัติศาสตร์อันหลากหลาย เราควรที่จะเริ่ม “สำเหนียก”หรือ “ตื่นรู้” ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น เปิดหู เปิดตา เปิดปาก ให้กับการรับรู้ประวัติศาสตร์อีกด้านในสังคมไทย

 

ผู้สื่อข่าวหรรษา

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน