บิ๊กตู่-หนู-ศักดิ์สยาม-สุชาติ
เฉลิมชัย-ชัยวุฒิโดนด้วย
‘ธรรมนัส’หลุดโผนาทีท้าย
ก้าวไกลโวมีหมัดน็อกรบ.
ฝ่ายค้านเคาะแล้ว ยื่นซักฟอก 6 รมต. จัดหนัก ‘บิ๊กตู่-เสี่ยหนู-เฮ้ง’ แก้โควิดล้มเหลว ‘ศักดิ์สยาม’เจอทั้งที่ดินเขากระโดง-รถไฟทางคู่ ‘เฉลิมชัย’ โดนเรื่องราคาพืชผลตกต่ำ ขณะที่ ‘ชัยวุฒิ’ กรณีเอาผิดดาราคอลเอาต์ ‘ธรรมนัส’ หลุดโผนาทีท้าย ด้านก้าวไกล ลั่นมีเซอร์ไพรส์ หมัดเดียวสอยรัฐบาลร่วง ปัดเผยตัวขุนพล เกรงข้อสอบรั่ว-ส.ส.ถูกล็อบบี้ ‘อู๊ดด้า’ ยันปชป.ไม่จำเป็นต้องตั้งวอร์รูม มั่นใจพรรคร่วมเสียงไม่แตก ‘สุทิน’ ย้ำจุดยืนเพื่อไทย ทวงคืนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เปิดทางประชาชนได้เลือกทั้งคนและพรรค
อู๊ดด้ามั่นใจพรรคร่วมไม่แตกแถว
เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ชุมชนวัดพิชัย เสรีไทยซอย 2 เขตบึงกุ่ม กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรวม 5 คน มีชื่อนายจุรินทร์และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการ ปชป. เรื่องปัญหาการส่งออก และสินค้าการเกษตรตกต่ำว่า ยังไม่ทราบว่าสุดท้ายจะมีรัฐมนตรีคนใดถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง แต่ถ้ามีชื่อตนหรือนายเฉลิมชัย ถูกอภิปรายจริง ก็ถือเป็นโอกาสดีจะได้แถลงผลงานที่เราได้ทำมา เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม ปชป.คงไม่ต้องตั้งวอร์รูมเพื่อรับมือการอภิปราย เพราะตนและนายเฉลิมชัยทำงานมาต่อเนื่องตลอด และลงไปทำทุกเรื่องกับมือ
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมั่นใจว่ามีใบเสร็จที่จะทำให้พรรคร่วมโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องถามฝ่ายค้านว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง ขอย้ำว่ายังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเกิดการโหวตไม่ไว้วางใจภายในพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นนั้น ปชป.มีจุดยืนชัดเจนคือ ยึดวิถีประชาธิปไตยที่ใช้หลักเหตุผล รับฟังเสียงกันและกัน ดังนั้น ไม่ว่าฝ่ายไหนควรหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เพราะเป็นเรื่องนอกวิถีประชาธิปไตย
ก.ก.ลั่นมีเซอร์ไพรส์ศึกซักฟอก
ที่พรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ประเด็นการอภิปรายจะสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แต่ขอให้อดใจรออีกนิด เพราะวันที่ 16 ส.ค.นี้ จะมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อยู่แล้ว จึงขอให้ติดตามว่าจะมีนายกฯ และรัฐมนตรีคนใดบ้างที่ถูกอภิปราย รวมถึงพรรคได้เตรียมขุนพลอภิปรายไว้กี่คน จะมีการเปิดเผยในภายหลัง เพื่อไม่ให้เป็นการแจกข้อสอบล่วงหน้า หรือเตรียมตัววิ่งล็อบบี้ตัวผู้อภิปราย ทั้งนี้ พรรคมีประเด็นเซอร์ไพรส์ประชาชนแน่นอน รอบนี้จะมีหมัดเด็ดที่เตรียมไว้ ทั้งจะน็อกคนที่ถูกอภิปราย รวมถึงให้ประชาชนเฝ้าจับตาหมัดฮุกหมัดเด็ด
โวยหมัดเดียวสอยรัฐบาลร่วงแน่
ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า รอบนี้หมัดเดียวร่วงแน่นอน เพราะไม่มีเวลาให้รัฐบาลชุดนี้พิสูจน์อะไรอีกแล้ว การบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้ มั่นใจว่าการอภิปรายของพรรคก้าวไกลครั้งนี้ จะเป็นหมัดเดียวที่เอาให้รัฐบาลชุดนี้ร่วงคาเวทีกลางสภา และครั้งนี้จะนำเอาข้อมูลที่ผ่านการทำงานมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนมาถึงพรรคก้าวไกล
“ครั้งนี้จัดเตรียมขุนพลแต่ละประเด็น ทั้งที่ประชาชนได้ส่งข้อมูลมาเอง รวมถึงหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานที่ส่งข้อมูลมาเตรียมพร้อมเข้าสู่สภา แต่กระบวนการและธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคก้าวไกล จะไม่เปิดเผยตัวบุคคลผู้อภิปรายและเนื้อหาก่อนแน่นอน เพื่อไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล ขอประชาชนคอยติดตามและคอยลุ้นว่าข้อมูลของพรรคแต่ละครั้ง เป็นข้อมูลเชิงลึก และจะทำให้กระบวนการนอกสภา ไม่ว่าศาลหรือองค์กรอิสระรับลูกและทำงานต่อแน่นอน” นายณัฐชากล่าว
ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย16ส.ค.นี้
ที่ จ.นครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พท.จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เพราะฝ่ายค้านเห็นว่าการทำงานของรัฐบาลสอบตก การแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 เชื่องช้ามาก ไม่ทันกับเหตุการณ์ ตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ทำสถิติพุ่งสูงขึ้นตลอดเวลา ส่วนการจัดหาวัคซีนก็เป็นไปอย่างล่าช้า ปริมาณที่ได้ก็ไม่ทันต่อการติดเชื้อ
โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา ซึ่งระบาดได้เร็วมาก วันนี้เราต้องหาวัคซีนที่มีคุณภาพป้องกันสายพันธุ์ เดลตามาให้ได้มากที่สุด เช่น วัคซีนแบบ MRNA แต่รัฐบาลมุ่งหาแต่วัคซีนซิโนแวค ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าวัคซีนซิโนแวคไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งหาวัคซีนประเภท MRNA มาฉีดให้ประชาชนโดยเร็ว เช่น ไฟเซอร์ และโมเดอร์นา
เคาะ6ชื่อรมต.ถูกจับขึ้นเขียง
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ระบุจะมีการประชุมผ่านระบบซูมเป็นครั้งสุดท้ายในวันนี้ เพื่อสรุปจำนวนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายนั้น ปรากฏว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีการประชุมผ่านระบบซูม แต่ใช้วิธีโทรศัพท์พูดคุยประสานกันภายในเป็นรายพรรค
โดยให้แต่ละพรรคเสนอชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปรายมา เมื่อตกลงพิจารณารายละเอียดเป็นที่ยุติแล้ว จึงส่งให้พรรคเพื่อไทย นำไปรวบรวมเขียนเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รายชื่อที่ถูกเสนอมาให้ปกปิดเป็นความลับ แต่ละพรรคจะรู้ข้อมูลเฉพาะพรรคของตัวเอง ไม่มีพรรคใดรู้ข้อมูลอภิปรายของพรรคอื่น เพื่อป้องกันข้อมูลอภิปรายรั่วไหล
โดยมีรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายทั้งหมด 6 คน คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม 2.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ที่จะถูกอภิปรายเรื่องความล้มเหลวการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 และการบริหารวัคซีนผิดพลาด
‘ชัยวุฒิ’โดนด้วยปมเอาผิดดารา
3.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กรณีการประมูลรถไฟทางคู่สายอีสานและ สายเหนือที่มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการเสนอประมูลต่ำราคากลางเพียงเล็กน้อย และปัญหาด้านจริยธรรม กรณีถูกกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดเชื้อโควิดระลอกสาม 4.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์
กรณีปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร 5.นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรณีปัญหาการเยียวยาช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 และปัญหาปิดแคมป์คนงาน ทำให้แรงงานรีบหนีออกจากพื้นที่ จนเชื้อโควิดแพร่กระจาย และ 6.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรณีเอาผิดศิลปินดาราที่ออกมาคอลเอาต์รัฐบาล
ขณะที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ซึ่งเดิมมีชื่ออาจจะถูกอภิปรายในรอบนี้ด้วยนั้น ปรากฎว่าไม่มีชื่อถูกอภิปรายแต่อย่างใด
เพื่อไทยย้ำจุดยืนแก้รธน.
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้า พท. กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พท.ยืนยันหลักการระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทุกคนยอมรับว่าเป็นฉบับประชาชนและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด รวมทั้งการกำหนดสัดส่วน ส.ส. ให้มีส.ส.เขต 400 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
ที่ผ่านมาพท.ยืนยันหลักนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เป็น 400 คน 400 เขต จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส.จากทุกพรรคมีโอกาสในสนามเลือกตั้งเท่าเทียมกัน ไม่เสียเปรียบพรรคใหญ่และมีโอกาสชนะเลือกตั้งได้
โต้ได้ประโยชน์บัตรเลือกตั้ง2ใบ
นอกจากนี้การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการแบ่ง ส.ส.เป็น 2 ประเภทจากบัตรเลือกตั้งใบเดียว ประชาชนจึงถูกบีบให้ต้องเลือก เช่น ถ้าเขาชอบตนแต่ไม่ชอบพรรคที่สังกัด หรืออาจชอบพรรคมากกว่าตัวผู้สมัคร ประชาชนต้องกล้ำกลืนฝืนใจเลือก เพราะระบบบีบบังคับให้ต้องเลือกทั้งคนและพรรคพร้อมกัน ซึ่งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ถ้าเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ประชาชนก็ไม่ถูกกดดันและสื่อถึงความต้องการของประชาชนที่แท้จริง
นายสุทินกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา พท.ถูกโจมตีว่าต้องการระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะตัวเองได้ประโยชน์ เพื่อชนะการเลือกตั้งนั้น ต้องบอกว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ว่าบัตรใบเดียวหรือสองใบ พท.ก็ชนะเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ และการเลือกตั้ง 2562 พท.ก็ชนะการเลือกตั้งเหนือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
แม้จะส่งผู้สมัครส.ส. แค่ 250 เขตจาก 350 เขต มั่นใจว่าหากพรรคส่ง ผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต จะชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย วันนี้ต้องมองร่วมกันว่า ถ้าระบบเลือกตั้งเป็นระบบที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นธรรมแล้ว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในกติกาที่เสมอภาคและทุกคนยอมรับ เราจะไม่เสียใจ สำหรับพท.จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญเท่ากับความศรัทธาที่ประชาชนมีให้