คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

แม้การล้อมวงปาร์ตี้หมูกระทะของ 4 เจ้าอาวาสกับ 3 พระลูกวัดที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเพียงอาบัติปาจิตตีย์ ซึ่งเป็นความผิดเล็กน้อยในทางสงฆ์สามารถปลงอาบัติ ได้ ส่วนทางโลกความผิดดังกล่าวเรียกว่า “โลกวัชชะ” สังคมติเตียน ซึ่งก็ไม่ต้องถึงขั้นต้องสึกจากผ้าเหลือง

แต่เพราะกระแสความเกรี้ยวกราดที่โถมเข้าใส่คณะสงฆ์เชียงใหม่ การตัดสินใจลาสิขาบท ของพระทั้ง 7 รูป จึงเป็นดั่งน้ำที่สาดดับเชื้อไฟได้ทันก่อนที่จะลุกลามเป็นไฟกองใหญ่

เรื่องราวสะเทือนวงการสงฆ์เชียงใหม่ ครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2564 โดย พ.ต.อ.รณชัย ลอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงค ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึก วันที่ 29 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ภูพิงค์ ได้รับการร้องเรียนว่ามีคณะสงฆ์ในวัดปันเสา วัดดังแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ตั้งอยู่บริเวณคูเมืองเชียงใหม่ ล้อมวงกันดื่มเหล้า เบียร์ กินหมูกระทะ พูดคุยกันอย่างสนุกสนานกลางดึก ไม่สำรวมตามวินัยสงฆ์

หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่วัด เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบคณะสงฆ์กำลังนั่งล้อมวงดื่มเหล้าเบียร์ และกินหมูกระทะกันสนทนาอย่างมีความสุข พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกคนต่างแสดงอาการสำรวม และยอมรับว่าดื่มเหล้าและเบียร์กันจริง โดยมีเจ้าอาวาสวัดเป็นผู้นำดื่ม ทั้งเหล้า เบียร์กระป๋องและกับแกล้มเพียบ มีพระสงฆ์ 7 รูป และฆราวาส 1 คนร่วมวง เมื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์พบพระมีแอลกอฮอล์ จำนวน 3 รูป ฆราวาส 1 คน

จากการตรวจสอบพบเป็นพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสถึง 4 รูป ประกอบด้วย พระครูปลัดสุรเดช สายแผ่เยือง อายุ 34 ปี เจ้าอาวาสวัดยางกวง ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่, พระครูมนูญธรรมศาสถ์พุทธกร วิมุติญาณกุง อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่, พระอธิษฐณัฏฐ์ ปัญญาอินแก้ว อายุ 34 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านปิง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ และพระภานุกร คำป็อก อายุ 42 ปี เจ้าอาวาสวัดปันเสา เจ้าของสถานที่ ขณะที่พระลูกวัดอีก 3 รูป ประกอบด้วย พระใบฎีกายนนนท์ ปัญญาปโตยานนท์ประทุม อายุ 35 ปี, พระทักษิณ ศรีธิ อายุ 36 ปี และพระสหการ สมศักดิ์ อายุ 25 ปี

ตํารวจสอบสวนพระสงฆ์ทั้งหมดอ้างว่าเป็นความผิดแค่ “ปาจิตตีย์” (อาบัติเบา ลหุโทษ) และไม่ยอมสึก จึงได้นิมนต์พระ และฆราวาสทั้งหมดมายังโรงพักในช่วงเวลา 08.00 น. เพื่อลงบันทึกประจำวัน และได้พาเข้าห้องประชุมชั้น 3 เพื่อแจ้งข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.การควบคุมโรค มั่วสุมสุ่มเสี่ยงต่อการระบาดของโรค ตามข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 16) และพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 มาตรา 31

ด้าน นางจุรีรัตน์ ใจแข็ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีนี้มีการดำเนินการ 2 ส่วน ได้แก่ ทางกฎหมาย ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.ควบคุมโรค และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการมั่วสุมดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ส่วนทางคณะสงฆ์ทางพระปกครองจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนสรุปความผิดและลงโทษต่อไป แต่เบื้องต้นทางคณะสงฆ์ได้สั่งการพระสงฆ์ ที่เป็นระดับเจ้าอาวาส ให้พักการทำหน้าที่แล้ว เนื่องจากกรณีนี้กระทบกระเทือนและทำร้ายความรู้สึกของชาวพุทธเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.พิเชษฐ์ จีระนันตสินธ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังการจับกุมกลุ่มพระสงฆ์ดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้นำเรื่องปรึกษากับ พระราชรัชมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ความว่า ความผิด ที่เกิดขึ้นไม่เข้าข่ายอาบัติปาราชิก 4 จึงไม่เข้าขั้นต้องลาสิกขาตามธรรม วินัย ขณะที่พระสงฆ์ทั้งหมดไม่สมัครใจลาสิกขา ทำให้บังคับไม่ได้

พนักงานสอบสวนควบคุมตัวพระสงฆ์และฆราวาสส่งฟ้องศาลแขวงเชียงใหม่ โดยศาลพิจารณาลงโทษจำคุก 15 วัน ในข้อหาผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และปรับคนละ 1,000 บาท แต่โทษจำคุก ให้รอลงอาญา 1 ปี โดยจำเลยที่ 1-4 ถูกลงโทษ ข้อหามั่วสุมดื่มสุราในศาสนสถานด้วย ให้ปรับเพิ่มคนละ 2,500 บาท ซึ่งหลังจากชำระค่าปรับแล้ว ทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวทันที

หลังเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ ก็มีกระแสความไม่พอใจของประชาชน ถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นข่าวประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอยู่บ่อยครั้ง

วันรุ่งขึ้น ที่วัดสวนดอก พระอารามหลวง พระราชรัชมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พระสงฆ์ทั้งหมดได้สมัครใจ ลาสิกขาบทด้วยตัวเองแล้ว โดยทยอยเข้าลาสิกขาบทกับพระครูสถาพรธรรมปโชติ เจ้าคณะตำบลช้างคลานเขต 1 ที่วัดอุปคุต ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมกับได้ทำหนังสือแจ้งลาสิกขาสละสมณเพศให้กับทางพระเทพปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ได้ทราบแล้ว การลาสิกขาบทของพระทั้งหมดเป็นไปด้วยความสมัครใจไม่ได้มีการบังคับหรือกดดัน หลังจากนี้ไปในทางส่งถือว่ายุติลงทั้งหมดเพราะถือว่าขาดจากความเป็นพระแล้ว และทางเจ้าคณะตำบลช้างคลานเขตหนึ่งได้มีการตั้ง เจ้าอาวาสรูปใหม่เข้าไปรับตำแหน่งแทนแล้ว หลังจากนี้จะมีการประชุม เพื่อกำชับพระในปกครองเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก เพราะถือเป็นพฤติกรรมที่สร้างความมัวหมองให้กับพุทธศาสนา

สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน ฉันใดก็ฉันนั้น

กฤษณะ เชิญธงไชย – เรื่อง/ภาพ

จับคาวงปาร์ตี้

คุมตัวแจ้งข้อหา

ส่งฟ้องศาล

ทั้ง 7 ตัดสินใจสึก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน