โฆษกกลาโหมแถลง
เตรียมเคลียร์กับจีน
พท.ชี้พิรุธเร่งสัญญา

‘บิ๊กตู่’ ยอมถอย สั่งทร.ถอนแผนจัดซื้อเรือดำน้ำ โฆษกกลาโหมแถลงเอง เผยชะลอโครงการ3 รอบเฉือน 8.2 พันล้าน ‘วิรัช’ โหนทันที อ้างกมธ.งบฯ ไม่ฝืนกระแส เพื่อไทยเปิดเอกสารแฉอดีตบิ๊ก ทร. เร่งรัดสัญญาจัดซื้อ ชี้พิรุธส่งถึงจีนให้รีบลงนาม กลัวการเมืองเปลี่ยน อ้างซื้อขายแบบจีทูจี แต่จ่ายเงินให้บริษัทในปักกิ่ง ซื้อพ่วงเรือยกพลขึ้นบก มูลค่า 6.2 พันล้าน ‘พิธา’ ชี้เรือดำน้ำซื้อมาจอด ทั้งที่งบ 2.2 หมื่นล้าน ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ได้ถึง 35 ล้านโดส

ตู่สั่งทร.ถอนแผนซื้อเรือดำน้ำ

วันที่ 18 ก.ค. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) กล่าวถึงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือ (ทร.) ว่า ความจริงเรื่องนี้ กห.ได้หารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องถึงเหตุผลความจำเป็นของการเสริมสร้างกำลังทางทะเล รับมือกับสภาพแวดล้อม ภัยความมั่นคง โดยเฉพาะมิติใต้น้ำที่เรามีความสามารถจำกัด เพื่อรักษาดุลยภาพความมั่นคงและผลประโยชน์ทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์วิกฤตจากการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงที่เกิดตั้งแต่ปี 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมได้ให้ กห.และ ทร.พิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการชะลอโครงการจัดหา เรือดำน้ำ หรือยืดเวลาออกไปก่อน

กห.เห็นถึงปัญหาภาระงบประมาณและความจำเป็นเร่งด่วนในการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ชาติและประชาชน ซึ่งปี 63 และ ปี 64 ที่ผ่านมา ทร.ได้ส่งคืนงบประมาณ 3,375 ล้านบาท และ 3,425 ล้านบาท เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาพรวม ตามความจำเป็นเร่งด่วน สำหรับปี 65 กห.ได้ประเมินร่วมแล้วว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงอยู่และมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้สั่งการไปแล้วให้ กห.โดย ทร.พิจารณาถอนแผนงานงบประมาณโครงการเรือดำน้ำออกไปก่อน โดยให้หารือกับ กห.จีน ถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอชะลอโครงการปีนี้ออกไป

โครงการจัดหาเรือดำน้ำของทร.เป็นโครงการตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ที่กห.ของทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันโดยตรงตามข้อตกลงและโปร่งใส ไม่ผ่านคนกลางหรือบริษัทนายหน้า ที่ผ่านมา ทร.ติดต่อตรงกับ กห.และทร.จีน ผ่านช่องทางทางการทูตเท่านั้น จึงขอให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่อยากให้มีการแสวงประโยชน์จากกลุ่มใดๆ หรือการใช้ประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งอาจเกินเลยไปกระทบความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้

ชะลอ 3 รอบเฉือน 8.2 พันล้าน

รายงานข่าวเผยว่า หลังกมธ.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน เมื่อ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าจะถอนโครงการระหว่างการชี้แจงต่อกมธ. 19 ก.ค.นี้ โดย ผบ.ทร.จะเป็นผู้ประกาศด้วยตนเอง และยังรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบแล้ว และตามขั้นตอนต้องดำเนินการในชั้นอนุกมธ.คุรุภัณฑ์ฯ อย่างเป็นทางการด้วย

