นับโทษต่อคดียาเสพติด
มค.คิวตัดสินอีก2สำนวน

ศาลอาญาธนบุรี พิพากษาจำคุก 11 ปี 4 เดือน‘ไอซ์ หีบเหล็ก’คดีใช้ปืนบีบบังคับสาวขึ้นรถขับพาไปบ้านแล้วลงมือข่มขืน กักขังหน่วงเหนี่ยว และพกพาอาวุธปืน โดยให้นับโทษต่อจากคดียาเสพติดที่พิพากษาให้จำคุก 10 ปี 5 เดือนที่พิพากษาไปก่อนหน้านี้ เผยจำเลยยังคงมีคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอีก 2 สำนวน ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดต่อชีวิต และความผิดเกี่ยวกับศพ

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.586/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ ในความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2562 เวลากลางคืนหลังเที่ยง ถึง วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงต่อเนื่องกัน จำเลยได้กระทำผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้อาวุธปืนดังกล่าวข่มขืนใจให้ผู้เสียหายไปที่บ้านแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม เดิมจำเลยให้การต่อสู้คดี แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องทุกข้อหา

คดีนี้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 508,000 บาท แต่ระหว่างพิจารณา จำเลยได้โอนเงินชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายจำนวน 100,000 บาท ตามที่ตกลงกัน จนผู้เสียหายพอใจ จึงถอนคำร้องไป

ศาลสืบพยานโจทก์ปากผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนฟังประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว มีความเห็นว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 11 ปี 4 เดือน โดยให้นับโทษต่อจากคดียาเสพติด หมายเลขดำ ย.199/2563 ซึ่งมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 18 มี.ค.63 จำคุก 10 ปี 5 เดือน ที่ศาลอาญาธนบุรีได้ตัดสินไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า การอ่านคำพิพากษาใน วันนี้ เป็นการอ่านผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ หรือวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากศาลอาญาธนบุรี ไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรีซึ่งเป็นที่คุมขังจำเลย โดยไม่ได้เบิกตัวมาศาล อันเป็นหนึ่งในมาตรการของการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดเชื้อโควิดระลอกใหม่ในช่วงนี้

อย่างไรก็ดี สำหรับจำเลยนี้ยังคงมีคดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอาญาธนบุรีอีก 2 สำนวน ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดต่อชีวิต ความผิดเกี่ยวกับศพ โดยศาลอาญาธนบุรีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาคดี 2 สำนวนดังกล่าว ในช่วงกลางเดือน ม.ค.2564 ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 23 ธ.ค. 62 โดย ผู้เสียหายชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกับ น.ส.บี (นามสมมติ) คนที่เคยรับงานจากนายไอซ์ และเคยฝากไลน์ไว้ให้หากต้องการงานเอ็นเตอร์เทน จากนั้น น.ส.เอ จึงไลน์มาหานายไอซ์ แล้วนัดเจอกันที่ตลาดบางแค เขตบางแค กทม. ก่อนที่นายไอซ์จะใช้อาวุธปืนมาจี้ เนื่องจากเกิดความชอบแล้วบังคับให้ขึ้นรถกลับไปยังบ้านพักเลขที่ 59 ซึ่งเป็นบ้านพักที่เกิดเหตุ

จากนั้นใช้อาวุธปืนจี้ข่มขู่บังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ เมื่อจำเลยเผลอ น.ส.เอได้ส่งข้อความไลน์บอกเพื่อนให้ช่วยแจ้งตำรวจมาช่วยเหลือในทันที เนื่องจากนายไอซ์มีอาการคลุ้มคลั่งเกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต จนกระทั่งเวลา 00.10 น.ของวันที่ 23 ม.ค. ตำรวจสายตรวจ สน.เพชรเกษม จึงเข้าไปช่วยเหลือน.ส.เอ ออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถควบคุมตัวนายไอซ์ได้ทันที เนื่องจากยังไม่มีหลักฐาน

จากนั้นจึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.หญิง กฤตยาพร ทัดแก้ว รองสว. (สอบสวน) สน.เพชรเกษม และไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนพบร่องรอยการถูกข่มขืนจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนพนักงานสอบสวนจะไปยื่นคำร้องขออำนาจศาลออกหมายจับ ซึ่งคดีความผิดต่อชีวิตที่มีกำหนดนัดอ่านคำพิพากษาเป็นคดีฆ่าหญิงสาวฝังดินใส่หีบที่พบเจอศพ ที่บริเวณบ้านจำเลย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน