แค้นไม่ยอมคืนดี
ตร.ตามรวบทันที
จับทันควัน ผัวโหดใช้มีดแทงเมียดับ ทิ้งศพไว้กับลูกเลี้ยงวัย 8 ขวบทั้งคืน จนรุ่งเช้าเด็กเดินมาบอกเพื่อนบ้านว่าแม่ถูกพ่อฆ่าตายแล้ว สภ.เมืองสมุทรสงครามระดมสืบก่อนปลอมเป็นคนขับแท็กซี่ ดักรอที่บขส. สุดท้ายรวบตัวได้ขณะจะขึ้นรถหลบหนี สอบสารภาพโมโหเมียไม่ยอมคืนดี
เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ร.ต.อ.ชัยศรี ผลดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อมนายแพทย์ชัชชัย เล็กพิทยา แพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสมุทรสงคราม นายฤชายุส สุทธวาวัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านปรก และเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม เข้าตรวจสอบเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเช่าซึ่งเป็นห้องแถวชั้นเดียว เลขที่ 11/3 หมู่ 1 ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
เมื่อไปถึงพบมีเพื่อนบ้านมุงดูกันจำนวนมาก ภายในบ้านพบศพ น.ส.บัวผัน ชูใส อายุ 54 ปี ชาว ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี อาชีพทำงานก่อสร้าง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธปลายแหลมที่บริเวณแผ่นหลัง จำนวน 2 แผล นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บริเวณพื้นบ้าน สอบสวนด.ญ.แดง นามสมมติ อายุ 8 ขวบ ลูกสาวผู้ตาย เล่าว่า “เมื่อตอนค่ำแม่ไปธุระกลับเข้าบ้านประมาณ 5 ทุ่ม เห็นพ่อเลี้ยงอยู่ในบ้านแม่ก็ตกใจ จากนั้นแม่กับพ่อก็ทะเลาะกัน หนูก็เข้านอนในมุ้งและชวนแม่นอนแต่แม่กำลังหาอะไรอยู่ไม่รู้ จากนั้นพ่อก็ทำร้ายแม่แล้วก็ออกจากบ้านไป”
ด้านนางปราณี ศิลา อายุ 73 ปี เจ้าของบ้านเช่า บอกว่า 2 สามีภรรยาคู่นี้มาเช่าบ้านอยู่เกือบ 1 ปีแล้ว แต่สามีไปๆ มาๆ ส่วน ผู้ตายอยู่กับลูกสาววัย 8 ขวบ ปกติจะทะเลาะกันบ่อย ตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งรุ่งเช้า ลูกสาวผู้ตายมาบอกว่าแม่ถูกพ่อฆ่าตายจึงรีบไปดูก็พบว่าน.ส.บัวผันนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ในบ้านดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นสามีผู้ตาย ยังไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง ซึ่งมีอาชีพทำงานก่อสร้างด้วยกันและเพิ่งเลิกรากันไป และพยายามมาขอคืนดี แต่ผู้ตายไม่ยอมคืนดีด้วย ก่อนเกิดเหตุคาดว่าได้บุกเข้ามาพูดคุยเพื่อขอคืนดีอีก และจังหวะที่ผู้ตายเผลอจึงแทงผู้ตายจนเสียชีวิตก่อนหลบหนีก็เป็นได้ เนื่องจากที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวนายหล้ามาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาต่อไป
ล่าสุด พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้สั่งการให้ พ.ต.ต. เอนก ขจีจิตร สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม สืบสวนจนทราบว่าสามีโหด ผู้ก่อเหตุ คือนายน้อง กุมาร อายุ 36 ปี ภูมิลำเนาอยู่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยตำรวจคาดว่านายน้องน่าจะหลบหนีกลับบ้านที่ จ.ตาก จึงปลอมตัวเป็นคนขับรถแท็กซี่ จอดรถซุ่มดูที่บริเวณสถานที่ขนส่ง จ.สมุทรสงคราม และพบนายน้อง ขณะจะขึ้นรถตู้โดยสารหลบหนี จึงแสดงตัวและควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ก่อนจะพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพื่อชี้จุดที่เกิดเหตุ และจุดทิ้งมีดลงบนสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง (สะพานวัดพวงมาลัย)
นายน้องรับสารภาพว่าอยู่กินกับ น.ส. บัวผัน มาประมาณ 1 ปี แต่เมื่อ 3 วันก่อนมีปากเสียงกันเรื่องหึงหวงจึงเลิกรากัน ตนโดนไล่ออกจากห้องเช่าจนต้องขนเสื้อผ้าข้าวของออกไป กระทั่งเมื่อวานนี้ตอนเย็น (18.00 น. 21 พ.ค.64) ตนได้วิดีโอแช็ตมาพูดคุยเพื่อขอคืนดี แต่ผู้ตายปฏิเสธและพูดจายั่วยวนทำให้ตนโมโหมาก จึงปั่นจักรยานมาหาแต่ไม่พบ ผู้ตาย เนื่องจากออกไปทำธุระนอกบ้าน ตนจึงเปิดประตูซึ่งล็อกไม่ค่อยดี เข้าไปนอนรอในห้อง
กระทั่งประมาณ 5 ทุ่มผู้ตายกลับมา จึงพยายามพูดจาง้องอนอีกครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอมพูดคุยด้วยทำให้ตนโมโห ขณะที่ผู้ตายเผลอหันหลังให้จึงใช้มีดที่ทำขึ้นเองและพกติดตัวมาด้วย แทงเข้ากลางแผ่นหลัง 2 แผล จากนั้นได้คว้าสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ที่ผู้ตายสวมใส่อยู่แล้วปั่นรถจักรยานหลบหนีกลับบ้านพัก ที่ ต.บางขันแตก อ.เมืองสมุทรสงคราม ซึ่งห่างกันประมาณ 8 กิโลเมตร รอจนสายๆ จึงนำสร้อยคอทองคำมาขายที่ร้านทองในตลาดแม่กลองเพื่อเป็นค่ารถหลบหนี ก่อนมาขึ้นรถตู้โดยสารที่สถานี บขส.เพื่อหลบหนี ตั้งใจว่าจะไปหางานก่อสร้างทำที่พื้นที่ จ.สมุทรสาคร กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป