คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
มาดใหม่ การเมือง – สถานะของพรรคเพื่อไทยในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ
แม้จะปรากฏความขึงขังอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะจาก นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ไม่ว่าจะจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ไม่ว่าจะจาก นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร
กระนั้น พรรคเพื่อไทยก็ยังถูกเฝ้ามองอย่างแคลง คลางกังขา
เห็นได้จากข่าวเสี้ยมที่ออกมาในเชิงว่าเกิดความ ขัดแย้ง เกิดความไม่พอใจ เพราะไม่เห็นบทบาทของ นายสุทิน คลังแสง แม้จะเป็นประธานวิป ไม่เห็นบทบาท นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แม้จะเป็นดาวเด่น
นี่คือภาระที่พรรคเพื่อไทยจะต้องสะสาง “ภายใน”
ต้องยอมรับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวก่อนพรรคเพื่อไทย “พลาด”
พลาดเพราะว่าปล่อยให้อย่างน้อยมี ส.ส.รุ่นเก่า 2 คนอภิปรายอย่างเจื้อยแจ้วในแบบน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง กระทั่งในที่สุดไปไม่ถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แทนที่จะไม่ไว้วางใจรัฐบาล กลับไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทย
นั่นอาจจะเป็นพรรคเพื่อไทยในยุคเก่า ยุคที่ยังไม่มีการจัดระบบ กระนั้น ก็มีความจำเป็นที่ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่จะต้องสะสางและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน
เพื่อจะได้รับความไว้วางใจจากสังคมอย่างเพียงพอ
ถามว่าจุดอ่อนของพรรคเพื่อไทยในการตระเตรียมการอภิปรายทั่วไปคืออะไร
คำตอบเด่นชัดอย่างยิ่งจากการแสดงบทบาทในสภานับแต่ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา คือพรรคเพื่อไทยยังเป็นเงาสะท้อนการเมือง “เก่า”
แม้แต่การใช้ “เพาเวอร์พอยต์” ก็ยังไม่เก่ง ยังโชว์แต่ “แผนภูมิ”แบบเดิม
เมื่อกลุ่มแคร์เข้าไปมีบทบาทมากยิ่งขึ้น สังคม จึงเฝ้ารอว่านวัตกรรมใหม่จากการเมืองใหม่ที่กลุ่มแคร์ มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์จะส่งผลสะเทือนไปยัง นักการเมืองเก่าในพรรคเพื่อไทยหรือไม่
นี่คือสิ่งที่สังคมนอกพรรคเพื่อไทยเฝ้าจับตาติดตาม
การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจครั้งใหม่จึงเป็นการทดสอบ
1 ทดสอบว่าภายในพรรคเพื่อไทยยอมรับความ ผิดพลาดอันเกิดขึ้นจากคราวก่อนหรือไม่ 1 ทดสอบว่าภายในพรรคเพื่อไทยมีการปรับเปลี่ยนหรือ “ปฏิรูป” อะไรบ้างหรือไม่
พรรคเพื่อไทยต้องสร้าง “ความไว้วางใจ” ให้เกิดขึ้นให้จงได้