คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
เอกภาพ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา แนวโน้ม เลือกตั้ง
ทำไมความเชื่อที่ว่าอาจมีการเลือกตั้งภายในปี 2565 จึงกลายเป็น”บทสรุป”ทางการเมือง
ไม่ว่าจะมาจากความเชื่อจากปากของ โทนี่ วู้ดซั่ม ผ่านช่องทาง”คลับเฮาส์” ไม่ว่าจะมาจากความเชื่อของ “โหร ส.ว.”ถึงกับออกมาฟันธงด้วยความมั่นใจ
คนแรกมาจากความจัดเจนการเมือง คนหลังมาจากวิถีแห่งดวงดาว
กระนั้น เมื่อสัมผัสเข้ากับรูปธรรมและความเป็นจริงอันปรากฏผ่านบรรยากาศในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ทุกคนก็เริ่มอ่านออกได้ลางๆ
นั่นก็คือ สัญญาณอันมาจาก”สภาล่ม”
คำว่า “สภาล่ม”เหมือนกับจะเป็นความรับผิดชอบร่วมของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด
ในทางหลักการทั่วไปอาจประเมินได้เช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงที่ระบบรัฐสภาดำรงอยู่โดยกระบวนการของ “เสียงข้างมาก” และ “เสียงข้างน้อย”
ความรับผิดชอบจะอยู่ที่”รัฐบาล”อย่างเป็นด้านหลัก
เป็นรัฐบาลอันประกอบส่วนขึ้นจากพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคขนาดเล็กอีก 10 กว่าพรรค
มิได้เป็นของพรรคเพื่อไทย มิได้เป็นของพรรคก้าวไกล
ปัจจัยอันก่อให้เกิดสภาวะ “สภาล่ม” จึงมาจากรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายที่กุม”เสียงข้างมาก”
โดยธรรมชาติของ “ฝ่ายค้าน” ต้องการเห็น “สภาล่ม” เกิดขึ้นอยู่แล้วเพราะสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพและประสิทธิภาพภายในของรัฐบาล
ความขัดแย้งนับแต่กรณี 4 กันยายนจึงเป็น”รูปธรรม”สำคัญ
เป็นความขัดแย้งอันนำไปสู่การปลดรัฐมนตรีในวันที่ 8 กันยายน และกลายเป็นความไม่พอใจที่ดำรงอยู่ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ”บางคน”ในพรรคพลังประชารัฐ
ตรงนี้ต่างหากที่เป็นปัจจัย”ล่อแหลม”และ”แหลมคม”
ตราบใดที่ความขัดแย้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับบางคนในพลังประชารัฐยังดำรงอยู่
ตราบนั้น ความรู้สึกหวาดเสียวในทางการเมืองอันจะนำไปสู่สภาวะ”สภาล่ม”หรือเหตุอื่นใดในทางการเมืองก็ยังดำรงอยู่และมากด้วยความเข้มข้น
นี่คือความไม่มี”เอกภาพ” นี่คือการไม่มี”เสถียรภาพ”ในทางการเมือง