แอพป่วน
ยังกดได้
อีก8ล้าน
‘คลัง’เล็ง
เพิ่มสิทธิ์

แอพฯ เป๋าตังเดี้ยง คนละครึ่งวุ่นตั้งแต่วันแรก คนแห่กด กรุงไทยเร่งแก้ระบบจนกลับมาใช้ได้ แจงรองรับกดพร้อมกันได้ 1.6 ล้านคน คลังเผยยอดวันแรกลงทะเบียนแล้ว 23 ล้านคน เหลืออีก 8 ล้านสิทธิ์ เปิดให้กดผ่านแอพฯ เป๋าตัง และ www.คนละครึ่ง.com จนกว่าจะครบ 31 ล้านคนตามเป้า เล็งขยายสิทธิ์เพิ่ม รอคนสละสิทธิ์ไป ‘ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ที่เปิดให้ลงทะเบียน 21 มิ.ย. ทยอยส่งเอสเอ็มเอสแจ้งกลับชุดแรกใส่ข้อมูลผิดพลาดแล้ว ส่วนคนที่ลงทะเบียนสำเร็จ 1 ก.ค.โอนเงินให้ใช้ได้ทันที ด้านบิ๊กตู่เรียกทีมเศรษฐกิจถกมาตรการแก้หนี้รายย่อย ตั้งเป้าเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น ลดดอกเบี้ย 2-3% ต่อปี จัดแผนช่วยเด็กรุ่นใหม่-คนเกษียณแบกหนี้ ออกมาตรการลดค่าใช้จ่าย ที่อยู่อาศัย และค่าตั๋วขนส่งมวลชนในราคาถูก

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. จากกรณีกระทรวงการคลังเปิดให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ 3 วันนี้เป็นวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. จนกว่าจะครบจำนวนไม่เกิน 31 ล้านคน โดยผู้ที่ยังไม่เคยลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ในเฟส 1 และ 2 จำนวน 16 ล้านคน ให้ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ส่วนผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์แล้วจำนวน 15 ล้านคน ให้ลงผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ได้อีกช่องทางหนึ่งนั้น แต่ปรากฏว่าในช่วงเช้าแอพฯ เป๋าตังไม่สามารถเข้าใช้งานได้ โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงไทยให้ข้อมูลว่า แอพฯ สามารถรองรับผู้ใช้งานได้มากกว่า 30 ล้านคนได้นั้น

ต่อมาธนาคารกรุงไทยชี้แจงกับ “ข่าวสด” ว่า เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ยอด 30 ล้านคน หมายถึง ปริมาณผู้ใช้งานแอพฯ เป๋าตัง ซึ่งพัฒนาระบบให้รองรับผู้ใช้งานได้มากกว่า 30 ล้านคน ไม่ใช่ลงทะเบียนพร้อมกันได้มากกว่า 30 ล้านคน ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงคือ แอพฯ เป๋าตังสามารถรองรับการลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 พร้อมกันได้ประมาณ 1.6 ล้านราย ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยจะเรียงลำดับใช้บริการคนที่เข้าลำดับหลัง จากนั้นต้องรอให้คนก่อนหน้านี้ออกจากระบบก่อน เนื่องจากมีผู้เข้าใช้งานแอพฯ เป๋าตังจำนวนมาก แนะนำให้ลงทะเบียนผ่านเว็บ www.คนละครึ่ง.com เพื่อความสะดวก

เวลา 09.30 น. ธนาคารกรุงไทยแจ้งอีกครั้งว่า ระบบของแอพฯ เป๋าตังกลับมาใช้งาน ได้แล้ว แต่เพื่อความสะดวกของผู้ลงทะเบียน สามารถเลือกลงทะเบียนผ่าน 2 ช่องทางคือ แอพฯ เป๋าตัง และเว็บไซต์

จากนั้นช่วงเย็นวันเดียวกัน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวสรุปการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 วันแรกว่า มีผู้มีสิทธิ์สนใจลงทะเบียนกันเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ทำให้แอพฯ เป๋าตังติดขัด แต่ก็ได้รับรายงานว่ากลับมาใช้ได้เป็นปกติแล้วในช่วงสาย โดยยอดการลงทะเบียนช่วง 3 ชั่วโมงแรก จากเป้าหมาย 31 ล้านคน เหลือสิทธิแค่ 13.5 ล้านคน หรือเหลือสิทธิ์ไม่ถึงครึ่ง เป็นเรื่องไม่เหนือกว่าที่คลังคาดหมายไว้

น.ส.กุลยากล่าวต่อว่า จำนวนผู้รับสิทธิ์ 31 ล้านคนนั้นครอบคลุมสำหรับทุกคนแล้ว เมื่อรวมกับผู้ได้สิทธิ์โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ 4 ล้านคน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.6 ล้านคน กลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษผ่านบัตรประชาชน 2.5 ล้านคน และกลุ่มผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 14 ล้านคน รวมทั้งหมดกว่า 65 ล้านคน