“ผบ.ทร.ท่านตั้งใจจะถอนโครงการฯ อยู่แล้ว และจะแจ้งให้ กมธ.รับทราบในการประชุมออนไลน์ พร้อมให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปเจรจากับจีนอีกครั้งให้เข้าใจในสถานการณ์ของประเทศไทย” แหล่งข่าว ทร.ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นการชะลอการจัดซื้อออกไปเป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรกเป็นการตัดงบฯ ตามพ.ร.บ.โอนคืนงบฯเพื่อใช้แก้โควิด วงเงินราว 4,130 ล้านบาท (งบฯโครงการเรือดำน้ำ 3,375 ล้านบาท) ครั้งที่ 2 ถูกตัดงบฯ ในขั้นกมธ.งบ64 วงเงิน 3,925 ล้านบาท จากนั้นทร.รับฟังความเห็นรอบด้าน และตระหนักถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศช่วงโควิด จึงเจรจากับจีนขอลดวงเงินซื้อลำที่ 2-3 ลง ทางจีนตกลงให้ทร.จ่ายเงินงวดแรก 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 จากที่ตกลงไว้ ทร.จึงตั้งงบฯ ปี 2565 ไว้ 900 ล้านบาท แต่ที่สุดต้องถอนโครงการดังกล่าวออกไปหลังถูกโจมตีอย่างหนัก

พปชร.ชี้แก้โควิดจำเป็นกว่า

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตนในฐานะเลขาพปชร.ได้แสดงจุดยืนไปยังอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ในกมธ.พิารณางบประมาณ 65 ถึงการตั้งงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ของทร. ที่เตรียมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อกมธ. ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ โดย พปชร.ไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนกับการจัดซื้อในช่วงเวลานี้ เนื่องจากประเทศอยู่ในสถานการณ์โควิดที่ยังแพร่ระบาดรุนแรง การใช้งบต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

ซึ่งขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดเปรียบเสมือนการทำสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่ต้องสู้กับเชื้อโรคที่มองไม่เห็น จำเป็นต้องใช้งบจำนวนมาก เพื่อที่จะแก้ไขวิกฤตดังกล่าวให้ผ่านพ้นไปได้ การนำงบไปจัดซื้อเรือดำน้ำยังมีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยกว่าการนำงบประมาณไปแก้โควิด ขอให้ทร.ชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไปก่อน

‘วิรัช’ยันกมธ.งบถกผ่านซูม

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พปชร. รองประธานกมธ.งบประมาณ กล่าวกรณีพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เจะข้าชี้แจงต่อกมธ.ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า จากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดที่สูงขึ้น และที่ผ่านมาเดี๋ยวก็มีคนหลุดมาต้องไล่แยงจมูก เดี๋ยวคนนี้ก็ต้องแยงอีก แยงกันเจ็บหมดแล้ว จึงต้องยอมใช้ระบบซูม กองทัพไม่ได้มีหน่วยเดียวแต่มีหลาย 10 หน่วย ถ้ามากันหลายคนเราจะทำอย่างไรได้หารือกันว่าให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมา เรื่องใดกรมใดก็ให้เจ้าของเรื่องเป็นผู้ตอบผ่านระบบซูม

ส่วนที่ เลขาธิการพปชร. แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนกับการจัดซื้อเรือ ดำน้ำในช่วงโควิด-19 ว่า ได้มีการพูดคุยกันก่อนแล้วและถือเป็นเรื่องที่ดี ตามที่เลขาฯพรรคพูด ถูกต้องแล้ว ไม่มีความเห็นอะไรเพิ่มเติม

กมธ.มีธงแล้วสั่งชะลอ

ส่วนที่มีทั้งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านคัดค้านการพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำนั้น กมธ.รับฟังเสียงคัดค้านจากประชาชน ส.ส.รัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้านในเรื่องนี้ กรณีจัดซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ เมื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.งบชุดใหญ่วันที่ 19 ก.ค. จะส่งเรื่องไปให้อนุกมธ.ครุภัณฑ์และไอซีที พิจารณา กลั่นกรองต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร

เชื่อว่าในใจกมธ.ทุกคนมีธงในใจที่เป็น คำตอบอยู่แล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้ควรนำงบไปแก้ปัญหาอย่างอื่นก่อน ไม่เคยมีใครพูดว่าจะสนับสนุนงบซื้อเรือดำน้ำ ยิ่งเมื่อร.อ.ธรรมนัส และส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต่างแสดงจุดยืนชัดเจนคัดค้าน เมื่อเสียงไปทางนี้ พปชร.ก็ต้องไปทางนี้เช่นกัน ตามขั้นตอนต้องรอให้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯส่งผลการพิจารณากลับมาให้ กมธ.ชุดใหญ่ก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร แต่ดูแนวโน้มน่าจะเป็นการให้ชะลอการจัดซื้อปีนี้ออกไปก่อน รอให้มีความพร้อมแล้วค่อยกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ถ้าปีหน้ายังไม่พร้อมก็ต้องชะลอการจัดซื้อออกไปอีก

ปชป.ให้เร่งแก้โควิดก่อน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) รองประธานคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ กล่าวว่า ได้มีการหารือกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการปชป. เห็นว่าขณะที่สถานการณ์ของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤตโควิด และประชาชนประสบกับปัญหาสภาพเศรษฐกิจ ทางเลขาฯ ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการจัดซื้อในช่วงนี้ จึงขอให้เลื่อนการจัดซื้อออกไปก่อน เพราะขณะนี้ต้องนำงบมาช่วยเหลือประชาชนในด้านสาธารณ สุขและเศรษฐกิจ ซึ่งต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

เลขาฯปชป.ไม่เห็นด้วยที่จะให้จัดซื้อเรือดำน้ำช่วงนี้ ขอให้เลื่อนไปก่อน และตนในฐานะเป็นอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ในสัดส่วนปชป.ที่เข้าไปนั่งอยู่ตรงนั้น จะได้ให้ความเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนกับกองทัพว่าสถานการณ์แบบนี้สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคืออะไร จึงขอให้ชะลอการจัดซื้อเรือดำน้ำออกไป

พท.แฉอดีตผบ.ทร.เร่งจัดซื้อ

เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค นาย จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี ร่วมกันแถลงถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ (ทร.) ที่จะนำเข้าสู่พิจารณาของกมธ.พิจาณางบประมาณ 2565 ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ โดย นายยุทธพงศ์กล่าวว่า ตนมีหนังสือจาก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตผบ.ทร. ไปถึง นายสู จ้าน ปิน รองประธานองค์กรบริหารงานของรัฐด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในหนังสือมีพิรุธคือออกจากทร. วันที่ 24 ก.ย. 2563 เร่งรัดให้มีการลงนามในสัญญาการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ให้ทันในปีงบประมาณ 2563 หรือภายในก.ย. 2563

หนังสือระบุอีกว่าหากดำเนินการไม่ทัน สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยอาจทำให้ต้องเริ่มต้นจัดหากันใหม่ และหากประเทศจีนไม่สามารถส่งผู้แทนมาลงนามในสัญญาได้ก็ขอให้ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนในไทยมาลงนามในข้อตกลงดังกล่าวแทน

นี่คือข้อพิรุธการซื้อขายเรือดำน้ำเที่ยวนี้ ถ้าบอกเป็นแบบจีทูจีจริง ทำไม พล.ร.อ.ลือชัย ออกหนังสือไปวันที่ 24 ก.ย. 63 จะให้ทางจีนมาเซ็นก่อน 30 ก.ย. 2563 หรือก่อน พล.ร.อ.ลือชัย จะเกษียณ ด้วยสถานการณ์ โควิดจะเดินทางเข้าประเทศได้ต้องมีการกักตัว จึงบอกว่าถ้าทางจีนมาไม่ได้ก็ขอให้เอาคนจากสถานทูตจีนในประเทศไทยก็ได้

ซื้อพ่วงเรือยกพลขึ้นบก

นอกจากนี้ ในหนังสือยังอ้างถึงเรืออีก 1 ลำ คือเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่แบบอู่ลอย (LPD) สนับสนุนเรือดำน้ำที่ทร.ของไทยซื้อมาจากจีนเช่นกัน เรือลำนี้มูลค่า 6,200 ล้านบาท แต่ไม่มีระบบอำนวยการรบ และระบบใดๆ ทั้งที่ต้องมี แต่ได้เรือมาเปล่าๆ พล.ร.อ.ลือชัย จึงเขียนหนังสือไปขออาวุธปืนเขา ซึ่งเรือลำนี้ในงบปี 2565 ซึ่ง 19 ก.ค. กมธ.งบจะพิจารณามีการของบเข้ามา 1,800 ล้านบาท สรุปการไปขอร้องบริษัทจีน แสดงให้เห็นว่า พล.ร.อ.ลือชัยเร่งรัดเซ็นสัญญาซื้อเรือ LPD มูลค่า 6,200 ล้านบาท และเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท ในช่วงที่ตนเองเป็น ผบ.ทร. เท่านั้น โดยอ้างว่ามีงบจำกัดเอาตัวเรือมาก่อน โดยไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพของเรือ และยังแสดงให้เห็นว่า ทร.ไปต่อเรือลำนี้มาโดยไม่มีความพร้อมด้านการรบเลย เป็นการซื้อที่ขาดแผนงาน คำนึงถึงแต่ประโยชน์ที่ไปซื้อเรือเท่านั้น และที่เสียหายมากที่สุดคือการไปร้องขอให้เขาติดตั้งระบบอำนวยการรบ ระบบอาวุธต่างๆ ให้ เป็นการเสียชื่อเสียงของประเทศไทยมาก

สัญาญาระหว่างทร.ไทย และจีนผ่านบริษัท china shipbuilding & offshoreinternational co. ltd (CSOC) ในการจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรก และลำที่ 2, 3 ที่มีลักษณะเดียวกันนั้น ระบุให้รัฐบาลจีนมอบอำนาจให้บริษัทนี้เป็นตัวแทนฝ่ายจีนต่อเรือดำน้ำระหว่างรัฐบาลไทยที่มี พล.ร.อ.ลือชัย ลงนาม กับรัฐบาลจีนที่มีนาย สู จีคี ประธานบริษัท CSOC เป็นตัวแทน ซึ่งสัญญาเป็นการซื้อขายแบบจีทูจี แต่เหตุใดตอนจ่ายเงินรัฐบาลไทยจึงจ่ายเข้าบัญชีของ CSOC ที่ปักกิ่ง ทำไมไม่จ่ายเงินไปที่กระทรวงกลาโหมของจีน หรือรัฐบาลจีน

เสนอกมธ.โหวตดูหน้าคนหนุน

ขณะนี้มีคนติดเชื้อโควิดวันละหมื่นกว่าคน เสียชีวิตวันละร้อยกว่าคน ระบบสาธารณสุขเราสู้ไม่ได้ คนป่วยล้น คนรอเข้ารับการรักษาจำนวนมาก ขณะเดียวกันประชาชนจำนวนมากอดอยาก หิวโหย แต่รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับจะซื้อเรือดำน้ำ พล.อ.ประยุทธ์อย่าบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ เพราะในฐานะรมว.กลาโหมที่ต้องลงนามในสัญญา และในฐานะนายกฯ ที่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านการพิจารณาของ ครม. ไม่สงสารประชาชนหรือแล้วไม่สงสัยในประสิทธิภาพเรือดำน้ำหรือ เหตุใดไม่เอาลำแรกมาลองใช้ก่อน ทำไมต้องเร่งซื้อทีเดียว 2 ลำ

19 ก.ค.จะมีการประชุมของ กมธ.งบฯ เป็นการประชุมออนไลน์ โดยกมธ.ซีกรัฐบาลไม่ยอมให้ผบ.เหล่าทัพทั้ง 4 คน มาชี้แจง อ้างกลัวโควิด ต้องถามนายวิรัช รัตนเศรษฐ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.พปชร. ว่าทำไมถึงไม่ให้ผบ.เหล่าทัพมาชี้แจง กมธ.ซีกฝ่ายค้านทุกพรรคได้หารือร่วมกันและมีมติแล้วว่า จะขอให้ กมธ.ชุดใหญ่ตัดทิ้งงบเรือดำน้ำทั้ง 2 ลำไปเลย โดยไม่ต้องส่งไปให้อนุกมธ.พิจารณา ถ้ากมธ.ซีกรัฐบาลไม่ยอมเราจะขอเสนอให้โหวต แพ้เป็นแพ้ จะได้รู้ว่าใครบ้างที่ยกมือโหวตผ่านให้ซื้อเรือดำน้ำ อยากถามว่าเรือดำน้ำปราบโควิดได้หรือไม่และวันที่ 19 ก.ค. ตนมีหลักฐานใหม่ที่จะเอามาแฉให้ห้องประชุม กมธ.ใหญ่ ได้เห็นอีก

พิธาเทียบราคาเรือดำน้ำ-วัคซีน

เวลา 13.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค แถลงว่า การพิจารณางบกลาโหม วงเงิน 2.25 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดซื้อเรือดำ ทร.แจ้งว่ามีความจำเป็นต้องซื้ออีก 2 ลำ และมีความจำเป็นต้องใช้ เป็นเรื่องสามัญสำนึก ในยามประเทศวิกฤต มีผู้เสียชีวิตจากโควิดจำนวนมาก ตายแบบใบไม้ร่วงเหมาะสมหรือไม่ที่จะซื้อเรือดำน้ำ เงิน 2.25 หมื่นล้านบาท สามารถนำไปซื้อวัคซีนไฟเซอร์ได้ 35 ล้านโดส ซื้อชุด PPE ได้ 150 ล้านชุด ให้บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร ซื้อ Rapid Antigen Test ให้ประชาชนทุกคนในประเทศไทยได้ 60 กว่าล้านชุด ซึ่งเป็นราคาที่เราต้องจ่ายเมื่อเปรียบเทียบกับเรือดำน้ำที่เอามาจอดไว้

ที่ทร.ชี้แจงว่าจะซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำนี้ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท ไม่ได้จ่ายทีเดียวทั้งหมด งวดแรกจ่าย 15% เราจะจ่าย 1 ใน3 ของ 15 % คือ 1,125 ล้านบาท เป็นคำแถลงที่ฟังไม่ขึ้น แม้จะจ่ายน้อย แต่เงิน 1,125 ล้านบาท ก็เป็นภาษีประชาชน สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นในช่วงที่สภาพเศรษฐกิจ สภาพสังคมเป็นแบบนี้ได้ ตนไม่ต้องการอนุญาตให้กองทัพใช้ภาษีประชาชน แม้จะจ่ายงวดแรกแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น ก็ก้าวขาเข้าไปข้างหนึ่ง

หลายคนคงจำได้ว่าช่วงเวลานี้ของปีที่แล้วกองทัพก็ของบเท่านี้ และไปอยู่ที่ชั้นอนุกมธ.งบฯ มีการโหวต 4 ต่อ 4 แล้วประธานอนุก็ออกเสียงว่าจะขอให้ซื้อเรือดำน้ำ เมื่อไปสู่กมธ.งบชุดใหญ่ มีแรงกดดันจากประชาชน สังคมและฝ่ายค้าน สุดท้ายทร.ก็ถอนวาระนี้ออกจากการพิจารณาเอง ปีนี้วาระนี้ก็กลับเข้ามาอีกในขณะที่สถานการณ์โควิดปีที่แล้วไม่วิกฤต เท่าปีนี้

โลกยุคใหม่แข่งกันเรื่องวัคซีน

อยากสื่อสารโดยตรงไปยังกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นผบ.หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เรื่องความมั่นคงทางทหารโดยเฉพาะความมั่นคงทางทะเลเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การต่อสู้ทางทะเลที่ใช้ยุทโธปกรณ์โจ่งแจ้งเหมือนสมัยสงครามโลกหมดยุคไปแล้ว ทุกวันนี้เป็นภัยคุกคามแบบใหม่ เช่น การใช้เรือประมงนำของเสียไปทิ้งในพื้นที่ศัตรูเพื่อสร้างความกดดันให้ประเทศนั้น ใช้เรือประมงติดอาวุธข่มขู่กดดันในการรุกรานของอีกประเทศ เพื่อเลี่ยงกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตอบโต้ด้วยอาวุธหนักอย่างเรือดำน้ำเป็นต้น

เป็นเรื่องที่ทร.ต้องคิดใช้บุคลากรและอุปกรณ์ที่เหมาะสม และเตรียมการรับมือ กับภัยรูปแบบใหม่ ภาพใหญ่ต่อไปนี้โลกใบใหม่จะเป็นรื่องสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม แสนยานุภาพของประเทศไม่ได้แข่งกันว่าใครมีเรือดำน้ำมากกว่ากันอีกต่อไป แต่แข่งกันที่ใครผลิตวัคซีนได้ ใครเป็นผู้บริจาควัคซีน ใครเป็นผู้รับบริจาควัคซีน

ลั่นโหวตคว่ำถ้าไม่ถอน

คงไม่ต้องมาพูดกันซ้ำเดิมว่า ปีนี้ทร.ถอดออกไป ปีหน้าก็มาขอใหม่ ขอวิงวอน ไปยังกองทัพว่าถ้ายังมีสามัญสำนึก เห็นแก่ความเดือดร้อนของประชาชน ขอให้ถอนวาระนี้ออกจากการพิจารณาของกมธ.งบในวันที่ 19 ก.ค. เหมือนอย่างที่ทำเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้สถานการณ์แย่กว่าปีที่แล้วที่ทร.คิดว่ามีความจำเป็นต้องถอน ปีนี้ก็ขอให้ใช้ตรรกะเดียวกัน

“ถ้าไม่ถอน คิดว่าการใช้ภาษีประชาชนบนซากศพประชาชนเอง การสูญเสียจากโรคระบาดครั้งนี้ยังกล้าจะผลักเข้ามาในวาระการประชุมต่อ ผมและพรรคก้าวไกลก็พร้อมอภิปรายสู้กับท่านในเรื่องเหตุและผล เพื่อนำไปสู่การโน้มน้าวทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในการโหวตคว่ำเรือดำน้ำ 2 ลำนี้ จึงหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากกองทัพ ที่เข้าใจความรู้สึกของประชาชนเพื่อทำให้เราอยู่ร่วมกันต่อไปได้” หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าว

มติกมธ.ฝ่ายค้านให้ชะลอ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ปีงบ 65 มีการตั้งงบผูกพันซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ รวม 22,500 ล้านบาท และงบสิ่งปลูกสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ โรงซ่อมเรือดำน้ำ คลังเก็บขีปนาวุธเรือดำน้ำ และการซื้อเรือสนับสนุนเรือดำน้ำใช้งบเกือบ 10,000 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ของกมธ.งบฯ 65 แต่สถานการณ์โควิดรอบ ที่ 3, 4 รุนแรงกว่าเดิม

สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความด้อยประสิทธิภาพและความผิดพลาดของรัฐบาล กมธ.ในส่วนที่เป็นฝ่ายค้านจากพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคเพื่อชาติ เห็นว่าควรชะลอหรือเลื่อนการจัดหาเรือดำน้ำไปก่อนจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะหยุด และสภาพเศรษฐกิจจะกลับคืนมาสู่ปกติ

ความอยู่รอดของคนไทย คือความอยู่รอดของชาติ ชาติคือประชาชน สถานการณ์ขณะนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าเมื่อไรที่เราจะผ่านพ้นวิกฤตภัยร้ายแรงไปได้ ตลอด 7 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์ยึดและสืบทอดอำนาจ ได้ใช้งบมหาศาลกับกองทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย

หากทร.ยังยืนยันจะซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 จะเป็นการสร้างหนี้สินให้ประชาชนที่ต้องแบกรับภาระไปอีกหลายสิบปี งบที่ขออนุมัติก็เป็นเพียงการจัดซื้อเรือดำน้ำเท่านั้น ยังไม่รวมถึงค่าอาวุธยุทโธปกรณ์ประจำเรือ ค่าซ่อมบำรุง ค่าฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานจริง ที่ต้องขออนุมัติมหาศาล ตัวอย่างเรือรบหลวงจักรีนฤเบศรที่จอดอยู่นานราว 20 ปี

ขณะนี้คือภาระอันหนักอึ้งของทร. ที่แทบจะไม่มีโอกาสได้ใช้งาน หรืออากาศยานของทร.ที่ซื้อมาไว้เพื่อปราบเรือดำน้ำ ที่ซุบซิบกันว่านำไปใช้เป็นเครื่องบินประจำให้ผู้บังคับบัญชาใช้เดินทางเป็นส่วนใหญ่ หรือจรวดอาวุธนำวิถีที่ซื้อมาเก็บไว้ราคานับร้อยล้านบาท ก็กำลังเสื่อมสภาพ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ล้วนมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น การตัดสินใจของทร.ถือเป็นความหวังของประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน