หวั่นซ้ำรอยเคสจ.ตาก
บ้าน7หลังป่วย11คน
‘บิ๊กตู่’โต้-เอื้อเจ้าสัว
ปิดตลาดแต่เปิดห้าง

ห่วงตรุษจีนทำการ์ดตก สธ.เตือนเดินทางกลับต่างจังหวัด เสี่ยงเคลื่อนคนเคลื่อนโรค โดยเฉพาะคนป่วยติดเตียง ยกเคสจ.ตาก ป่วย 11 ราย จาก 7 ครอบครัว ศบค.แถลงป่วยโควิดอีก 490 ราย สมุทรสาครที่เดียวยังพุ่ง 450 จากคัดกรองเชิงรุก 412 ราย ระบบเฝ้าระวัง 67 ราย และต่างประเทศ 11 ราย เผยตรวจเชิงรุกมหาชัยกว่า 1.5 แสนราย พบติดเชื้อ 1.3 หมื่นกว่าราย เร่งตรวจเชิงรุกชุมชนรอบโรงงาน ส่วนกทม.เจออีก 23 ราย ที่เหลือมาจากจังหวัดอื่น สั่งเข้มเฝ้าระวังชายแดนมาเลเซีย หลังในมาเลย์กลับมา ระบาดอีก ติดเชื้อพุ่ง 3,391 ราย ด้านชายแดน พม่าเข้มนายจ้างพาต่างด้าวจดทะเบียน ‘บิ๊กตู่’ แจงคุมสถานการณ์ได้ ยันปิดสถานประกอบการดูจากตัวเลขสถิติ โต้เอื้อเจ้าสัว ปิดตลาดแต่ไม่ปิดห้าง แจงไทยวืดวัคซีน โครงการ ‘โคแวกซ์’ เหตุแจกให้กับประเทศอาเซียนยากจน

ป่วยอีก 490 จากมหาชัย 450 ราย

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พ.ญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า วันนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 105.9 ล้านราย เพิ่มขึ้น 4.8 แสนราย เสียชีวิต 2.3 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.4 หมื่นราย แนวโน้มผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกเริ่มลดลง สำหรับมาเลเซียยังมีการติดเชื้อจำนวนมาก โดยวันนี้มีผู้ป่วย 3,391 ราย จึงยังต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีชายแดนติดต่อกับไทย โดยเฉพาะ ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล ต้องระวังการข้ามแดนมาและทำให้เกิดการแพร่ระบาด

พ.ญ.พรรณประภากล่าวว่า วันนี้ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 490 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 479 ราย มาจากต่างประเทศ 11 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม หายป่วยเพิ่ม 943 ราย ทำให้ยอดสะสมรวม 23,134 ราย หายสะสม 16,274 ราย ยังรักษาอยู่ 6,781 ราย เสียชีวิตสะสม 79 ราย ส่วนระลอกใหม่ มีผู้ติดเชื้อสะสม 18,897 ราย หายสะสม 12,334 ราย เสียชีวิตสะสม 19 ราย ยังรักษาอยู่ 6,566 ราย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อรายใหม่มาจากสมุทรสาคร 450 ราย คิดเป็น 93.9% กทม. 23 ราย คิดเป็น 4.8% และจังหวัดอื่นๆ 6 ราย คิดเป็น 1.3%

ตรวจเชิงรุกชุมชนรอบโรงงาน

ผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็น 1.มาจากระบบเฝ้าระวังและการสอบสวนโรค 67 ราย ได้แก่ กทม. 23 ราย ตาก 2 ราย สมุทรสงคราม 1 ราย เพชรบุรี 1 ราย และสมุทรสาคร 40 ราย 2.คัดกรองเชิงรุกในชุมชน 412 ราย ได้แก่ สมุทรสงคราม 1 ราย สมุทรปราการ 1 ราย และสมุทรสาคร 410 ราย และ 3.มาจาก ต่างประเทศ 11 ราย ได้แก่ โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา ประเทศละ 2 ราย ฝรั่งเศส เยอรมนี ไนจีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซูดาน สหราชอาณาจักร และมาเลเซีย ประเทศละ 1 ราย โดยมาเลเซียเข้ามาทางชายแดนธรรมชาติทาง จ.นราธิวาส เป็นชาวกัมพูชา

พ.ญ.พรรณประภากล่าวต่อว่า จ.สมุทรสาคร มีผู้ติดเชื้อสะสม 14,530 ราย วันนี้มีการ คัดกรองเชิงรุกมากกว่า 1.5 แสนคน รายงาน 1.3 หมื่นกว่าคน จากนี้จะยังตรวจต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นการตรวจในโรงงานและพื้นที่ที่มีการติดเชื้อและแพร่ระบาด จากนี้จะตรวจชุมชนโดยรอบโรงงาน ตรวจวันละ 2-3 พันคน จากนี้จะมีรายงานจากสมุทรสาคร อย่างต่อเนื่อง สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมามีการติดเชื้อรวม 16 จังหวัด

ห่วงแพร่เชื้อผู้ป่วยติดเตียง

พญ.พรรณประภากล่าวว่า เคสตัวอย่างการสอบสวนโรค คือ กรณีชายอายุ 95 ปี กทม. เป็นผู้ป่วยติดเตียง ติดเชื้อวันที่ 31 ม.ค. หลังสอบสวนโรคพบว่ามีลูกจ้างพม่า 3 คนใกล้ชิดรายนี้ เป็นผู้ดูแลคนไข้ เข้ามาพ่นยาดูดเสมหะ เนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเตียง จึงคาดว่ามีการติดเชื้อมาจากผู้ดูแล และ นำมาติดผู้สูงอายุติดเตียงที่บ้าน จึงเน้นย้ำว่าถ้าบ้านประชาชนท่านใดมีแรงงานต่างด้าวพักอาศัยในบ้าน หรือไปกลับ ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อจากภายนอกนำมาสู่ครอบครัว อาจให้แรงงานต่างชาติช่วยเฝ้าระวังตัวเองไม่ไปพื้นที่เสี่ยง งดปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนในวันหยุด นอกจากจะเสี่ยงติดเชื้อแล้วยังมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อให้คนที่บ้านและคนที่เสี่ยงอาการรุนแรงเสียชีวิตได้ หากติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษากักกัน ทำให้สูญเสีย รายได้ นำมาซึ่งปัญหาสุขภาพกายและใจด้วย ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง

ขณะที่อีกเคส คือ การสอบสวนโรคจ.ตาก เป็นเพศชายอายุ 75 ปี อยู่ระหว่างสอบสวนโรค เบื้องต้นติดเชื้อใน 7 ครอบครัว โดยมี ผู้ติดเชื้อยืนยัน 11 ราย จากนี้จะสอบสวนโรคเพิ่มขึ้นว่ากระจายในครอบครัวใดอีกบ้าง มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงกลาง เสี่ยงต่ำอย่างไรอีกบ้าง และจะมีการรายงานในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มเติมอีกครั้ง

ส่วนเทศกาลตรุษจีน พญ.พรรณประภากล่าวว่า อยากให้ตรุษจีนปลอดภัยห่างไกลโควิด-19 มีทั้งวันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว ขอให้ ฉลองอย่างปลอดภัยเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดและแพร่กระจายเชื้อ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างกัน ทานอาหาร ของตัวเอง งดการทานร่วมกัน

‘ตรุษจีน’ห้ามการ์ดตก

ด้านนพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงมาตรการตรุษจีนปลอดภัย ห่างไกล โควิด-19 ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนมีการ รวมกันของญาติพี่น้องจำนวนมาก มีการใกล้ชิดกันก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อในครอบครัว สธ.ขอความร่วมมือให้เพิ่มความระมัดระวังป้องกันตนเองและคนในครอบครัว ทั้งกรณีวันจ่ายที่มีการซื้อของ ที่ตลาด ให้สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เมื่อสัมผัสสิ่งของที่ไปจ่ายตลาด ผู้สูงอายุที่มีโอกาสติดเชื้อง่ายและติดเชื้อแล้วเกิดอาการรุนแรง ให้อยู่ที่บ้าน โดยให้ญาติพี่น้องไปจ่ายตลาดแทน และมีทางเลือกคือการจ่ายตลาดออนไลน์ สามารถสั่งซื้อของได้ทั้ง ของแห้ง ของสด หมูเห็ดเป็ดไก่ ก็สามารถส่งเดลิเวอรี่ได้ โดยมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อ ของออนไลน์ดังนี้

