ก้าวไกลแฉยิบ
พท.ขู่เช็กบิลตู่
เพื่อไทยเรียกร้องทหาร หยุดเอาเปรียบประชาชน หลังขอวัคซีนโมเดอร์นาให้ตัวเอง จวก ‘บิ๊กตู่’ เป็น ผู้นำไร้ความรับผิดชอบ จ้องไล่จับคนเห็นต่าง ชี้สถานการณ์กลับเป็นปกติเมื่อไร โดนประชาชนรุมเช็กบิลแน่ ด้านก้าวไกลซุ่มเก็บข้อมูลงบกองทัพ เตรียมไว้ซักฟอก ‘พิจารณ์’ มั่นใจงบเหล่าทัพยังปรับลดได้อีก ข้องใจรายการจัดซื้อชุดแต่งกายของทหารเกณฑ์ของทบ. ล่องหนหาไม่เจอ สงสัยเลิกซื้อแล้ว ‘ชินวรณ์’ โวลั่นแก้รธน.เสร็จทันสมัยประชุมนี้ ชี้หากแก้ระบบเลือกตั้งได้ ช่วยเปลี่ยนบริบททางการเมือง ไม่กลับสู่วังวนเดิม
พท.ซัดทหารหยุดเอาเปรียบ
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีมีเอกสารขอโควตาวัคซีนโมเดอร์นาให้กับทหารและครอบครัวกรมสารบรรณทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ว่า ถือเป็นอีกครั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งกินเงินเดือนจากภาษี แต่กลับซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชน เบียดบังโควตาวัคซีนจากกลุ่มเสี่ยงและบุคลากรทางการแพทย์ จึงขอให้กองทัพหยุดเอาเปรียบประชาชนที่อ่อนแอ หยุดชุบมือเปิบ ประชาชนไม่ใช่เหยื่อของความ ล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาลอีกแล้ว
ส่วนที่ประชาชนวิจารณ์รัฐบาลบริหารจัดการโควิดล้มเหลว ถือเป็นการติชมโดยสุจริต มีข้อเท็จจริงทางการแพทย์รองรับ จึงอยากให้ผู้ที่แจ้งความเอาผิด มุ่งไปทำประโยชน์ให้ประเทศในภาวะวิกฤตมากกว่าจ้องจับผิดคนที่เห็นต่าง หรือแนะนำรัฐบาลเพื่อต้องการให้ปัญหาได้รับการแก้ไข
เตือน‘บิ๊กตู่’เจอเช็กบิลแน่
โฆษก พท. กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. หยุดมองทุกปัญหาว่าเป็นสงคราม หยุดหมกมุ่นกับคำว่าชัยชนะ หยุดมองว่าการเสียชีวิตของประชาชนจากการบริหารจัดการล้มเหลว เป็นเหมือนสิ่งที่จำเป็นต้องแลกมาในสนามรบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือโรคระบาดที่ต้องใช้ความสามารถและความชาญฉลาดในสถานการณ์วิกฤตเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีชีวิตรอดได้
“ผู้ป่วยโควิดนั่งรอขอเตียงหน้าทำเนียบรัฐบาล คนตายข้างถนนเหมือนผักปลา คนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้น ทั้งหมดคือความตั้งใจที่จะ แช่แข็งประเทศให้ตายไปพร้อมกับผู้มีอำนาจหรือไม่ เมื่อประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คนที่ยืนอยู่บนซากปรักหักพัง จะต้องถูก ประชาชนเช็กบิล” น.ส.อรุณีกล่าว
จวกเป็นผู้นำไร้ความรับผิดชอบ
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พท. กล่าวถึงนพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ออกมาขอโทษประชาชนที่จัดหาวัคซีนไม่ทันกับสถานการณ์ พร้อมแจ้งว่า ไทยอยู่ระหว่างเข้าร่วมโคแวกซ์ว่า อย่างน้อยขอขอบคุณที่ผอ.กล้าหาญ ออกรับหน้าแทน ผู้บริหารประเทศ ทั้งเรื่องการจัดหาวัคซีน และการเข้าร่วมโคแวกซ์ ตัดกลับมาที่ข่าวในวันรุ่งขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาชม ผอ. สถาบันวัคซีนฯ ที่ออกมาขอโทษประชาชน
“ผมเห็น 2 ข่าวแล้ว งงมาก อะไรมาบังตาให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าอะไรเป็นงานนโยบายในความรับผิดชอบของตนเอง อะไรเป็นงานรูทีนของฝ่ายประจำ เศร้าที่เราคนไทยฝากชีวิตไว้กับผู้บริหารประเทศที่ลอยตัว ไม่กล้าหาญ ขาดสำนึกความรับผิดชอบ แล้วเราจะไว้วางใจอะไรได้อีก แม้แต่งานพื้นฐานง่ายๆ ยังไม่เข้าใจ แล้วงานที่ต้องใช้ความละเอียด รอบคอบ ลึกซึ้ง จะไว้วางใจอะไรได้ คงเป็นบั้นปลายสุดท้ายแล้ว ใครอุ้มของเน่าก็เน่าไปด้วยกันก็แล้วกัน” นายชวลิตกล่าว
ปลุกผู้บริหารสธ.ทวงคืนศักดิ์ศรี
นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยระบุว่า จากการระบาดหนักของโควิดในแต่ละวันที่ผู้ติดเชื้อทะลุหมื่น ตายเพิ่ม ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส สาเหตุหลักเพราะเลือกวัคซีนคุณภาพต่ำ จำนวนที่ได้รับมาก็น้อยและช้ากว่าที่กำหนดไว้ ทำให้ประชาชนตกอยู่ในอันตราย ป่วยหนักจำนวนมาก เข้ารับการรักษาไม่ได้เพราะเตียงเต็ม จนถูกสังคมวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าบริหารผิดพลาดล้มเหลว ไม่โปร่งใส ซึ่งในอดีตกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประสบความสำเร็จในทุกการระบาดของโรค เพราะผู้บริหารที่ผ่านมาทุกคนยืนหยัดเคียงข้างประชาชน
“จึงอยากให้ผู้บริหารของกระทรวง ซึ่งเป็นส่วนน้อยที่มีบทบาทสำคัญ แต่ไปสยบยอมต่อผู้มีอำนาจ ให้รีบปรับตัวและเปลี่ยนจุดยืนต่อสู้เพื่อประชาชนเพราะเพียงขอโทษย่อมไม่พอ ขณะที่บุคลากรของกระทรวงหลายแสนคนกำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อสู้กับโรคระบาดอย่างสุดกำลัง และขอให้ผู้บริหารของสธ.ในยุคนี้ อย่าทำให้พี่ๆ ต้องขายหน้า จึงขอให้ทุกคนในสธ. ลุกขึ้นสู้ทวงคืนศักดิ์ศรี ชื่อเสียงและความสง่างามของสธ.กลับมาโดยเร็ว” นพ.เรวัตระบุ
ก้าวไกลชี้งบกองทัพต้องลดได้อีก
นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์และไอซีที ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 เปิดเผยว่า ขณะนี้อนุกมธ.พิจารณาเกือบเสร็จแล้ว เหลือเพียงงบของกองทัพเรือ ทั้งนี้ ภาพรวมการปรับลดของอนุกมธ. ขณะนี้ปรับลดแล้ว 1,630 ล้านบาท โดยเห็นว่างบจัดซื้อครุภัณฑ์ของกระทรวงกลาโหม สามารถปรับลดลงได้อีก เนื่องจากยังมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่ราคาสูงเกินจริง
นายพิจารณ์กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับรายการจัดซื้อครุภัณฑ์ ยังไม่มีเวลาตรวจสอบที่เพียงพอเนื่องจากมีเวลาสั้น เพราะหน่วยงานนำเอกสารให้กมธ.พิจารณาล่าช้า อีกทั้งตั้งข้อสังเกตว่ากมธ.พยายามรวบรัดการพิจารณางบ โดยตัดลดงบและผ่านความเห็นชอบไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งการตัดลดงบของกองทัพบก 1,100 ล้านบาท เห็นว่ายังมีรายการที่ตัดได้อีก เช่น การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ปี 65 อย่างเฮลิคอป เตอร์ ที่ของบ 700 ล้านบาท หัวลากรถ รวมแล้วเกือบ 881 ล้านบาท หากกมธ.อนุมัติเห็นชอบ จะทำให้ต้องจ่ายงบผูกพันในปีถัดไปอีก 1,700 ล้านบาท ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่กว่าปีนี้
เล็งรวบรวมข้อมูลใช้ซักฟอก
นายพิจารณ์กล่าวอีกว่า สำหรับงบของกองทัพอากาศ ที่มีการปรับลดไป 510 ล้านบาท โดยการจัดซื้อปีนี้ไม่มีการซื้อยุทโธปกรณ์ใหญ่ แต่เป็นงบผูกพันต่อเนื่องตั้งแต่ปี 62 ส่วนปี 64 ยังไม่มีการก่อหนี้ผูกพัน เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยังไม่สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ เช่น โครงการพัฒนาระบบสื่อสาร ที่มีการแก้ไขรายละเอียดในทีโออาร์ ซึ่งงบในส่วนนี้ ตนเห็นว่าสามารถเลื่อนออกไปก่อน ทั้งนี้ รายละเอียดข้อสังเกตในการพิจารณางบครั้งนี้ จะรวบรวมนำไปอภิปรายในวาระที่ 2 และการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อแฉให้เห็นว่า ยังมีโครงการอะไรที่สามารถปรับลดได้อีก เพราะไม่จำเป็นในสถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้
ข้องใจชุดทหารเกณฑ์ทบ.ล่องหน
นายพิจารณ์กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่าการตั้งงบของ บก.ทท. ในการปรับปรุงระบบเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ชี้แจงรายละเอียดไม่ครบถ้วน เมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน และยังเห็นว่ามีการจ้างที่ปรึกษาในวงเงินที่สูงกว่าหลักเกณฑ์ ท้ายที่สุดหน่วยงานอ้างเรื่องความมั่นคง และเรียกเก็บเอกสารคืน
“รอบนี้เป็นเรื่องตลก เพราะรายการจัดซื้อของกองทัพบก ชุดแต่งกายของทหารเกณฑ์ไม่ปรากฏในเอกสารรายการจัดซื้อครุภัณฑ์ ยังหาไม่เจอว่าซ่อนอยู่ที่ไหนหรือว่าเลิกซื้อแล้ว” นายพิจารณ์กล่าว
กมธ.แก้รธน.นัดถกระบบเลือกตั้ง
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานกมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่… (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้กมธ.งดประชุมไปตามดำริของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่สั่งงดประชุมตามคำสั่งของ ศบค. โดยกมธ.จะกลับมาประชุมอีกครั้งในวันที่ 4 และ 6 ส.ค.นี้ คาดว่าจะพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้มีส.ส. และกมธ.ผู้แปรญัตติได้เสนอคำแปรญัตติไว้แล้ว โดยเลขานุการ กมธ.ได้รวบรวมคำแปรญัตติต่างๆ ให้กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานกมธ.เรียบร้อยแล้ว
ปชป.มั่นใจเสร็จทันสมัยประชุมนี้
นายชินวรณ์กล่าวว่า หากกมธ.ประชุมในครั้งที่ 2 หรือครั้งที่ 3 เสร็จ ตนคาดว่าจะเชิญผู้แปรญัตติมาเสนอความเห็นในชั้นแปรญัตติหรือสงวนความเห็นได้ จึงเชื่อว่าประชุม ไม่เกิน 4 ครั้งน่าจะได้ข้อยุติ สรุปความเห็นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภา หลังประชุมพิจารณางบประมาณในวาระที่ 3 ได้เลย จึงมั่นใจว่าจะทันในสมัยประชุมนี้
เมื่อถามย้ำว่าจะทันในสมัยประชุมนี้ ใช่หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ปชป.เป็น ผู้เสนอร่างนี้ จึงมั่นใจและอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ หากเราสามารถเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งได้ เท่ากับ เราได้เปลี่ยนบริบททางการเมือง จะทำให้การเมืองไม่วนไปสู่จุดเดิม เพราะหากการเมืองวนไปสู่จุดเดิม จะยิ่งมีปัญหามากขึ้น