คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
อภิปราย ทั่วไป – สัญญาณจากพรรคประชาธิปัตย์หลัง“อภิปราย”ทั่วไป เป็นสัญญาณน่าเป็นห่วง
ไม่เพียงเพราะว่ากรณี “คลังสินค้า”กระทบโดยตรงต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขณะที่กรณี “โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ”กระทบโดยตรงต่อ นายนิพนธ์ บุญญามณี
หากการลงคะแนนเสียง “ไว้วางใจ”แปลกและแปร่ง
นายนิพนธ์ บุญญามณี อาจได้คะแนนไว้วางใจมากถึง 272 จาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ 278 แต่สภาพที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้มาเพียง 268 สยดสยอง อย่างยิ่ง
เนื่องจากมีบางคนไม่ลงคะแนน“ไว้วางใจ”ให้
เมื่อสำรวจดูรายชื่อคนที่แสดงความไม่ไว้วางใจก็ยิ่งประจักษ์ “รอยร้าว”ภายใน
เพราะว่า คนหนึ่งคือ นายอันวาร์ สาและ เพราะว่า คนหนึ่งคือ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ คนหนึ่งมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนหนึ่งเติบใหญ่อยู่ในพื้นที่กทม.
แต่ที่แน่ๆก็คือ 2 คนนี้ถือว่าใกล้ชิดกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ที่เคยคาดหมายกันว่าสภาพทางการเมืองซึ่ง นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ประสบวิบากกรรมอยู่ในตอนนี้อาจจำเป็นต้องดึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หวนคืนมา
อาจไม่ใช่“หนทาง”อันราบรื่นเหมือนยืนอยู่ บนเนินเขา
ความหวาดเสียวที่จะตามมาในเดือนมีนาคม คือความหวาดเสียวในการเลือกตั้งซ่อม
เพราะว่าการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่จังหวัดนครศรี ธรรมราช มีความเด่นชัดอย่างที่สุดว่าเป็นการแข่งขันระหว่างคนของพรรคประชาธิปัตย์ กับ คนของพรรคพลังประชารัฐ
คนที่จะมาสอดแทรกในครั้งนี้มิใช่ผู้สมัครจาก “ฝ่ายค้าน”
ตรงกันข้าม ใครจะชิงความได้เปรียบระหว่างคนของพรรคพลังประชารัฐกับคนของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ว่าฐานคะแนนเสียงจากพรรคภูมิใจไทยจะเทให้กับใคร
แน่นอนว่าอาจไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ หากแต่พรรคพลังประชารัฐ
ต้องยอมรับว่าพื้นที่ที่นครศรีธรรมราชเคยเป็นพื้นที่ของ นายเทพไท เสนพงศ์
ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่า นายเทพไท เสนพงศ์ อยู่ในก๊วนเดียวกันกับ นายอันวาร์ สาและ อยู่ในก๊วนเดียวกันกับ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์
ซึ่งเพิ่งแสดงความไม่ไว้วางใจ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์