1.ให้เลือกซื้อกับผู้ประกอบการที่เชื่อถือได้เท่านั้น 2.มีการรับรองคุณภาพจาก ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสินค้ามีความ เสียหายหรือด้อยคุณภาพสามารถเปลี่ยนคืนได้ 3.เมื่อรับสินค้าควรตรวจเช็กทันทีว่าอยู่ในบรรจุภัณฑ์มิดชิด 4.มีการระบุวันผลิตและวันหมดอายุชัดเจน ไม่มีกลิ่นเหม็นหรือสีผิดปกติ ที่สำคัญอาหารสดเมื่อรับประทานไม่หมดและมีการเก็บไว้หรือหลังเซ่นไหว้เกิน 4 ชั่วโมง ควรอุ่นร้อนทุกครั้งก่อนนำมา รับประทานอาหาร

เลี่ยงจุดธูป-เผาที่อับลดฝุ่น

นพ.เอกชัยกล่าวว่า ส่วนการให้แต๊ะเอียหรืออั่งเปา อาจใช้ระบบออนไลน์เพื่อลดความเสี่ยงการสัมผัสร่วมซองอั่งเปาหรือเงินสด หากรับประทานอาหารร่วมกันขอให้เว้นระยะห่าง หากญาติพี่น้องที่มีอาการ เจ็บป่วยไม่ควรมาร่วมรับประทาน และงดดื่มสุรา เลี่ยงการกอดหอมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว หากมีการติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรงได้ ส่วนวันเที่ยววันตรุษจีนขอให้หลีกเลี่ยงการเที่ยวในสถานที่แออัด ไปแล้วควรสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างทุกครั้ง

นพ.เอกชัยกล่าวว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนเรายังอยู่ในสถานการณ์ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ทั้ง กทม. ปริมณฑล และภาคเหนือ การจุดธูปเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ปริมาณมากๆ จะเพิ่มมลภาวะ ก่อให้เกิดอันตรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุ โรคหอบหืด หรือบุตรหลาน แนะนำว่าให้เลี่ยงการใช้ธูปก้านยาว โดยใช้ธูปก้านสั้นที่เผาหมดเร็วแทน เผากระดาษเงินกระดาษทองในที่อากาศถ่ายเทสะดวก เมื่อเผาเสร็จแล้วควรเก็บทิ้งให้เรียบร้อย อย่าให้ฟุ้งกระจายไปในอากาศ หลังเผากระดาษหรือจุดธูปต้องล้างมือให้สะอาด และทุกครั้งที่อยู่ในที่เผากระดาษหรือจุดธูปไหว้เจ้า ควรใส่หน้ากากป้องกันตนเอง

แยกสำรับข้าวผู้สูงอายุ

นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทน ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค (คร.) สธ. กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อ รายใหม่สูงสุด เมื่อวันที่ 1 ก.พ. และ 2 ก.พ. วันละ 836 ราย ส่วนปลายสัปดาห์มีการติดเชื้อลดลงเหลือ 586 ราย และวันนี้ 490 ราย ทั้งนี้ เน้นย้ำเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน แต่ติดเชื้อจากการที่มีคนในครอบครัว หรือคนดูแลที่ติดเชื้อจากข้างนอกและนำมาสู่ ในบ้าน เช่น กรณีผู้ป่วยติดเตียงเพศชายอายุ 95 ปี มีโรคประจำตัว ติดเชื้อโควิด-19 จากแรงงานพม่าที่จ้างมาดูแล 3 คน เป็นหญิงอายุ 24 ปี 20 ปี และ 36 ปี หรือกรณี อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มีผู้ป่วยสัญชาติพม่าอายุ 75 ปี อยู่แต่ในบ้าน มีการติดเชื้อเชื่อมโยงกับสมาชิกครอบครัว ญาติ ที่เข้าออกบ้าน และมีการขยายวงติดเชื้อ 11 ราย ในจำนวนหลายครอบครัว

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ความเสี่ยงลักษณะนี้ ทั้งในส่วนคนเข้าออกบ้าน ลูกจ้างแรงงานต่างด้าว และคนไทยด้วยกันเอง ก็ควรระมัด ระวัง ยิ่งเรากำลังเข้าเทศกาลตรุษจีน ที่มีการแสดงความผูกพันใกล้ชิดในครอบครัว มาเจอ ผู้ใหญ่ รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ยุคชีวิตวิถีใหม่ยังต้องระวังเรื่องการรักษาระยะห่าง ผู้สูงอายุแม้จะไม่มีโรคประจำตัวก็ต้องช่วยระวังป้องกันให้ท่าน กลับมาบ้านอาบน้ำ สวมหน้ากากเป็นประจำแม้อยู่ในบ้านเพื่อป้องกันผู้อาวุโสในบ้าน การร่วมรับประทานอาหารควรแยกสำรับ และพูดคุยกัน ในจังหวะที่สวมหน้ากาก หากไม่สามารถไปพบปะแบบเจอหน้าร่วมโต๊ะ ก็ใช้การสื่อสารเห็นหน้ากันได้ ผ่านแอพพลิเคชั่น ช่วยลดการสัมผัสแพร่กระจายเชื้อ

จี้นำต่างด้าวขึ้นทะเบียน

นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า สำหรับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย กระทรวงแรงงาน เปิดให้ลงทะเบียนถึงวันที่ 13 ก.พ.นี้ บ้านใด ที่มีแรงงานต่างด้าวมาดูแลผู้ป่วยในบ้าน ทำความสะอาด เป็นแม่บ้าน ขอให้สอบถามเรื่องนี้ ถ้ายังไม่ได้ขึ้นทะเบียนก็ให้ไปขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพสิทธิประโยชน์เมื่อเจ็บป่วย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศต่างๆ นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ฉีดแล้ว 104 ล้านโดสภายใน 57 วัน ทันกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีประมาณ 104 ล้านรายเมื่อวันก่อน โดยในช่วง 7 วันที่ผ่านมามีการฉีดไปถึง 4.2 ล้านโดส ส่วนเรื่องอันตราย วัคซีนทุกตัวมีโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์เล็กน้อยทั้งหมด ส่วนวัคซีนใหม่อย่างโควิด การได้ขึ้นทะเบียนใช้ภาวะฉุกเฉินมีการดูเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างแรก อาการไม่พึงประสงค์ เล็กน้อยเกิดได้เหมือนวัคซีนอื่นๆ แต่ผล ข้างเคียงจากวัคซีนจริงๆ ก็น้อยลงไปอีก ต่างประเทศมีการฉีดไปร้อยล้านโดสก็ยังไม่มีประเทศใดเกิดความกังวลจนต้องหยุดฉีด ขอให้มั่นใจ การเลือกวัคซีนของไทย อิงตามวิชาการ มีผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นตรงไปตรงมา ซึ่งอาจารย์เหล่านั้นก็ฉีดวัคซีน ด้วยเช่นกัน

‘บิ๊กตู่’ยังมั่นใจคุมได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST นายกรัฐมนตรี เล่าเรื่อง ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ว่า การบริหารจัดการกับการระบาดใหม่ของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหา เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2563 จนถึงปัจจุบัน การแพร่ระบาดครั้งนี้ถือเป็นการระบาดใหม่ในประเทศที่ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการระบาดในรอบแรก

คนไทยมีคติและภาษิตอยู่ว่าเจ็บแล้วต้องจำ เราบันทึกทุกอย่างเป็นบทเรียน ด้วยสถิติและวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์อย่าง ต่อเนื่องจนทำให้เกิดการเรียนรู้ เชื่อมั่นรู้จักที่จะรับมือกับโรคนี้มากขึ้นและปรับการใช้มาตรการต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาด โดยต้องตั้งอยู่บนหลักวิชาการและบริบทของประเทศไทย เช่น การจะปิดสถานประกอบการใด ก็ต้องพิจารณาตัวเลขสถิติที่จะสะท้อนการแพร่ระบาดของโรค

โต้เอื้อเจ้าสัวปิดตลาดไม่ปิดห้าง

ศบค.พบว่าการแพร่ระบาดร้อยละ 40 มาจากชุมชน ตลาด ร้อยละ 4 มาจากสถานบันเทิง ร้อยละ 3 มาจากบ่อนการพนัน ในขณะที่ร้านอาหารมีตัวเลขไม่ถึงร้อยละ 1 โดยตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนออกมาเป็นข้อกำหนดและมาตรการของ ศบค. ในปัจจุบัน หลายคนกล่าวอ้างว่าการปิดตลาด แต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้านั้น เป็นการเอื้อประโยชน์กับ บรรดาเจ้าสัวเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เป็นการ กล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้ตรรกะไร้ข้อมูล โดยสิ้นเชิง จะเห็นว่าครั้งนี้รัฐบาลไม่เลือกวิธีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่ใช้การแบ่งโซนพื้นที่และกำหนดมาตรการควบคุมให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของพื้นที่ในแต่ละระดับ กระจายอำนาจการตัดสินใจและกำหนดมาตรการในแต่ละจังหวัดให้กับ คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด ที่สามารถมองเห็นปัญหาและพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงได้โดยละเอียดสอดคล้องกับความเป็นจริงในแต่ละพื้นที่ สามารถตอบโจทย์ได้มากกว่าเดิม วิธีนี้ช่วยลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชน ลดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ในภาพรวมได้มาก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับการควบคุมการเฝ้าระวังของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะตามแนวชายแดน ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 5,600 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่ชายแดนธรรมชาติ ภูเขา แม่น้ำ โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ มีความยาวมากที่สุด กว่า 2,400 กิโลเมตร มีชายทะเลสองฝั่งทั้งอ่าวไทยและอันดามันรวมความยาวมากกว่า 3,100 กิโลเมตร ครอบคลุม 23 จังหวัด ปัญหาต่างๆ ที่เกิดการ แพร่ระบาดในรอบนี้ ตนได้สั่งการในฐานะ ผอ.ศบค. กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ควบคุมและเฝ้าระวังอย่างเต็มที่เข้มงวด ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำมาโดยตลอด แต่ฝ่ายที่กระทำ ความผิด จะหาวิธีการใหม่ๆ หาจังหวะและช่องทาง เจ้าหน้าที่ก็ต้องเฝ้าติดตามและพัฒนา ไปจนถึงการเฝ้าตรวจอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ร.พ.สนามช่วยสกัดแพร่เชื้อ

ในส่วนสถานประกอบการใดที่ยังเปิดดำเนินการก็ให้เน้นมาตรการ DMHTT ทั้งในโรงงานและที่พัก แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนดก็จะพิจารณาให้หยุดการดำเนินการของสถานประกอบการ สิ่งสำคัญคือการลดการเคลื่อนย้ายการสัญจรของคน เพิ่มการทำงานที่บ้าน (WFH) แต่ถ้าจำเป็นต้องเดินทางโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงควรมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่น หมอชนะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานะ

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องสำคัญคือ การตรวจเชิงรุกหลักการทำงานของตนคือเน้นการป้องกัน การ์ดไม่ตกและทำงานเชิงรุกในทุกๆ เรื่อง และสิ่งสำคัญในการเลือกวิธีการแก้ปัญหาต้องทำอย่างยั่งยืน เช่น ในเรื่องของวัคซีนเราจะต้องไม่เป็นผู้ซื้อตลอดไป ต้องแสวงหาโอกาสช่องทางเป็นผู้ผลิตหรือผู้สร้างนวัตกรรมด้วยตนเอง

สำหรับการแก้ปัญหาโควิด-19 การทำงาน เชิงรุกของ ศบค. คือ การตรวจเชิงรุกควบคู่กับการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การตรวจเชิงรุกหลายคนมองว่าเป็นการไปตีรังแตนหรือไม่ เพราะทำให้ตัวเลขสถิติของผู้ติดเชื้อสูง อาจสร้างความตระหนก แต่ตนกลับมองว่า เป็นการดับไฟที่ต้นตอ

ช่วงแรกของการแพร่ระบาดใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63-15 ม.ค.64 เรามุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกไล่ติดตามสอบสวนโรคผู้ที่มีความเสี่ยงเพื่อปิดโอกาสการแพร่ระบาดรุนแรง ให้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยเร็ว ช่วงปลายเดือน ม.ค.64 เป็นต้นมาก็จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการตรวจเชิงรุกมากขึ้น จึงทำให้พบผู้ป่วยมากขึ้น แต่ก็ใช้แนวทางดับไฟคือบับเบิ้ลแอนด์ซิลล์ กักกันโรค ให้อยู่ในพื้นที่เพื่อปิดการแพร่ระบาดภายในโรงงานใครป่วยก็แยกออกมารักษาที่ โรงพยาบาลสนามโดยไม่ปะปนกับผู้ป่วยใน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ความจำเป็น ในการตั้งโรงพยาบาลสนามนั้น เพราะประชาชนมีความกังวล เนื่องจากมีญาติ พี่น้องป่วยด้วยโรคอื่นหลายคนจึงเกรงว่า จะปะปนกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งยังมีผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมแม่จะระมัดระวังกันเป็นอย่างดี แต่ยังเป็นความเสี่ยงจึงไม่ประมาท เนื่องจากอันตรายอย่างมากกับผู้ป่วยใน โรคต่างๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยในห้องไอซียู โรงพยาบาลสนามจึงเป็นทางออกหนึ่ง ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับคน ทุกฝ่ายได้ อีกทั้งโรงพยาบาลสนามจะช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขดูแลผู้ป่วยทั้งนอกและใน แยกผู้ป่วยโควิดออกจากผู้ป่วยปกติอื่นๆ ไม่ให้มีความเสี่ยงและเป็นอันตราย ซึ่งขณะนี้ มีการเสียสละหลายพื้นที่และไม่มีใครต่อต้าน แล้ว ทำให้มีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพิ่มขึ้นอีกหลายแห่งตามความจำเป็นของสถานการณ์ อีกทั้งยังได้รับการติดต่อจากภาคเอกชนในหลายจังหวัดในการสนับสนุนพื้นที่ จึงต้องขอขอบคุณประชาชนพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ช่วยกันเสียสละทุ่มเทเผชิญรับความเสี่ยงไปด้วย ตนขอให้ทุกคนปลอดภัย ประชาชนและเจ้าหน้าที่ปลอดภัย นายกฯและรัฐบาลก็จะสบายใจขึ้น

แจงไทยวืดวัคซีน‘โคแวกซ์’

ด้านนพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีการเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ของประเทศไทย ว่า COVAX Facility (โคแวกซ์) เป็นโครงการประสานงานที่ถูกตั้งขึ้น เพื่อเป้าหมายแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศยากจน โดยในอาเซียนมีประเทศที่ได้รับวัคซีนฟรี ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ส่วนประเทศไทย บรูไน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ส่วนประเทศไทย ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนฟรี หากจะเข้าร่วมโครงการต้องนำเงินไปร่วมลงขันในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งประเทศไทยมีแผนร่วมจัดหาวัคซีนโควิด-19 กับโคแวกซ์ตั้งแต่ต้น และได้ส่งหนังสือแสดงเจตนารมณ์ เข้าร่วมตั้งแต่ช่วงต้นของโครงการ โดยสธ. ได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะที่ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญในหลายด้าน เป็นความร่วมมือจาก หลายฝ่ายทั้งในและนอกสธ. ทั้งด้านวิชาการ กฎหมาย การเงิน ขึ้นมาเพื่อพิจารณาเงื่อนไขการทำข้อตกลงกับโคแวกซ์ด้วย

“การทำความตกลงซื้อวัคซีนโควิด-19 จากผู้ผลิตโดยตรง มีความยืดหยุ่นมากกว่า เราสามารถกำหนดจำนวนวัคซีนที่จะซื้อได้ ต่อรองราคา หากซื้อเป็นจำนวนมาก ราคา ก็ถูกลง และยังต่อรองเงื่อนไข ขอบเขตความรับผิดชอบได้ตามสมควร ทั้งนี้ การซื้อวัคซีนผ่านโคแวกซ์ ยังกำหนดให้ซื้อขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 10 % ของจำนวนประชากร หากต้องการวัคซีนรวดเร็ว ผู้ซื้อต้องยอมรับเงื่อนไข และความรับผิดชอบใด ๆ ตามที่ผู้ผลิต เสนออีกด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ยังคงเจรจากับโคแวกซ์อย่างต่อเนื่อง และหาก มีการปรับเงื่อนไขรวมถึงข้อเสนอที่ประเทศจะได้ประโยชน์ ก็อาจมีการทำข้อตกลงผ่านโคแวกซ์ได้” นพ.นคร กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน