การเมือง ระทึก – ยังไม่ทันที่ควันความของ 45 ปี 6 ตุลาจะ ผ่านพ้น 48 ปี 14 ตุลาก็มาเยือน
ถามว่า “ควันหลง” จากงานรำลึก 6 ตุลาคม 2519 ปรากฏผ่านเรื่องราวใด “คฝ.” ที่ได้รับมอบหมายให้สแกนพื้นที่ของแฟลตดินแดงตอบได้ดีที่สุด
ยิ่งเมื่อพบภาพเด็กชายวัย 11 มาพร้อมกับ “คุณตา”
ขณะเดียวกัน เมื่อขบวนการ “เปลือย” ของ “ผู้หญิงปลดแอก” และพันธมิตรเคลื่อนขบวนออกจากสีลมซอย 2 มายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน
เสียงพลุก็ดังสนั่นหวั่นไหวที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
เหมือนกับรากฐานของ 14 ตุลา 2516 จะแตกต่างไปจากรากฐานของ 6 ตุลา 2519
แต่หากมองผ่านกระบวนการของการยึดโยงและสัมพันธ์ในแบบของ “อิทัปปัจจยตา” บน พื้นฐานแห่งบทสรุป เมื่อมีสิ่งนี้ จึงเกิดสิ่งนี้
ระหว่าง 14 ตุลา 2516 กับ 6 ตุลา 2519 จึงเป็นพี่น้อง
เพียงแต่สถานการณ์ก่อนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 กับก่อนรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ได้แบ่งสันปันส่วนกันไปโดยปริยาย
ทำให้ “สายตา” ที่ทอดมองมีความห่างเหินใน บางส่วน บางคน
กระนั้น เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ในยุค พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จินตนาการเก่าก็บังเกิด
เป็นจินตนาการเก่าเมื่อเผชิญหน้ากับ จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นจินตนาการเก่าเมื่อเผชิญหน้ากับ พล.อ.สุจินดา คราประยูร
เพียงแต่เปลี่ยนมาเป็น “กลุ่ม 3 ป.” แห่ง “บูรพาพยัคฆ์” เท่านั้น
หากมองการเคลื่อนไหวผ่าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อาจยังไม่ชัดเท่าใด แต่หากมองการเคลื่อนไหวผ่าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ จะเห็นได้เด่นชัด
เด่นชัดถึงภาพแห่งการเกิดขึ้นของ “ไทยไม่ทน” ในทางการเมือง
จึงไม่ว่า 45 ปี 6 ตุลา จึงไม่ว่า 48 ปี 14 ตุลา จึงแทบมิได้แตกต่างกันในเป้าหมาย
เพราะภาพและการดำรงอยู่นับแต่หลังรัฐ ประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นเด่นชัดยิ่งกว่าภาพยนตร์ “จอกว้าง”
การรำลึก 48 ปี 14 ตุลา จึงกลายเป็นความระทึกอย่างยิ่ง