โต้กลับคดีข้าว
อ๋อยยุฝ่ายค้าน
คว่ำร่างพปชร.
เพื่อไทยอัด‘บิ๊กตู่’ใช้วาทกรรมทุจริตจำนำข้าว เป็นข้ออ้างยึดอำนาจ ซัด ‘วิษณุ’ รู้อยู่แก่ใจ คำสั่ง ‘ยิ่งลักษณ์’ ชดใช้ 3.5 หมื่นล้านเป็นการลุแก่อำนาจ เย้ยกลับ อย่าเป็นขี้แพ้ชวนตี ‘จาตุรนต์’ ชี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ พปชร. สร้างความมั่นคงให้ระบอบสืบทอดอำนาจ แนะพรรคฝ่ายค้านจับมือคว่ำ ปชป.ยันยกร่างแก้ไข 6 ฉบับเสร็จแล้ว ‘จุรินทร์’ ย้ำปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่รับปากโหวตหนุนร่าง พปชร. อ้างแก้รธน.ต้องเดินหน้า ไม่ถอยหลังลงคลอง ก้าวไกลเล็งปรับแก้ 3 ประเด็น ตัดอำนาจส.ว. เลิกยุทธศาสตร์ชาติ แก้ที่มาองค์กรอิสระ
ก้าวไกลเล็งแก้รธน.3 ประเด็น
วันที่ 3 เม.ย. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ว่า พรรคก้าวไกลมีแนวทางหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยกัน 3 เรื่อง คือ 1.ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ซึ่งไม่สามารถรองรับการเปลี่ยน แปลงวิกฤตการณ์ใดๆ ของโลกที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งการปฏิรูปประเทศยังเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนโดยตรงอีกด้วย
2.บทบาทในรัฐสภาของ ส.ว. ที่พยายามเอากรอบอนุรักษนิยมขังประเทศไม่ให้พัฒนา พรรคก้าวไกลยืนยันชัดเจนว่าทิศทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตราบใดที่ ส.ว.ชุดนี้ยังคงดำรงอยู่ ประเทศก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ หนทางที่ดีที่สุด คือ ไม่สมควรจะมี ส.ว.อยู่ในรัฐธรรมนูญอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ถ้ายังคงจำเป็นต้องมีบทบาทในการกลั่นกรองกฎหมาย อำนาจของ ส.ว.ต้องลดน้อยลง ไม่ใช่มีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปประเทศและดำเนินการเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ชาติเช่นนี้ ที่สำคัญ ต้องยึดโยงกับประชาชนไม่ใช่มาจากการแต่งตั้งโดยรากเหง้าของเผด็จการเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ และ 3.ต้องตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ส.ว.ยังคงจำเป็นอยู่หรือไม่ และบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ ยังคงจำเป็นหรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่เราต้องทบทวนในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
จาตุรนต์ซัดพปชร.แก้รธน.
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ กล่าวกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 5 ประเด็น 13 มาตรา ว่า การเสนอแก้รัฐธรรมนูญของ พปชร.ไม่ได้เริ่มจากผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของรัฐบาลและนักการเมืองพรรคแกนนำรัฐบาล ที่ร้าย กว่านั้นคือเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับระบบที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ รัฐบาลใช้งบประมาณสะดวกขึ้น ส.ส.มีอำนาจมากขึ้น และยุทธศาสตร์ชาติสำคัญยิ่งขึ้น การเสนอที่ พปชร.เสนอดีหรือไม่ ไม่สามารถดูเป็นรายมาตราแต่ต้องดูเป็นภาพรวม ซึ่งผลที่เสนอแก้แบบนี้คือการทำให้ระบบที่ไม่เป็นประชา ธิปไตยตามรัฐธรรมนูญนี้ ยิ่งมั่นคงแน่นหนามากขึ้น รัฐบาลและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จะยิ่งชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มากขึ้น
การจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้เป็นประชาธิปไตย และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต้องร่างใหม่ทั้งฉบับโดยประชาชน ส่วนการแก้รายมาตรา เพื่อลดหรือป้องกันวิกฤตการเมือง ต้องแก้ในเรื่องการดำรงอยู่และ อำนาจของส.ว. โดยเฉพาะอำนาจในการเลือกนายกฯ ต้องตัดออกไป หากไม่แก้ไขเกี่ยวกับอำนาจส.ว. การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยิ่งไปแก้ตามที่พปชร. เสนอ ยิ่งเป็นการทำร้ายประเทศมากยิ่งขึ้น
แนะฝ่ายค้านจับมือคว่ำ
ที่เขียนไทม์ไลน์ว่าการแก้รัฐธรรมนูญตามที่พปชร.เสนอ จะเริ่มเมื่อนั้นเสร็จเมื่อนี้ อาจเป็นการวาดฝันของพวกที่ถือว่ามี ส.ว.และเสียงข้างมากของ ส.ส.ในมือ อย่าลืมว่ากติกาตามรัฐธรรมนูญนี้บอกว่าเสียงข้างน้อยสามารถยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ หากฝ่ายค้านพร้อมใจกันไม่สนับสนุน การแก้รัฐธรรมนูญก็จะถูกคว่ำลง” นายจาตุรนต์กล่าว และว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ พวกพ้องและเพื่อเสริมความเข้มแข็งมั่นคงให้กับการสืบทอดอำนาจที่ พปชร.กำลังทำ จะสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ส.ว. 250 คนและพรรคร่วมรัฐบาล แต่อยู่ที่พรรคฝ่ายค้าน หากพรรคฝ่ายค้านพร้อมใจกันไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ก็จะตกไป
วันนอร์ลั่นสู้ให้ได้รธน.ของปชช.
ที่โรงแรมอิมพีเรียล อ.เมือง จ.นราธิวาส นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชาติครั้งที่ 1/2564 โดยกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่เป็นประชาธิปไตย มีที่มาที่ไม่ปกติ การต่อสู้ยังคงต้องดำเนินต่อไป และชัยชนะคงอยู่อีกไม่นาน มั่นใจมากว่าต่อแต่นี้ไปการต่อสู้ของประชาชนจะเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ภายใต้รัฐบาลที่ไม่รักษาสัญญา ไม่รักษาคำพูดอย่างรัฐบาลปัจจุบันจึงไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ทั้งๆที่กำลังจะเข้าวาระที่ 3
ทุกคนต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่อตนเองและเพื่อลูกหลาน แต่ชัยชนะนั้นต้องได้มาด้วยสันติวิธี มั่นใจว่านับแต่เม.ย.เป็นต้นไป การเรียกร้องของประชาชนจะหนาหู และความสำเร็จกำลังจะมาถึงในเร็ววัน
ปชป.ยกร่าง 6 ฉบับเสร็จแล้ว
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรคว่า ขณะนี้ นายถวิล ไพรสณฑ์ ประธานคณะกรรมการกฎหมายของพรรค ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสร็จแล้ว จะนัดประชุมสรุปวันที่ 4 เม.ย.โดยมีทั้งหมด 6 ร่าง แต่ละร่างแยกออกจากกันชัดเจน ทั้งเรื่องสิทธิของประชาชน เรื่องระบบเลือกตั้ง บัตรสองใบ การคำนวณจำนวน ส.ส.ต้องมีความชัดเจน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น คือมาตรา 256 เรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลในเรื่องทุจริต เรื่องอำนาจ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล ทั้งหมดจะถูกนำเสนอด้วยเหตุด้วยผล และจะได้นำร่างทั้งหมดเสนอในที่ประชุม ส.ส. ของพรรคต่อไป ที่สำคัญนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปพรรค จะได้นำร่างไปพูดคุยกับพรรคร่วมด้วย
จุรินทร์ลั่นต้องไม่ถอยหลัง
ที่ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถ.ศรีนครินทร์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้า ปชป. กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราของพปชร. ที่ยังให้อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯได้ รวมถึงการยกเลิกนับคะแนนแบบจัดสรรปันส่วนว่า ยังไม่ทราบ สุดท้าย พปชร.จะมีมติอย่างไร เสนอกี่ร่าง แต่ปชป. มีจุดยืนชัดเจนว่าต้องนำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ไม่ใช่แก้แล้วถอยหลัง ดังนั้น ร่าง พปชร.ที่จะเสนอเข้าที่ประชุมวิป รัฐบาล ต้องดูเป็นกรณีว่าร่างไหนเข้าเกณฑ์ หรือร่างไหนพาประเทศถอยหลัง ปชป.ได้หารือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เห็นพ้องเสนอแก้รายมาตราหรือรายประเด็น เช่น มาตรา 256 ว่าด้วยวิธีการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 แก้รัฐธรรมนูญ และไม่จำเป็นต้องใช้เสียงฝ่ายค้านร้อยละ 20 โดยให้ใช้เสียง 3 ใน 5 ของที่ประชุมร่วมรัฐสภาแทน ก็สามารถแก้ไขได้
ยันต้องปิดสวิตช์ส.ว.
นอกจากนี้ ยังให้ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯได้ อีกทั้งจะเสนอแก้ไขการ กระจายอำนาจและสิทธิเสรีภาพประชาชน ส่วนเรื่องใช้บัตรเลือกตั้งจากใบเดียวเป็น 2 ใบ ปชป.ไม่ขัดข้อง เพราะบัตรใบเดียวในการเลือกตั้งที่ผ่านมามีจุดอ่อนมาก นำไปสู่การเลือกตั้งแบบเบี้ยหัวแตก ทำให้ฝ่ายบริหารขาดเสถียรภาพ และไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ส่วนการยกเลิกนับคะแนนแบบจัดสรรปันส่วนนั้น ยังไม่ขอออกความเห็น ยืนยันขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของ ปชป.และอีก 2 พรรคร่วมเสร็จแล้ว โดยจะหารือกันภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อยื่นประธานรัฐสภาให้ทันช่วงเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 7-8 เม.ย.นี้
เมื่อถามถึงกรณี พปชร.อ้างเหตุผลไม่แก้อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ เพราะจะไม่ได้รับความร่วมมือจาก ส.ว.และแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่าไม่ขอตอบประเด็นนี้ ขอให้ พปชร.ตอบเอง แต่ขอย้ำหลักการปชป. การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเดินหน้า ไม่ใช่ถอยหลังเข้าคลอง
ชี้คดียิ่งลักษณ์ยังต้องอุทธรณ์ต่อ
นายจุรินทร์ยังกล่าวกรณีศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ 3.5 หมื่นล้านบาท จากโครงการรับจำข้าว ว่า เรื่องนี้ถือว่ายังไม่ถึงที่สุด ต้องมีการอุทธรณ์ ซึ่งต้องติดตามต่อไป แต่มีอีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวพันกับกระทรวงพาณิชย์คือ คดีขายข้าวจีทูจีที่ศาลตัดสินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังต้องไปดำเนินการว่าต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไร เช่นเดียวกันตามพ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิด ซึ่งกระทรวงการคลังชี้ไปแล้วว่าขายต้องชดใช้เท่าไร ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และโดยเหตุที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสียหายในคดีจีทูจี ให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้เสียหายได้ชดใช้ แต่ผู้ที่ต้องชดใช้ก็ไปร้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองวินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำสั่งที่ชอบ ดังนั้นจึงต้องไปตามบังคับคดีต่อไป ส่วนคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุดก็ต้องรอการอุทธรณ์ของศาลต่อไป
พท.ฉะวิษณุขี้แพ้ชวนตี
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลฯ พท. กล่าวถึงคดีคำพิพากษาเดียวกันว่า ได้ใจความพออธิบายได้ว่าเป็นโครงการที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา และอยู่ในกรอบวงเงินที่ขอไว้ รวมทั้งเพิกถอนคำสั่งที่อายัดทรัพย์สิน โดยศาลบอกว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง สรุปคือไม่ต้องจ่ายเงินตามคำสั่งกระทรวงการคลัง แต่พอเห็นข่าวนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ความเห็นว่ารัฐบาลจะอุทธรณ์การอายัดทรัพย์และมีบางรายการขายทอดตลาดไปแล้ว เป็นเงินสิบกว่าล้านไม่ถึงร้อยล้าน ขอบอกว่านายวิษณุ รู้อยู่แก่ใจว่าการใช้คำสั่งกระทรวงการคลัง ตามมาตรา 44 นั้นเป็นการลุแก่อำนาจ คดีความก็อยู่ระหว่างดำเนินการในศาล ทำไมไม่รอให้ศาลพิพากษาก่อน ถือว่าขาดหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง ประเด็นมันไม่อยู่ที่เงินเท่าไร ทรัพย์สินบางอย่างมันมีมูลค่าทางจิตใจ บ้านที่อายัดไว้หรือทรัพย์สินการขายทอดตลาด เขาก็ได้มาก่อนดำรงตำแหน่งนายกฯ นายวิษณุไม่ต้องมาบอกว่าพอศาลตัดสินให้ชนะก็พอใจ พอแพ้ก็บอกสองมาตรฐาน คดีนี้นายวิษณุอย่าเป็นขี้แพ้ชวนตี เมื่อมีการยึดอำนาจในประเทศนี้ ทุกครั้งก็จะใช้อำนาจที่มีไล่ล่า กวาดล้างฝ่ายตรงกันข้ามกับตนเอง ซัดไว้ก่อน ผิดถูกอีกเรื่องหนึ่ง สร้างรอยแตกแยกมาตลอด เห็นได้ชัดอยู่แล้ว
ซัดตู่อ้างโกงข้าว-ยึดอำนาจ
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษก พท. กล่าวกรณีคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีดังกล่าว แต่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มีพฤติกรรมไม่ยอมรับคำตัดสิน เร่งรัดให้รัฐบาลอุทธรณ์โดยเร็ว ว่า นพ.วรงค์ เป็นใครถึงมีอำนาจมาสั่งรัฐบาลว่าต้องทำอะไร ดูจะยิ่งใหญ่กว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จึงกล้าสั่งรัฐบาล พฤติกรรมของ นพ.วรงค์ ชี้นำศาลและสังคมให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งที่ศาลพิจารณาจากเหตุและผลพยานหลักฐานอย่างรอบด้านและรัดกุม เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายแล้ว อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดชี้นำสังคม ใช้ความเห็นส่วนตัวมากดดันผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่ควรทำคือนำคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ตัดสินโดยเอกฉันท์ไปพิจารณาโดยปราศจากอคติ แล้วดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะหน้าที่ของกฎหมายคือการมอบความยุติธรรมให้กับประชาชน กฎหมายที่ดีต้องรับใช้ประชาชน
“หลายปีที่ผ่านมามีคนกลุ่มหนึ่งใช้ วาทกรรมท่องจำขึ้นใจว่ามีการทุจริตจำนำข้าว แล้วนำมาเป็นเหตุผลหลอกประชาชนเพื่อทำรัฐประหาร ตอนนี้คนที่รับไม้ต่อหลอกประชาชนคือ พล.อ.ประยุทธ์ ยืมมือกระทรวงการคลังให้ออกคำสั่งยึดทรัพย์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนทรัพย์บางส่วนถูกยึดไปแล้ว ถามว่าใครจะรับผิดชอบและยังใช้อำนาจของ คสช.ทำทุกอย่างออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง จึงเป็นนายกฯ หนึ่งเดียวในโลกที่ทำผิดได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่ผ่านมา” น.ส.อรุณีกล่าว
ดักคอ-ยื้อกม.ประชามติ
เวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรค พท. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค กล่าวกรณีศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า ขอแสดงความยินดีกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ทราบว่าทางกระทรวงการคลังจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
นายยุทธพงศ์แถลงกรณีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าการออกเสียงประชามติ ที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ 7-8 เม.ย.นี้ว่า จากที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านรัฐสภาแน่ แต่ต้องปรับแก้เนื้อหาให้สอดคล้อง มาตรา 9 โดยเฉพาะจำนวนการเข้าชื่อของประชาชนในการขอทำประชามติ และแม้ในชั้น กมธ.จะแก้ไขเนื้อหา มาตรา 11 วรรคสอง ที่กำหนดให้ประชาชน 50,000 คน เข้าชื่อเสนอ ทั้งที่มีมติออกมาแล้วว่าให้ประชาชนเข้าชื่อ 10,000 คน แต่ กมธ.กลับไปใช้ 50,000 คนเท่าเดิม ส่วนนี้ พวกตนในฐานะสมาชิกรัฐสภายังไม่เห็นรายละเอียดมาตราดังกล่าว จึงไม่รู้ว่าที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไรและหากไม่ผ่านจะทำอย่างไร
“จึงเห็นว่าแม้การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะจบไปแล้ว แต่การแก้รายมาตราก็ยังจำเป็นต้องทำประชามติอยู่ จึงต้องมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา และประเด็นจำนวนการเข้าชื่อของประชาชนที่ถกเถียงกัน สุดท้ายแล้วถ้าตกลงกันไม่ได้ก็สามารถนำเขียนเป็นข้อสังเกตได้ ไม่ใช่มายื้อกฎหมาย” นายยุทธพงศ์กล่าว
กมธ.ข้างน้อยจ่ออภิปราย
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.ก้าวไกล กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติ รัฐสภา กล่าวว่า กมธ.เสียงข้างน้อยสงวนความเห็นต่อการปรับแก้ มาตรา 11 ที่กำหนดให้ประชาชน 50,000 คนเข้าชื่อเสนอเรื่องทำประชามติ เพราะมากไป ควรใช้ 10,000 ชื่อแทน โดยจะนำข้อสงวนนี้ไปอภิปรายในรัฐสภาวันที่ 7 เม.ย. กรณีที่ตนและนายชูศักดิ์ ศิรินิล ตั้งข้อสงวนเรื่องจำนวนการเข้าชื่อ 10,000 คนนั้น เป็นไปตามความเห็นร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม ก่อนถึงการประชุมรัฐสภา 7 เม.ย. หากพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นไปในทิศทางอื่น ก็อาจพิจารณาเรื่องจำนวนกันอีกครั้ง ไม่ถึงขั้นปิดตายในมาตรา 11 เพียงแต่เห็นว่าหากใช้ประชากรมากไปจะไม่สมกับเจตนารมณ์ที่ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนแบบทางตรงมาก ยิ่งขึ้น
จับไต๋รบ.-ถอนกม.ข้อมูลข่าวสาร
นายณัฐวุฒิยังกล่าวว่า หลังจากเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้แสดงความกังวลต่อร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ ที่ครม.มีมติเห็นชอบเสนอต่อรัฐสภาว่าอาจเปลี่ยนหลักการของกฎหมายข้อมูลข่าวสารกลายเป็น “ปกปิดเป็นหลัก เปิดเผยเป็นข้อยกเว้น” ซึ่งต่อมา นายวิษณุให้สัมภาษณ์และพูดเลยไปว่าขนาดพ.ร.บ.คู่ชีวิตที่คิดว่าดี ก็มี ส.ส.ก้าวไกลทักท้วงจนไม่ได้เข้าสภา ทั้งๆ ที่บอกว่าอยากได้พ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ไม่เอาร่างของรัฐบาลนั้น นายวิษณุพูดคลาดเคลื่อนจากความจริงอย่างมาก พรรคก้าวไกลไม่มีผู้ใดสนับสนุนพ.ร.บ. คู่ชีวิต เพราะรองรับเฉพาะการจดทะเบียนของคู่รักเพศเดียวกัน เป็น พ.ร.บ.ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมองคนไม่เท่าเทียมกัน วันนี้ ส.ส.พรรค นำโดยนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวดว่าด้วยการสมรส หรือที่เรียกกันว่า “สมรสเท่าเทียม” เปลี่ยนสถานะการสมรสระหว่างชายและหญิง เป็นบุคคลกับบุคคล ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุอยู่ในวาระการประชุมของสภาแล้ว
การที่นายวิษณุออกตัวว่าเรื่อง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ค่อยไปว่ากันในสภา แต่นำ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่รัฐบาลได้ถอนร่างจากสภากลับไปมาเปรียบเทียบ เสมือนยอมรับกลายๆ ว่าอาจใช้รูปแบบเดียวกัน คือ การถอนร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารกลับไปใช่หรือไม่ แต่ถ้ารัฐบาลยังดันทุรังนำกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา โดยไม่สนใจเสียงของนักวิชาการ ภาคประชาสังคม ประชาชน ที่ท้วงติงถึงขั้นมีการติดแฮชแท็ก #ไม่เอาพรบ.ข้อมูลข่าวสาร ก็อาจเกิดการคว่ำร่างของรัฐบาลในชั้นรับหลักการก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นรัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ
รบ.โต้วาทกรรมโกงข้าว
นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีโฆษก พท. ระบุมีการใช้วาทกรรมกล่าวหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ใช้เป็นข้ออ้างหลอกลวงประชาชนเพื่อทำการรัฐประหาร ว่า การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้เป็นวาทกรรมเหมือนที่โฆษก พท.พูด ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจริง จนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก รัฐมนตรีและข้าราชการผู้ใหญ่หลายคน บางคนหนีออกนอกประเทศ ดังนั้นน.ส.อรุณีไม่ควรปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อกลบเกลื่อนความผิดใคร ส่วนที่ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งชดใช้ 3.5 หมื่นล้านบาท และให้ระงับการยึดทรัพย์ เป็นไปตามกระบวนการปกติและยังต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด ว่าจะตัดสินออกมาอย่างไร โดยกระทรวงการคลังจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
ส่วนที่ส.ส. พท.ออกมากล่าวหานายวิษณุว่า ลุแก่อำนาจ ใช้คำสั่งกระทรวงการคลังดำเนินการเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องคดีทุจริต ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจบไปแล้ว และติดคุกไปหลายคน ส่วนคดีที่ศาลปกครองก็ต้องรอศาลปกครองสูงสุด
พี่สาว‘ยงยุทธ’นั่งหน.เพื่อชาติ
ที่ห้างอิมพิเรียลสำโรง นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมใหญ่สามัญพรรค ประจำปี 2564 ยอมรับลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เป็นเพราะเสียงวิพากษ์วิจารณ์งดออกเสียงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ความผิดของเขาไม่ใช่เรื่องรุนแรงและชี้แจงได้ เราเคยถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม ยัดข้อหาหรือการกล่าวหา ผมจึงอยากทำตัวอย่างให้ดูว่า ในเมื่อเห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ผิดหรือไม่ร้ายแรงก็ไม่ออกเสียง ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด และอีกสาเหตุหนึ่งเพราะดำรงตำแหน่งมา 2 ปี ก่อนเลือกตั้งเมื่อปี 2562 เคยประกาศไว้ว่าต้องได้ส.ส.มากกว่า 10 คนแต่ได้เพียง 5 คน จึงต้องแสดงความรับผิดชอบ
จากนั้นเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 มีวาระสำคัญเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่ หลังนายสงครามลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ส่งผลทำให้กก.บห.พรรคชุดเดิมพ้นตำแหน่ง โดยที่ประชุมได้มีมติเลือก นาง บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน นายเทวกฤต พรหมมา อดีตผอ.พรรค เป็นรองหัวหน้าพรรค นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เป็นเลขาฯ พรรค นายองอาจ คำทอง และ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาฯ พรรค นายกัมปนาท วงศ์หงษ์สกุล เป็นโฆษกพรรค นายธีรพงษ์ เผ่ากา, ว่าที่ ร.ต.ณัฐชัย วิอังศุธร เป็นรองโฆษกพรรค ส่วนนายสงคราม เป็นประธานที่ปรึกษาและประธานยุทธศาสตร์พรรค
สำหรับนางบุศริณธญ์ มีชื่อเดิมว่า น.ส. บุษรินทร์ ติยะไพรัช พี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช