จริยธรรมการเมือง – การดำรงตำแหน่งส.ส.และรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ไปต่อโดยไม่มีปัญหา ทำให้เกิดคำถามและข้อเรียกร้องอีกครั้งกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ว่าควรต้องรีบแก้ไขโดยไม่ถูกฉุดรั้งใช่หรือไม่

ยิ่งเมื่อผู้เชี่ยวชาญการใช้กฎหมายในรัฐบาลระบุว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีนี้จะถือเป็นบรรทัดฐานที่ใช้ได้กับทุกคน

ส่วนกระแสวิจารณ์เรื่องจริยธรรมนักการเมือง ทั้งของคนในประเทศ หรือสายตาของต่างประเทศที่มองไทย ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย

ในที่นี้รวมถึงไม่ขัดต่อความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ปี 2525 ว่าด้วยบุคคลที่ถูกพิพากษา จำคุกในหรือต่างประเทศ เมื่อ ส.ส. หรือ รมต. มีระยะเวลาที่พ้นโทษก่อนมารับตำแหน่งทางการเมืองเกิน 5 ปี

จึงไม่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย

ที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ.2560 ถือกำเนิดในช่วงรัฐบาลรัฐประหาร มีจุดเด่นที่พยายามจะใช้หลักจริยธรรมเข้ามาประกอบข้อกฎหมาย

เพื่อให้สังคมเห็นว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นหลักของการปฏิรูป พลิกโฉมการเมืองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและต้องถูกโค่นอำนาจไปด้วย ข้ออ้างทางคุณธรรม คุณงามความดี

แต่เมื่อมาถึงจุดนี้ หลายๆ เหตุการณ์บ่งบอกแล้วว่าจุดเด่นที่ตั้งใจไว้กลายเป็นจุดด้อย

ความเห็นหรือข้อเรียกร้องของประชาชนไม่ได้มีความหมายมากมายนักกับการปรับปรุงบรรทัดฐานทางจริยธรรมของนักการเมือง หรือ ผู้แทนในรัฐสภา

ถ้าอยากวิจารณ์ก็วิจารณ์ไป สุดท้ายแล้วจะไม่มีผลต่อพรรคการเมืองหรือรัฐบาล

ปฏิกิริยาของสมาชิกพรรคการเมืองต้นสังกัดของร.อ.ธรรมนัส จึงใช้ข้อกฎหมายอธิบายถึงเสียงการเรียกร้องให้สอบจริยธรรมเช่นกัน ว่าการสอบจริยธรรมต้องเกิดขณะเป็นสมาชิกพรรค

แต่กรณีร.อ.ธรรมนัส เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายสิบปีก่อนเป็นสมาชิกพรรค จึงไม่อยู่ในกรอบจริยธรรมตามข้อบังคับพรรค

นอกจากนี้ยังมีส.ส.ของพรรคตอบโต้ความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ต้องการเดินหน้าเอาผิดเรื่องจริยธรรมร้ายแรง ว่าเป็นการบูลลี่อดีต

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลหลายปีมานี้ล้วนเป็นผลลัพธ์จากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน