‘ราชทัณฑ์’ยังมั่นใจคุมได้
ตายนิวไฮ34ป่วยเพิ่ม1,983
‘พะงัน’แจ้งจับดาราพลอย
พศ.งดจัด-งาน‘วันวิสาขะ’

ตะลึงคลัสเตอร์โควิดคุก พบนักโทษติดเชื้อ 2.8 พันคน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 1,795 และทัณฑสถานหญิงกลางอีก 1,040 ส่งรักษาในโรงพยาบาลสนามแล้ว ส่วนคนอาการหนักส่งโรงพยาบาลข้างนอก ‘ราชทัณฑ์’ แจงเหตุมีนักโทษเข้าออก ยังมั่นใจคุมได้ ขณะที่ไทยติดโควิด 1,983 ตายอีก 34 ราย เป็นสถิติใหม่ เผยคลัสเตอร์คลองเตยตรวจเชื้อแล้วเกือบ 2.3 หมื่น พบติดเชื้อ 900 ด้านผู้ว่าฯโคราชสั่งปิดอีก 2 หมู่บ้านที่ชุมพวง ส่วนเชียงใหม่ติดเชื้ออีก 10 เสียชีวิต 2 ราย นอภ.เกาะพะงันแจ้งจับ“พลอย-เฌอมาลย์’ ดาราดัง ข้อหาไม่ใส่แมสก์ ไม่กักตัว หลังติดโควิด ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาฯงดจัดงานวันวิสาขบูชาโลก ที่พุทธมณฑล ปลายเดือนนี้ หลีกเลี่ยงโควิดระบาด

กันไว้ก่อน – เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูในชุดป้องกันการติดเชื้อ ช่วยกันเก็บศพชายเร่ร่อนที่ล้มลงเสียชีวิตโดย ไม่ทราบสาเหตุ ริมถนนบางนา-ตราด ก.ม.8 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.

ติดโควิดพุ่ง1,983-ตายทุบสถิติ34

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,983 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในร.พ. 1,328 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 646 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 2,006 ราย เสียชีวิต 34 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสม 88,907 ราย หายป่วยสะสม 59,043 ราย เสียชีวิตสะสม 486 ราย สำหรับระลอกใหม่ตั้งแต่เม.ย. มีผู้ติดเชื้อสะสม 60,044 ราย หายสะสม 31,617 ราย เสียชีวิตสะสม 392 ราย ยังอยู่ระหว่างรักษา 29,378 ราย อยู่ในร.พ. 20,159 ราย และ ร.พ.สนาม 9,219 ราย จำนวนนี้มีอาการหนัก 1,226 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 401 ราย กระจายหลายจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนมากในกทม.และปริมณฑล

สำหรับผู้เสียชีวิตนิวไฮ 34 ราย อายุน้อยสุด 33 ปี มากสุด 93 ปี โดยอยู่ในสมุทรปราการ 13 รายซึ่งเป็นการเคลียร์ข้อมูลตลอดสัปดาห์ กทม. 10 ราย นครปฐม ปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบูรณ์ ชลบุรี นครนายก และสระแก้ว ปัจจัยเสี่ยงยังเป็นโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ และมีภาวะอ้วน รวมถึงโรคปอดอีกปัจจัยที่เราเป็นห่วง รายงานโรคปอด ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการสูบบุหรี่ทั่วไปและบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อโควิดมากกว่าคนไม่สูบ 14 เท่า อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยและเสียชีวิต ส่วนปัจจัยเสี่ยง พบคนขับรถแท็กซี่เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 160,322,840 ราย เสียชีวิตสะสม 3,331,127 ราย

กทม.ติดเชื้ออีก 976

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ตัวเลขที่เพิ่มตลอดสัปดาห์นี้ เป็นการพบผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องการ ทุกวันนี้พบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก คัดกรองคัดแยกแล้วมีอาการอยู่ในระดับเหลืองแดง โดยกรมการแพทย์รายงานว่ายังพบอาการสีแดงตลอด เป็นปัจจัยนำไปสู่การเสียชีวิต ถ้าพบตั้งแต่แรกเริ่มหรือสัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำ ต้องตรวจอย่างรวดเร็ว เพื่อเข้าสู่ระบบ ช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและลดอัตราตายได้

“สำหรับปัจจัยเสี่ยง สถานบันเทิง ตลาด ชุมชน ลดลงอย่างชัดเจน จากการกำหนดให้ลดการเดินทาง ทำงานที่บ้านมากขึ้น ปิดบริการต่างๆ ไป ซึ่งเป็นไปตามแผนการ แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คือ ยังมีการรวมกลุ่ม บุคคลใกล้ชิด คนในครอบครัว เพื่อนสนิท รวมกันในสถานที่ทำงาน และที่เน้นย้ำคืออาชีพเสี่ยง อาชีพสาธารณะ ทั้งตำรวจ ทหาร บุคลากรทางการแพทย์ พนักงานขับรถสาธารณะ ทั้งแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ เจ้าพนักงานควบคุมจราจร รถเมล์ รถไฟฟ้า มีการหารือเรื่องการช่วยเหลือบุคลากรเหล่านี้ที่มีความเสี่ยง”

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ส่วนผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศ 9 ราย ได้แก่มาเลเซีย 3 ราย เป็นคนไทยเข้ามาอย่างถูกต้องรับการดูแลในสถานกักตัว เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศละ 1 ราย กัมพูชา และลาว ประเทศละ 2 ราย มาจากการเดินทางข้ามแดนผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่มั่นคงลาดตระเวน เข้มงวด ตลอดตะเข็บชายแดน

สำหรับ 10 อันดับที่มีการติดเชื้อสูงสุดวันนี้ ได้แก่ 1.กทม. 976 ราย สะสม 21,405 ราย 2.นนทบุรี 266 ราย สะสม 4,035 ราย 3.สมุทรปราการ 110 ราย สะสม 3,420 ราย 4.ชลบุรี 57 ราย สะสม 3,489 ราย 5.สุราษฎร์ธานี 53 ราย สะสม 1,256 ราย 6.พระนครศรีอยุธยา 38 ราย สะสม 743 ราย 7.สมุทรสาคร 36 ราย สะสม 1,627 ราย 8.จันทบุรี 32 ราย สะสม 562 ราย 9.ปทุมธานี 29 ราย สะสม 1,477 ราย และ 10.ปัตตานี 28 ราย สะสม 240 ราย

18 จว.ติดเชื้อเป็น 0

ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวด้วยว่า วันนี้เรายึดพื้นที่สีขาวที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเลย 18 จังหวัด ได้แก่ลำพูน นครพนม สุรินทร์ น่าน สุโขทัย ยโสธร พะเยา สกลนคร เลย ชัยนาท แพร่ อุตรดิตถ์ หนองคาย สิงห์บุรี แม่ฮ่องสอน มุกดาหาร บึงกาฬ และสตูล โดยยังมีการตรวจเชิงรุกต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่สีเขียวมีผู้ติดเชื้อวันนี้ 1-10 ราย มี 38 จังหวัด ซึ่งนครปฐมจากเป็นสีแดง ก็มาอยู่ในกลุ่มสีเขียวแล้ว

สำหรับจังหวัดสีเหลืองมีผู้ติดเชื้อ 11-50 ราย ถือว่าศักยภาพของจังหวัดยังดูแลได้อย่างเหมาะสม จึงเห็นหลายจังหวัดที่เคยอยู่ที่สีส้ม สีแดงที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เช่นสมุทรสาคร เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา ก็กลับมาเป็นสีเหลือง ส่วนจังหวัดสีแดง มีเกิน 100 ราย คือกทม. นนทบุรี สมุทรปราการ สีส้ม 51-100 ราย มี 2 จังหวัด คือชลบุรี และสุราษฎร์ธานี มีการพูดคุยกับกลาโหมที่มีร.พ. แพทย์ทหาร บุคลากร จะระดมกำลังทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ในกทม.และปริมณฑล

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตช่วงม.ค.-ธ.ค.63 และม.ค.-มี.ค. 64 และเม.ย.ถึงปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงสำคัญอันดับ 1 คืออายุ ทั้งสามระลอกยังเหมือนกัน คือสูงอายุเกิน 60 ปี ส่วนปัจจัยเสี่ยงคือโรคประจำตัว เจ็บป่วยเรื้อรัง อ้วน อายุมาก จึงรณรงค์ให้กลุ่มนี้เข้ารับวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ เพราะเมื่อติดเชื้อ อัตราการเสียชีวิตสูงอย่างมาก รัฐพยายามจัดสรรทรัพยากรไปช่วยเหลือ 2 กลุ่มนี้

ห่วงเข้ารักษาช้าถึงตายได้

“อัตราเฉลี่ยจากการพบว่าตัวเองป่วยจนเข้ารับการรักษาใน ร.พ.ทั้งสามระลอก ประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ารักษาล่าช้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโรค วันที่ 1-2 อาจยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้ามีประวัติสูงอายุ โรคประจำตัว สูบบุหรี่ พึงระวัง อาการทรุดลงรวดเร็ว บางรายเข้ารักษาในระยะอาการหนัก วันนี้กรมการแพทย์รายงานพบผู้ป่วยรายงานเมื่อวาน พอเข้าระบบก็เป็นสีแดงที่ต้องรักษาในเตียงระดับ 3 ใช้เครื่องช่วยหายใจ ขอให้เข้าระบบให้เร็ว เพื่อช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ลดอัตราตายลง” พญ.อภิสมัยกล่าว

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ช่วง 10 วันที่ผ่านมา ยอดผู้ป่วยหนักตั้งแต่ 1 พ.ค. อยู่ที่ 954 ราย และไม่ลดลงเลย มีทิศทางพุ่งตลอด แม้ไม่สูงชันก็น่าเป็นห่วง ล่าสุด 1,226 ราย ส่วนที่ต้องการเครื่องช่วยหายใจก็เพิ่มสูงในระดับเดียวกัน ขณะที่เสียชีวิตก็มีทิศทางขึ้นเป็นไปแนวทางเดียวกัน หากดูเฉพาะกทม.และปริมณฑลทิศทางก็คล้ายกัน หากเข้าระบบการรักษาเร็วที่สุด สามารถดูแลให้ปลอดภัย ไม่นำไปสู่การใช้เครื่องช่วยหายใจ ไม่ต้องเข้าไอซียู และลดอัตราตาย อย่ารอจนมีอาการ สอบถามประวัติคนรอบข้าง ไปสัมผัสคนยืนยันติดเชื้อ คลุกคลีกันเกิน 5 นาที ไปร.พ.ใกล้บ้าน รายงานประวัติ หากติดเชื้อได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย

พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า กทม.และปริมณฑลติดเชื้อรวมกันมากกว่าจังหวัดที่เหลือรวมกัน จากเดิมที่สัดส่วนประมาณครึ่งต่อครึ่ง ก็มากขึ้นเป็น 3 ใน 4 ซึ่งต่างจังหวัดกราฟป่วยใหม่ลดลง ส่วนกทม.ปริมณฑลดูเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากการพบในเชิงรุกมากขึ้น โดยคลัสเตอร์สำคัญในกทม.จะมีการตรวจ คัดกรองเชิงรุก ขอให้ไปร่วมการตรวจ นอกจากตรวจสว็อบที่ลำคอ ยังมีการเก็บน้ำลายเป็นกลุ่ม เช่น มาจากครอบครัวเดียวกัน ตรวจรวมกัน ทำให้ตรวจได้มากขึ้น วันละเกินหมื่นราย

“วันนี้ กทม.รายงานสูงสุด 5 เขต คือวัฒนา ห้วยขวาง คลองเตย ปทุมวัน และดินแดง สำนักอนามัยห่วงเรื่องของขนส่งสาธารณะที่พบติดเชื้อมากขึ้น เช่นคนขับรถแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ คนเก็บตั๋ว หรือ ผู้โดยสาร ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ ที่ประชุมหารือกันระหว่างคมนาคมและกรมควบคุมโรค ให้การขนส่งสาธารณะมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น และเสนอให้คนขับรถสาธารณะฉีดวัคซีน ซึ่งกทม.เริ่มแล้ววันนี้จะลงพื้นที่ฉีดวัคซีนอาชีพเสี่ยงทำงานขนส่งสาธารณะ” พญ.อภิสมัยกล่าว

คลัสเตอร์คุก-ติดเชื้อ 2.8 พัน

รายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า กรณีมีการระบุว่าพบผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงกลางจำนวนมากติดเชื้อโควิดนั้นเป็นเรื่องจริง มีการรายงานเรื่องดังกล่าวไปยัง ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรมทราบแล้ว เบื้องต้นมีนักโทษติดเชื้อกว่า 1,000 ราย จากการตรวจสอบข้อมูลสอบสวนโรคเบื้องต้น พบว่ามีผู้ต้องขังหญิงรายหนึ่งถูกเบิกตัวออกไปนอกเรือนจำ เมื่อกลับเข้ามาในเรือนจำ พบว่าติดโควิด จากนั้นเชื้อแพร่กระจายติดไปยังนักโทษคนอื่นอีกจำนวนมาก

ส่วนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯพบว่ามี ผู้ต้องขังกว่า 1,000 รายติดโควิด ซึ่งติดจากนักโทษที่เป็นผู้ช่วยผู้คุมที่ไปปฏิบัติหน้าที่ที่แดนกักโรคและได้รับเชื้อโควิด เมื่อกลับเข้าไปแดนขังปกติ จึงนำเชื้อไปติดผู้ต้องขังในแดนอื่น อย่างไรก็ตามเรือนจำแก้ปัญหาเบื้องต้น โดยแยกผู้ต้องขังทั้งหมดที่ติดเชื้อไปอยู่รวมกัน แยกจากผู้ต้องขังปกติ

ราชทัณฑ์ยันควบคุมได้

เมื่อเวลา 15.00 น. กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยว่ามีการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ในเรือนจำได้อย่างไร มีการปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์การรักษาผู้ติดเชื้อหรือไม่ว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโควิดกระจายเป็นวงกว้างในทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงเรือนจำและทัณฑสถานที่ต้องรับตัว ผู้ต้องขังเข้าใหม่ และนำผู้ต้องขังออกศาลอยู่เสมอ จึงอาจมีการหลุดรอดของเชื้อเข้าสู่เรือนจำได้ อย่างไรก็ดีกรมราชทัณฑ์ป้องกันอย่างเต็มที่ด้วยมาตรการเชิงรุก คือแยกกักตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่อย่างน้อย 21 วัน พร้อมตรวจหาเชื้อโควิด 2 ครั้ง ก่อนผู้ต้องขังพ้นระยะแยกกักโรค ซึ่งการตรวจพบการติดเชื้อของผู้ต้องขังที่ผ่านมา ถือว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ

สำหรับผู้ต้องขังที่ตรวจพบเชื้อจะได้รับการรักษา โดยการให้ยาฟาวิพิราเวีย ทั้งใน โรงพยาบาลสนามเรือนจำ และโรงพยาบาลแม่ข่ายตามลักษณะอาการป่วยของแต่ละราย กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เรือนจำทัณฑสถานทุกแห่งมีมาตรการอย่างเคร่งครัด เพราะมีการควบคุม บับเบิล แอนด์ซีล เช่นกรณีเรือนจำ จ.นราธิวาสที่มีผู้ต้องขังติดเชื้อก็สามารถดูแลรักษาจนหาย และไม่มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ในเรือนจำอีก

กรมราชทัณฑ์ได้ตรวจเชิงรุก เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง 100% เรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบการติดเชื้อ ได้แก่ทัณฑสถานหญิงกลาง มี ผู้ติดเชื้อรวม 1,040 ราย และเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีผู้ติดเชื้อรวม 1,795 ราย ซึ่งทุกรายอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ หากในบางรายมีอาการหนัก จะได้ย้ายออก เพื่อรับการรักษายังโรงพยาบาลภายนอก

เชื่อว่ามาตรฐานการดำเนินการของกรมราชทัณฑ์กับกระทรวงสาธารณสุข จะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 ได้ ไม่ขยายตัวไปสู่วงกว้างได้ เวลานี้มีแดนกักโรคและโรงพยาบาลสนาม โดยมีแพทย์และพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด และการให้ยารักษาและการดูแลทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข รวมทั้งวางแผนเพื่อฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังด้วย อยู่ระหว่างรอการจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ด้านนายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีพบผู้ต้องขังทัณฑสถานหญิงกลาง 1,040 ราย และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 1,795 รายติดโควิดว่า สำหรับ ผู้ต้องขังที่ติดโควิดเป็นการตรวจเชิงรุก 100% ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังในเรือนจำทั้ง 2 แห่ง โดยผู้ติดเชื้อทั้งหมดเจ้าหน้าที่แยกไปยังโรงพยาบาลสนามราชทัณฑ์ และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ บางรายมีอาการหนักก็จะย้ายออก เพื่อรับการรักษายังโรงพยาบาลภายนอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ สำรวจ ณ วันที่ 2 พ.ค.2564 ทัณฑสถานหญิงกลาง นักโทษหญิงเด็ดขาด 3,438 ราย เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา 1,047 ราย ผู้ต้องกักขัง 1 ราย รวม 4,484 ราย ส่วนเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีนักโทษชาย เด็ดขาด 2,477 ราย เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา 797 ราย ผู้ต้องกักขัง 1 ราย รวม 3,274 ราย

ทั้งนี้ มีผู้ต้องขังในราชทัณฑ์ทั่วประเทศ รวม 310,830 ราย เป็นชาย 273,465 และหญิง 37,365 ราย

คลองเตยติดโควิดแล้ว 900

สำนักอนามัย กรุงเทพฯ รายงานผลการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในชุมชนเขตคลองเตย ด้วยวิธีสว็อบในชุมชน ประกอบด้วยชุมชน 70 ไร่ ชุมชนริมคลองวัดสะพานคลองเตย วัดสะพานคลองเตย โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา โดมแฟลต 19, 22 และลานจอดรถตลาดคลองเตย ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.-11 พ.ค. รวม 22,956 ราย พบติดเชื้อ 900 ราย ไม่ติดเชื้อ 15,656 ราย รอผล 8,536 ราย

ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่ประชาชนในชุมชนคลองเตย โดยกำหนดจุดให้บริการฉีดวัคซีน 2 จุดที่บริเวณโรงเรียนวัดคลองเตย และลานหน้าห้างโลตัส สาขาพระราม 4 เขตคลองเตย โดยเริ่มฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงในชุมชนคลองเตย ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.-11 พ.ค. แจกบัตรคิว 17,889 ราย ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 16,630 ราย ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน/ไม่เข้าเกณฑ์ 1,259 ราย เนื่องจากความดันสูง, หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ, ดุลพินิจแพทย์, ข้อห้ามตามกระทรวง และเปลี่ยนใจไม่ฉีด

โคราชปิด 2 หมู่บ้านชุมพวง

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา กล่าวว่า พบการระบาดในกลุ่มคลัสเตอร์โรงงานผลิตกุนเชียงในเขตพื้นที่ อ.เมืองนครราชสีมา ล่าสุดพิจารณาปิดหมู่บ้าน คือบ้านหนองว้า หมู่ 2 และบ้านหนองว้าบูรพา หมู่ 20 ต.โนนรัง อ.ชุมพวง 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-25 พ.ค. เนื่องจากมีการนำเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์โรงงานผลิตกุนเชียงไปติดเครือญาติพี่น้องถึง 9 ราย จึงต้องปิดหมู่บ้านดังกล่าวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ส่วนโรงงานกุนเชียงที่เกิดการระบาดนั้น ได้กักตัวกลุ่มเสี่ยงกว่า 100 คน และปิดโรงงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา และจะเปิดโรงงานอีกครั้งวันที่ 14 พ.ค.นี้

ขณะนี้จ.นครราชสีมา ปิดหมู่บ้านรวม 5 หมู่บ้าน ใน 3 อำเภอ ได้แก่ พื้นที่ต.บ้านวัง อ.โนนไทย 1 หมู่บ้าน, พื้นที่ ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง 2 หมู่บ้าน และพื้นที่ ต.โนนรัง อ.ชุมพวง 2 หมู่บ้าน

ศรีเทพติดเชื้อ 15-ล็อก 3หมู่บ้าน

ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีเทพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อบริการตรวจหาเชื้อโควิดให้กับประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 1, 2 และ 5 ต.สระกรวด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ที่บริเวณวัดสว่างสามัคคี หลังพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดในพื้นที่ซึ่งเป็นพนักงานและครอบครัวบริษัทเงินกู้ 15 ราย

ด้านนายวินัย ทองบ่อ กำนันต.สระกรวด เปิดเผยว่าพื้นที่หมู่ที่ 1,2 และ 5 ต.สระกรวด เป็นพื้นที่ใกล้เคียงและพบผู้ป่วยในพื้นที่หลายราย จึงล็อกดาวน์ทั้ง 3 หมู่บ้าน ห้าม ผู้ที่ไม่มีกิจจำเป็นเข้าและออกจากพื้นที่

นราฯติดเชื้อ 3-เสียชีวิต 1

ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 จ.นราธิวาส รายงานว่า ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 3 ราย ยอดผู้ป่วยระลอก 3 เริ่มวันที่ 1 เม.ย. รวมที่มาจากต่างประเทศ 581 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาล 54 ราย ผู้ป่วยรักษาหาย 526 ราย และเสียชีวิต 1 ราย

ด้านนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าฯนราธิวาสขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด กำชับในช่วงตรุษอีดิ้ลฟิตรีงดการละหมาดร่วมกันที่มัสยิด

สระแก้วดับโควิดรายแรก

ส่วนที่จ.สระแก้ว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9 ราย ติดเชื้อจากในจังหวัด 7 ราย ที่ตาพระยา 4 ราย อรัญประเทศ 3 ราย และเมืองสระแก้ว 2 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 2 ราย และ เสียชีวิต 1 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกของจังหวัด เป็นชายวัย 39 ปี บ้านต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เข้ารักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่ ร.พ.เกษมราษฎร์ อรัญประเทศ ประมาณ 1 เดือน จากนั้นอาการทรุดลง จึงส่งต่อมารักษาที่ร.พ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว กระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พ.ค.

ขณะที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายนี้ติดเชื้อทั้งหมด 7 คน และมีผู้สัมผัสเสี่ยงในพื้นที่เดียวกัน 50 คน

เชียงใหม่ป่วยอีก 10-ตายเพิ่ม 2

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกเดือนเม.ย.ของจ.เชียงใหม่ว่า พบผู้ติดเชื้อ รายใหม่ลดลงเหลือเพียง 10 ราย ต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,944 ราย รักษาหาย 3,325 ราย ยังคงมีผู้รักษาอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท 605 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 14 ราย ส่วนการตรวจเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะเป็นแหล่งแพร่ระบาดในจ.เชียงใหม่ ตรวจแล้ว 36 แห่ง จากการค้นหากว่า 6,400 ราย พบผู้ติดเชื้อ 51 ราย แผนต่อไปจะตรวจกลุ่มพนักงานขับรถขนส่งสินค้า พนักงานขับรถส่งพืชผลทางการเกษตร พนักงานขับรถทัวร์

“คลัสเตอร์งานศพที่อมก๋อย พบผู้ติดเชื้อสัมผัสในชุมชนเพิ่ม 1 ราย คัดกรองกลุ่มเสี่ยงสูงแล้วกว่า 70 ราย ผลเป็นลบทั้งหมด และคลัสเตอร์ใหม่ที่พบเพิ่มวันนี้ คือคลัสเตอร์โรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่เมมโมเรียล มีผู้ป่วยและผู้สัมผัสร่วมบ้าน 4 ราย บุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานสนับสนุน 8 ราย รวม 12 ราย ขอให้ประชาชน ผู้ป่วย และพนักงานที่เข้าใช้บริการโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่เมมโมเรียล ระหว่างวันที่ 1-6 พ.ค. เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือศูนย์วัณโรคเขต 1 เดิม หน้าร้านสุริวงศ์บุ๊คเซ็นเตอร์ ทุกวันในเวลาราชการ”

ด้านนพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผอ.ร.พ. นครพิงค์ ร่วมกันกล่าวถึงผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดรายใหม่ 2 รายว่า รายแรกเป็น ชายไทย อายุ 64 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน มีประวัติเดินทางไปในสถานที่เสี่ยง ติดเชื้อจากในชุมชน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 พ.ค. รายที่ 2 ชายไทย อายุ 66 ปี มีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง ไวรัสตับอักเสบซี พบติดเชื้อจากคนในครอบครัว ตรวจพบเชื้อโควิด วันที่ 25 เม.ย. และถูกรับไว้รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน วันที่ 27 เม.ย. มีไข้ ไอ มีเสมหะเป็นเลือด หายใจลำบาก จึงถูกส่งตัวเข้ารักษาต่อที่ร.พ.นครพิงค์ ต่อมาวันที่ 8 พ.ค. เกิดภาวะแทรกซ้อน ไตวาย เกลือแร่ผิดปกติ และเสียชีวิตวันที่ 10 พ.ค.

สุพรรณฯดับโควิดอีก 2

ที่จ.สุพรรณบุรี พบผู้ป่วยโควิดยืนยันเสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ป่วย หญิงไทย อายุ 94 ปี ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมืองสุพรรณบุรี และหญิงไทยอายุ 59 ปี ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า ยอดเสียชีวิตสะสม 5 ราย และมีผู้ป่วยเพิ่ม 10 ราย ป่วยสะสมระบาดระลอกใหม่ 379 ราย รักษาอยู่ 150 ราย หาย 224 ราย

ชลบุรีเจออีก 57 ราย

ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 57 ราย สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว 12 ราย และจากที่ทำงาน 6 ราย ผู้สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 14 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 25 ราย ค้นหา ผู้สัมผัสทั้งหมด 320 ราย และค้นหาเชิงรุกเบื้องต้น อีก 485 ราย

‘พะงัน’แจ้งจับดารา‘พลอย’

จากกรณีดาราสาว พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 25 เม.ย.- 8 พ.ค.64 ภายหลังเดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 หลังจากข่าวแพร่ออกไป ทำให้ชาวเกาะสมุย และเกาะพะงันกังวลจะติดเชื้อโควิด อีกทั้งยังมีภาพถ่ายกับแฟนคลับปรากฏออกมาโดยที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันไว้นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. นายพูลศักดิ์ โสภณปทุมรัตน์ นายอำเภอเกาะพะงันเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อร.ต.ท.พิภูษณ เหมเดโช พนักงานสวนสวนสภ.เกาะพะงัน ให้ดำเนินคดีกับพลอย-เฌอมาลย์ โดยกล่าวหาว่าไม่ใช้มาตรการกักตัวอยู่ที่บ้านหรือสถานที่ที่ห่างจากบุคคลอื่น เพื่อสังเกตอาการ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจ.สุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน) หรือจนครบ 14 วัน และไม่สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เหตุเกิด ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ถึง 8 พ.ค. 64 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน

พนักงานสอบสวนรับแจ้งไว้เพื่อดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พิษโควิด-งดจัดงานวันวิสาขะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติที่พิเศษ 5/2564 เรื่องขอความเห็นชอบงดการจัดกิจกรรมงานสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ณ พุทธมณฑล ประจำปี 2564 โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มีหนังสือ ด่วนที่สุดลงวันที่ 6 พ.ค.2564 แจ้งว่า ตามที่มหาเถรฯ มีมติที่ 206/2564 เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2564 เห็นชอบการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2564 นั้น เนื่องจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอพุทธมณฑล ตรวจประเมินตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว มีความเห็นว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมคนจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการป้องกันโรค โควิด-19 ขณะที่รัฐบาลประกาศห้ามการดำเนินการหรือจัดกิจกรรมหรือที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ทั้งเพื่อปฏิบัติตามประกาศจังหวัดนครปฐม เรื่อง มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และประกาศจังหวัดนครปฐม เรื่องงดการจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน ห้ามจัดกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากเกินกว่า 50 คนขึ้นไป จึงเห็นควรงดจัดกิจกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ มติมีดังนี้ 1.งดการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 25-26 พ.ค.2564 ที่พุทธมณฑล 2.สำหรับวัดต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ หรือส่วนภูมิภาค การพิจารณาจะจัดหรืองดจัดกิจกรรมให้ปฏิบัติตามประกาศของรัฐบาล หรือข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข หรือตามคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดในพื้นที่นั้นๆ กำหนดอย่างเคร่งครัด 3.กรณีมีประชาชนในเขตบริการของวัดไปเวียนเทียนที่วัด ขอให้วัดดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และให้จัดให้เวียนเทียนเป็นรอบๆ ไป ตามจำนวนที่เห็นว่าเหมาะสม หรือกำหนดจุดยืนประกอบพิธีในวันดังกล่าวตามความเหมาะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน