คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
บทเรียน การเมือง – ชะตากรรมของ “แกนนำ” มวลมหาประชาชน “กปปส.” กำลังกลายเป็นประเด็น
ไม่เพียงแต่แต่ละคนมีความรู้สึกอย่างไรต่อ “ชะตากรรม” ที่กำลังประสบ โดยเฉพาะคนที่เป็น “รัฐมนตรี” โดยเฉพาะคนที่เป็น “ส.ส.”
เพราะอย่างน้อยมี 3 คนที่กลายเป็น “เทวดาตกสวรรค์”
1 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 1 นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
จำเป็นต้องคิดถึง “เส้นทาง” ต่อไปใน “อนาคต”
อะไรทำให้รู้สึกว่า “แกนนำ”เหล่านี้มีอารมณ์และความรู้สึกค่อนข้างสับสน
ไม่ว่าก่อนเข้าคุก ไม่ว่าหลังเข้าคุก บรรดาแกนนำที่เป็น “รัฐมนตรี” ยืนยันในความถูกต้องที่ตนเองลงไปต่อสู้บนท้องถนนเมื่อเดือนมกราคม 2557 อย่างเต็มเปี่ยม
ทั้งเรื่องของ “ชัตดาวน์” ทั้งเรื่องของ “ต้านการ เลือกตั้ง”
กระนั้น ผลจากคำพิพากษาของศาลอาญาแม้เสมอเป็นเพียงศาลชั้นต้นก็เด่นชัดว่าเป็นการพิพากษาว่ามีความผิดและทำให้ถูกจำขังกระทั่งพ้นจากตำแหน่งทางการเมือง
บางคนยังถูก “ตัดสิทธิ” ในทางการเมืองเป็นเวลาหลายปี
จากความรู้สึกของแต่ละ “แกนนำ” นั่นเองนำไปสู่บทสรุป “เสร็จนาฆ่าขุนศึก”
เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนในห้วงปลายปี 2556 ต่อมายังต้นปี 2557 ดำเนินไปเหมือนกับเป็นการปูทางและสร้างเงื่อนไขในทางการเมือง
เป็นเหตุผลทำให้เกิดรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
รัฐประหารครั้งนั้นไม่เพียงแต่เป็นกระดานหกให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อำนาจทางการเมือง และทำให้บรรดา “แกนนำ” ได้ร่วมเสวยอำนาจ ได้เป็น “รัฐมนตรี”
แต่แล้วจากการเคลื่อนไหวนั้นก็ทำให้ต้องตกออกจาก “อำนาจ”
คําถามอันแหลมคมยิ่งในทางการเมืองเป็นคำถามในเชิงเปรียบเทียบ
เปรียบเทียบต่อการได้อยู่ในอำนาจของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการตกหล่นไปจากวงจรแห่งอำนาจของบรรดา “แกนนำ” หลายคนแห่งมวลมหาประชาชนกปปส.
กลายเป็นเหมือน “นั่งร้าน” ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา