จากกรณีนายทองนพเก้า สีทา หรือ “น้องปอนด์” อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ร.ร.นาค้อวิทยาคม ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ จมน้ำเสียชีวิตในหนองน้ำสาธารณะที่อยู่ติดกับโรงเรียน ระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ โดยทางญาติติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต และคาดว่าลูกชายจมน้ำขณะเข้าฐาน “หนีสงคราม” ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กดำน้ำ โดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันช่วยเหลือ พร้อมทั้งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคณะครูผู้เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. พ.ต.อ.โสณกุญช์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สภ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวความคืบหน้าว่า พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการและกำชับให้ตำรวจเร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อคลี่คลายคดีให้เกิดความกระจ่าง โดยเร็ว พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ล่าสุดพนักงานสอบสวนเรียกครูมาสอบปากคำแล้ว 2 คน ซึ่งเป็นครูรับผิดชอบฐานบัวตูมบัวบาน ซึ่งอยู่ใกล้กับฐานหนีสงคราม ส่วนที่เหลือจะเรียกมาสอบปากคำตามลำดับ แต่หากเรียกแล้วไม่มา ตำรวจจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำภายในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ยังตั้งคณะพนักงานสอบสวบเพิ่มรวมทั้งหมด 4 คน เพื่อช่วยกันสอบปากคำ เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้มีไม่ต่ำกว่า 35 คน แบ่งเป็นนักเรียน 14 คน คณะครู 16 คน ผู้ปกครอง ชาวบ้าน และพยานแวดล้อมอีก 5-6 คน สำหรับนักเรียน พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำในวันที่ 22 มี.ค. โดยมีทีมสหวิชาชีพและผู้ปกครองร่วมสอบด้วย ยืนยันว่าคดีดังกล่าวไม่ได้มีความล่าช้า เนื่องจากคดีมีความละเอียดอ่อน เพราะมีเด็กเกี่ยวข้องหลายคน เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการอย่างรัดกุมและรอบคอบให้มากที่สุด คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าคดีจะมีความชัดเจนขึ้น
ด้าน ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นม.1 กล่าวว่า ฐานหนีสงครามที่ครูให้ลงน้ำ มีนักเรียนเกือบจมน้ำหลายคน โดยเฉพาะนักเรียนชั้นป.4 และ 5 ประมาณ 4-5 ราย แต่โชคดีเพื่อนและรุ่นพี่ดึงแขนช่วยได้ทัน ส่วนตนอยู่ในกลุ่มของนายทองนพเก้า ซึ่งเป็นรุ่นพี่ชั้น ม.3 ขณะลงน้ำฐานหนีสงครามด้วยกันนั้น เห็นนายทองนพเก้าอยู่ แต่ช่วงขึ้นมาจากน้ำไม่เห็น เนื่องจากเวลาลงน้ำ ลงพร้อมกันจริง แต่เวลาขึ้นต่างคนต่างขึ้น และต้องเอาตัวเองรอด จึงไม่ได้สังเกตและไม่เห็นนายทองนพเก้าขึ้นจากน้ำ