น.ส.กุลยากล่าวว่า กลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนใหม่ผ่าน www.คนละครึ่ง.com ต้องตรวจสอบข้อมูล ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ส่วนกลุ่มที่เคยได้สิทธิ์เดิมและลงทะเบียนใหม่ผ่านแอพฯ เป๋าตัง ที่ให้กรอกอาชีพ รายได้ ไม่ต้องกังวล กระทรวง การคลังไม่ได้นำข้อมูลไปใช้เพื่อการตัดสิทธิ์โครงการใดในอนาคต แต่เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการออกแบบนโยบายที่เหมาะสมต่อไป

น.ส.กุลยากล่าวว่า ในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ซึ่งเชื่อว่ามีกลุ่มที่ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 จะสละสิทธิ์ ไปใช้โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้แทน โดยคลังจะนำสิทธิ์ที่เหลือดังกล่าวมาพิจารณาเปิดรับลงทะเบียนเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป

ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษอีก 2.5 ล้านคน ที่ได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาทต่อเดือน นาน 6 เดือน ผ่านบัตรประชาชน ก็สามารถสละสิทธิ์เดิม เพื่อมาใช้โครงการคนละครึ่งเฟส 3 ได้ แต่คลังจะมีข้อมูลว่ากลุ่มที่สละสิทธิ์คือเป็นผู้ที่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟนใช้จริง ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือแล้ว ซึ่งจะเป็นข้อมูลใช้พิจารณาในโครงการต่อไปด้วย

น.ส.กุลยากล่าวต่อว่า ในการลงทะเบียนวันแรก พบว่ากลุ่มที่ลงทะเบียนครั้งแรกผ่านเว็บไซต์จำนวนหนึ่งกรอกข้อมูลผิดพลาด เช่น ชื่อ นามสกุล ข้อมูลไม่ตรงกับฐานข้อมูล ซึ่งระบบได้เริ่มทยอยส่งเอสเอ็มเอส แจ้งว่าว่า ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เนื่องจากข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขแล้วผ่าน 2 ช่องทางคือ แอพฯเป๋าตัง และเว็บไซต์คนละครึ่ง สำหรับกลุ่มที่ข้อมูลถูกต้องแล้ว ให้รอเอสเอ็มเอสยืนยันการใช้สิทธิ์ ภายใน 3 วัน โดยคาดว่าจะโอนเงินได้วันที่ 1 ก.ค.นี้ และโครงการคนละครึ่งเฟส 3 จะไม่ตัดสิทธิ์ผู้ที่มาลงทะเบียน เพราะไม่มีเงื่อนไขเหมือนโครงการเราชนะ เช่น มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 3 วันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึงเวลา 19.00 น. มียอดรวมกว่า 23 ล้านคน โดยมีสิทธิ์คงเหลือราว 8 ล้านคน โดยกระทรวงการคลัง จะเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่องไปทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. จนกว่าจะครบ 31 ล้านสิทธิ์

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วันนี้ได้ประชุมกับนายสุพัฒนพงศ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อยให้กับกลุ่มต่างๆ ในระยะสั้นได้แก่ หนี้ กยศ. 3.6 ล้านคน ผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน หนี้ครู/ข้าราชการ 2.8 ล้านบัญชี หนี้เช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ 6.5 ล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล 49.9 ล้านบัญชี ปัญหาหนี้สินอื่นๆ ของประชาชน 51.2 ล้านบัญชี การเพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและเอสเอ็มอี เช่น จัดให้มีซอฟต์โลน สำหรับเอสเอ็มอี ที่เป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ การเพิ่มจำนวนโรงรับจำนำและโรงรับจำนอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการระยะยาว ต้องทำให้เกิดสภาพแวดล้อมของการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย และคุมยอดวงเงินกู้ที่เหมาะสม เช่น รัฐต้องเร่งส่งเสริมการแข่งขันให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง เพิ่มระบบให้ผู้ฝากเงินมาเป็นผู้ให้สินเชื่อโดยรับความเสี่ยงมากขึ้นผ่านระบบดิจิทัล การจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพื่อดูแลสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อรายย่อยเฉพาะ การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางธุรกิจและการเงิน เพื่อชะลอการฟ้อง อำนวยความสะดวกให้การฟื้นฟูหนี้รายบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายราย และยังหารือในเรื่องการให้ความช่วยเหลือเด็กรุ่นใหม่/คนเกษียณที่มีภาระหนี้สิน โดยจะออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เรื่องที่อยู่อาศัย และค่าเดินทางระบบขนส่งมวลชนในราคาถูก ซึ่งทั้งหมดตนได้มอบให้มีคณะทำงานในเรื่องดังกล่าว ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) โดยให้รองนายกฯ รับผิดชอบต่อไป

“สิ่งที่คนไทยจะได้รับจากมาตรการดังกล่าว คือ 1.มีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้นจากภาระหนี้ที่ดอกเบี้ยลดลงได้ 2-3% ต่อปี 2.ลดปัญหาการสร้างหนี้เกินตัวลงได้ทันที 3.เพิ่มโอกาสทางสังคมและลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม 4.ใช้การจัดการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐมาแก้ไขปัญหารากแก้วโดยใช้งบประมาณรัฐน้อยที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน