ย้ำต้องปฏิรูปกองทัพบิ๊กป้อมเซ็นตั้ง‘สันติ’เลขาฯพปชร.คนใหม่ตู่จี้ส่งแรงงานไปซาอุ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ‘รมต.สุชาติ’ เดินหน้า ส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ ขีดเส้นเห็นผลใน 2 เดือน ‘บิ๊กป้อม’ เซ็นตั้ง ‘สันติ พร้อมพัฒน์’ นั่งเลขาฯ พปชร. คนใหม่แทน ‘ธรรมนัส’ ‘เสี่ยแฮงค์’ โต้เพื่อไทย ได้กลิ่นรัฐประหาร ‘เดชอิศม์’ เผย ‘อนุกูล พฤกษานุศักดิ์’ หวนคืน ปชป. หลังสอบตกเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา ในนามพลังประชารัฐ โค้งสุดท้ายเขตหลักสี่เข้ม ก้าวไกลบุกค่ายทหาร ชูธงปฏิรูปกองทัพ ‘สิระ’ ร้องกกต.เอาผิด ‘สุรชาติ’ โฆษณาชวนเชื่อ ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย พปชร.-เพื่อไทย จัดทัพใหญ่ปราศรัยวันนี้

‘บิ๊กตู่’โล่งตรวจโควิดเป็นลบ
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยังคงปฏิบัติงาน จากบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ตามมาตรการสาธารณสุขในการป้องกันโควิด-19 หลังกลับจากการเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ ซึ่งจากการตรวจ RT-PCR รอบแรกผลตรวจนายกฯ และคณะไม่ติดเชื้อ และจะตรวจ คัดกรองเชื้ออีกครั้งวันที่ 30 ม.ค. ระหว่างนี้นายกฯ จะยังคงปฏิบัติงานภายในบ้านพัก และมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 31 ม.ค.

วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดเป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 1/2565 จากบ้านพักผ่านระบบออนไลน์มายังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ แต่ระบบเชื่อมต่อออนไลน์ ยังไม่พร้อม จึงเลื่อนเป็นวันที่ 31 ม.ค.

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล มีเจ้าหน้าที่นำโคมจีน เต็งลั้งสีแดงมาประดับบริเวณประตูทางเข้า-ออก รอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 1 ก.พ. และเพื่อความเป็นสิริมงคล ประจำปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ 5 แล้ว ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีดำริให้ประดับเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ตามความเชื่อของคนจีนโคมจีนเต็งลั้ง ถือเป็นเครื่องชี้นำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มองเห็นบ้านที่ห้อยโคมก่อน ช่วยให้คนในบ้านนี้มีความสุข ความเจริญ ความร่ำรวย มีแสงสว่างโชติช่วงชัชวาล โคมนี้ จะประดับไปจนถึงเทศกาลวันตรุษจีน

สั่งเร่งส่งแรงงานไทยไปซาอุฯ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 25-26 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งจัดหาแรงงานไทย ที่มีศักยภาพเข้าร่วมทำงานในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งนอกจากนายกฯ ได้เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองฝ่าย ได้เห็นพ้องกับขั้นตอนดำเนินการเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี และการจัดตั้งกลไกการปรึกษาหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี เพื่อหารือความร่วมมือทวิภาคีในสาขายุทธศาสตร์ ที่สำคัญ

การเดินทางครั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ นายอะห์หมัด บิน สุไลมาน อัลรอยิฮี รมว.ทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาทางสังคม ซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะผลักดันความร่วมมือด้านแรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการต่างๆ ทั้งธุรกิจโรงแรม สุขภาพ ตลอดจน อุตสาหกรรมก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และสำนักงานแรงงานในกรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย จะเป็นผู้ประสานงานหลักร่วมกับฝ่ายซาอุดี อาระเบีย โดยจะดำเนินการตามข้อหารือ ต่อไป เพื่อพิจารณาแรงงานไทยเข้าทำงาน ตามความประสงค์ของซาอุดีอาระเบีย

ในปัจจุบันมีแรงงานไทยเข้าทำงานอยู่ในซาอุดีอาระเบีย 1,345 คน ส่วนใหญ่เป็นการแจ้งการเดินทางด้วยตนเอง นายจ้างพาไปทำงาน และระบบ Re-entry โดยมีตำแหน่ง ที่เข้าทำงานในหลายประเภท เช่น ช่างเชื่อม ช่างเทคนิค ช่างเครื่องยนต์ ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน ผู้ควบคุมเครื่องจักร คนงานผลิตผลิตภัณฑ์ทั่วไป คนงานควบคุมเครื่องจักร ผู้ช่วยกุ๊ก แม่บ้าน เป็นต้น

ขีดเส้นเห็นผลชัดเจนใน 2 เดือน
นายธนกรกล่าวว่า เรื่องความร่วมมือด้านแรงงานกับซาอุดีอาระเบียเป็นความท้าทาย ที่สำเร็จจากความพยายามของรัฐบาลในการปรับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ซาอุดีอาระเบีย เชื่อมั่นว่าจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ในด้านการ ยกระดับการพัฒนาฝีมือแรงงานไทย กระตุ้นให้บริษัทจัดหาแรงงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงแรงงานปรับปรุงการจัดหาแรงงานที่เป็นธรรม ไม่โก่งราคา คุ้มครองสิทธิแรงงาน และสวัสดิการ ให้สอดคล้องกับที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียต้องการ ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีการเดินทางแลกเปลี่ยน การเยือนระดับรัฐมนตรี บริษัทจัดหาแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านแรงงานระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียมากขึ้น เพื่อเร่งรัด การดำเนินการจนเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

“นายกฯ เน้นย้ำว่า การจัดหาแรงงานไทยนั้น ต้องทำทันที และต้องเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนภายใน 2 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เป็นแรงงานที่มีศักยภาพ มีความ พร้อมของไทย ซึ่งความสำเร็จจากการหารือร่วมกับซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็น ผลจากความตั้งใจและความพยายามในการดำเนินการของรัฐบาลไทยตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งเชื่อมั่นว่า หลังจากนี้ไป จะเกิดความร่วมมือในมิติอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อประเทศและประชาชน” นายธนกรกล่าว

‘รมว.เฮ้ง’ขานรับเดินหน้าเต็มสูบ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ ตนได้ประชุมทางไกลผ่านระบบวีดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ กับนางอรัญญา สกุลโกศล นายกสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ และมอบหมายให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะทำงานเฉพาะกิจ ประชุมหารือร่วมกับสมาคมฯ เกี่ยวกับรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และกระบวนการจัดส่ง แรงงานไทยที่มีฝีมือในสาขาบริการ โรงแรม สุขภาพ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อไปทำงานในซาอุดีอาระเบีย ภายใต้หลักการ รัฐจัดหา เอกชนจัดส่ง และในวันที่ 2 ก.พ. ปลัดกระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และเจ้าหน้าที่สมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ จะไปตรวจความพร้อมของสถานที่ทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ณ สถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ส่วนความคืบหน้าด้านความร่วมมือกับฝ่ายซาอุดีอาระเบีย นั้น ขณะนี้ได้ให้ที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด) เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือ ซึ่งล่าสุดได้จัดทำร่างเอ็มโอยูเสร็จแล้วและส่งร่างมาให้พิจารณาด้วยแล้ว คาดว่า จะสามารถลงนามในบันทึกข้อตกลงได้ภายใน 2 เดือนหรืออาจจะเร็วกว่านั้น

‘ชวน’เผยยังไม่เคาะวันซักฟอก
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการ อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า คงต้องดูว่าสะดวกวันไหนอีกทั้งรัฐบาลยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรมา เพราะสภาต้องเป็นผู้ประสานไป ขณะนี้มีเวลาเหลืออยู่ 4 สัปดาห์ วันสุดท้าย 28 ก.พ. ซึ่งจะมีเรื่อง เกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกส่วนญัตติการอภิปราย ทั่วไปตามมาตรา 152 นั้น ผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอ ไว้ว่าประมาณกลางก.พ. ยังไม่ได้กำหนดวัน เป็นเพียงความเห็นเท่านั้น

เมื่อถามว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำกฎหมาย ลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ หากยุบสภาหรือลาออกจะส่งผลอย่างไรหรือไม่เพราะมีการประกาศรัฐธรรมนูญไปแล้ว นายชวนกล่าวว่า “อย่าไปสมมติเลย เรื่องมันยังไม่เกิด” ส่วนกฎหมายพรรคการเมืองหากมีการสอบถาม ความคิดเห็นจบก็สามารถพิจารณาได้ แต่กรณีเป็นกฎหมายการเงินขณะนี้นายกฯ ยังไม่ให้ การรับรองมา เข้าใจว่าคงรอพร้อมฉบับของรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)

‘เสี่ยแฮงค์’โต้พท.ได้กลิ่นรปห.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหาร(กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีหลายฝ่ายมองว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเร็วๆ นี้ ว่า ไม่มีหรอก ยังไม่มีข่าว ขอให้มั่นใจ เสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคงแน่นอน มั่นใจได้เลย เพราะสิ่งที่ตนพูดไม่ค่อยผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) ระบุได้กลิ่นรัฐประหาร นายอนุชา กล่าวว่า ไม่มีหรอก คงให้ข่าวกันไปเพื่อหวังผลทางการเมือง ให้เกิดขึ้น ก็เป็นอีกมิติหนึ่งของการทำงานของฝ่ายการเมือง การเมืองก็คือการเมือง ต่อข้อถามว่าทำไมฝ่ายค้านถึงได้จมูกดี นายอนุชา ไม่ตอบ

‘บิ๊กป้อม’ตั้ง‘สันติ’เลขาฯพปชร.
วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงนามในคำสั่ง พรรคพลังประชารัฐ ที่ 55/2565 เรื่อง แต่งตั้งผู้ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค ตามที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติให้บุคคล พ้นจากสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรค มีผลให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐว่างลง อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรค พลังประชารัฐ พ.ศ.2561 และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 14 จึงแต่งตั้ง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 ม.ค.2565

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังแต่งตั้ง ให้นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ทำหน้าที่ นายทะเบียนสมาชิกพรรค แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยจะเสนอให้สมาชิกรับรองในการประชุมใหญ่พรรคต่อไป

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.ประวิตรปฏิเสธให้สัมภาษณ์กรณี พรรคพลังประชารัฐจะพิจารณาชื่อ น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าน.ส.อนุสรี จะยืนยันได้รับการทาบทามจริง แต่ยังไม่ตัดสินใจ รวมทั้งกรณีมีข่าวร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐไปต่างประเทศเพื่อดีลกับนายทักษิณ ชินวัตร เรื่องการเมืองและการเดินทางกลับประเทศไทย

‘เดชอิศม์’รับ‘โบ๊ท’คืนรังปชป.
นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลภาคใต้ เปิดเผยว่า วันที่ 2 ก.พ. เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา จะประชุม ส.ส.ภาคใต้ นัดแรก หลังจากที่ตน ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ เพื่อกำหนดทิศทาง พูดคุยเรื่องการคัดเลือก ผู้สมัครและทำนโยบายพรรคในส่วนของภาคใต้ เมื่อคุยกันแล้วจะนำเรียนเลขาธิการพรรคต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีภาพปรากฏบนเฟซบุ๊ก นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือโบ๊ท อดีต ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ กลับมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์กล่าวว่า ความจริงแล้ว ครอบครัวของตนและครอบครัวนายอนุกูลสนิทสนมกันมาก อาของนายอนุกูลก็เป็น ส.จ.ทีมพรรคประชาธิปัตย์ จริงๆมีความรักความผูกพันกับตนอยู่แล้ว แต่นายอนุกูลไปรับปากผู้ใหญ่พรรคพลังประชารัฐ เมื่อเสร็จเลือกตั้ง นายอนุกูลบอกว่าอยากมาช่วยงานพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้ยังไม่ใช่สมาชิกพรรค แต่ให้เตรียมตัวมาช่วยงานก่อน ยืนยันนายอนุกูล ไม่ได้มีปัญหากับพรรคพลังประชารัฐแน่นอน

กกต.คาดใช้สิทธิ์ซ่อมหลักสี่เกิน 60%
สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมส.ส. กทม.เขต 9 หลักสี่ จตุจักร (แขวงลาดยาว แขวงเสนานิคม และแขวงจันทรเกษม) เข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนจะมีการกาบัตรในวันอาทิตย์ที่ 30 ม.ค.

ที่สำนักงานกกต. นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพ มหานคร ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กกต.มีความพร้อม 100% โดยได้ซักซ้อมทั้งการประมวลผลคะแนน การลงคะแนนที่ถูกต้องชอบธรรมตามระเบียบแบบแผน โดยจะซักซ้อมเน้นย้ำประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง เกี่ยวกับข้อพึงระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น และจะซ้อมอีกครั้งในวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่รับอุปกรณ์ การเลือกตั้ง

สำหรับผลคะแนนเลือกตั้ง คาดว่าจะรู้ผลช่วงเวลา 22.00 น. เหมือนกับการเลือกตั้งซ่อมที่จ.ชุมพร และจ.สงขลา ส่วนการตื่นตัว ของประชาชนในการเลือกตั้ง ซ่อมส.ส.ครั้งนี้ คาดว่าจะมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากว่างเว้นจากการเลือกตั้งมา 3 ปีแล้ว และจากการเลือกตั้ง 2 จังหวัดภาคใต้ ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิ์ในกทม.มีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้นในระดับหนึ่ง จากครั้งที่แล้วร้อยละ 60.49 แต่ครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่าเดิม

‘สิระ’ร้องกกต.เอาผิด‘สุรชาติ’
ที่สำนักงาน กกต. นายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อเอาผิดนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคเพื่อไทย กรณีตรวจสอบนโยบายหาเสียงค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ปว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 73 (5) หรือไม่

นายสิระกล่าวว่า การหาเสียงแบบนี้ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้จริง การไปเป็นส.ส. ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจที่จะไปยกเลิกสัมปทาน หรือเปลี่ยนแปลงในข้อสัญญา และถ้าเข้าไปในสภา สภาจะมีอายุอีกไม่เกินปีครึ่ง เข้าไปก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้เข้าไปเป็นรมว.คมนาคม จะไปยกเลิกสัญญา นอกจากนี้ ยังขอให้กกต.ตรวจสอบเรื่องที่จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ข่าวว่าอาจมีการทำผิดว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส มีการจ้างคนไปฟัง และมีการเหมารถสองแถวในเขตหลักสี่ ให้กกต.จับตาด้วยว่ามีจริงหรือไม่

เมื่อถามถึงความมั่นใจว่านางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐจะชนะ นายสิระกล่าวว่า 100% เพราะคนที่ทำให้ตนได้เป็นส.ส.ครั้ง ที่แล้วคือนางสรัลรัศมิ์ และตอนนี้เขาสมัครเอง ต้องชนะอยู่แล้ว

เพื่อไทยยันนโยบายทำได้จริง
เวลา 14.40 น. ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และนายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงว่า ไม่แปลกใจที่นายสิระ จะบอกว่าเป็นนโยบายที่ทำไม่ได้ เพราะพรรคที่นายสิระสังกัดอยู่ ไม่สามารถดำเนินนโยบายที่กล่าวไว้กับพี่น้องประชาชนให้เป็นจริงได้

พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมในการประกาศ นโยบายออกไป และมั่นใจสิ่งที่พูดออกไป เราทำได้ทุกอย่าง สิ่งที่นายสุรชาติพูดจึงไม่เกินจริง และผ่านมติพรรคแล้วว่า หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะผลักดันเรื่องนี้ แน่นอนถ้านายสุรชาติเข้ามาก็จะเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านคนหนึ่ง แต่ส.ส.ฝ่ายค้านคนนี้จะทำงานกระตุ้นรัฐบาลให้รู้หน้าที่ของตัวเอง และสะท้อนเสียงของประชาชนว่าพวกเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร

ด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า “นายสิระรู้ได้อย่างไรว่าหลังเลือกตั้งแล้วเพื่อไทยจะไม่ได้เป็น รัฐบาล วันนี้เสียงสองฝั่งก็ปริ่มน้ำ กลับไปดูที่บ้านท่านเถอะ ถ้าเลือกนายสุรชาติให้ชนะถล่มทลาย จะเป็นสัญญาณไปยังพล.อ.ประยุทธ์ ว่าเวลาของท่านหมดแล้ว ดีไม่ดีพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะลาออกก็ได้ ผมเห็นเค้าลางแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ไปไม่รอด เวลาของท่านหมดแล้ว”

น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า พรรคขอเชิญชวน พี่น้องประชาชนร่วมรับชมการปราศรัยใหญ่ของนายสุรชาติ นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค พร้อมทีมผู้บริหาร ส.ส. และสมาชิกพรรคในวันที่ 28 ม.ค.ที่สวนสาธารณะชุมชนเคหะหลักสี่ พรรคระดมสรรพกำลังและแนวนโยบายสำหรับคนกทม. และ คนไทย เพื่อร่วมสร้างความหวัง คืนความฝันให้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง

โดนสวนกลับ-ขู่ยื่นยุบพรรค
ด้านนายสิระให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่า ขอเตือนพรรคเพื่อไทยให้หยุดโกหกประชาชน การเลือกตั้งในปี 2562 นโยบายชองพรรค เพื่อไทยทั้ง 15 ข้อ ไม่มีข้อไหนที่พูดถึง ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และตลอด 3 ปี ที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ไม่เคยอภิปรายหรือพูดถึงเรื่องนี้ในที่ประชุมสภา และตนบอกแล้วว่านโยบายดังกล่าวไม่สามารถทำได้จริง เป็นการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง

“ผมไม่เคยขัดขวางสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน ถ้าทำได้จริง สนับสนุนเต็มที่ แต่นี่คือโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงประชาชน และนี่ไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทย เนื่องจาก ไม่ได้ถูกประกาศจากกรรมการบริหาร ถ้าจะอ้าง ว่าเป็นนโยบายพรรค ผมจะไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทย” นายสิระกล่าว

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 พรรคกล้า เข้าพบนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอพรก่อนการลงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติของนายอรรถวิชช์ ช่วงโค้งสุดท้าย การเลือกตั้งทุกครั้ง ซึ่งนายไตรรงค์อวยพรให้ นายอรรถวิชช์ชนะการเลือกตั้งในสนามนี้

‘บิ๊กป้อม’ลุยช่วย‘มาดามหลี’
เมื่อเวลา 17.30 น. นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร พรรคพลังประชารัฐลงพื้นที่หาเสียงที่ชุมชนก้าวหน้า ซอยแจ้งวัฒนะ 6 ชูนโยบาย “รักลุงตู่ ชอบลุงป้อม กาเบอร์ 7”

นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า ในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 17.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลงพื้นที่ช่วยหาเสียง โดยพบกับผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุในชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง ที่วิภาวดี พาเลซ เพื่อพูดคุยรับฟังปัญหา ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ต้องการดูแลแบบใกล้ชิด ต่อเนื่อง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าการชูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มาหาเสียงเป็นการปรับกลยุทธ์ช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า ไม่ใช่การเปลี่ยนกลยุทธ์ เพราะตลอดเวลาตนยึด 2 คนเป็นแบบอย่างในการทำงานเพื่อประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร แม้ทั้งคู่จะมีอายุมาก แต่ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ย่อท้อในการบริหารประเทศให้กับคนไทยเลย ดังนั้นถ้าเราจะเลือกใครมาเป็นตัวอย่าง ก็ต้องเลือกตัวอย่างที่ดี

บุกค่ายทหาร – นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 พร้อมแกนนำพรรคก้าวไกล เข้าปราศรัยหาเสียงในกรมยุทธโยธาทหารบก ย้ำนโยบายปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย ดูแลสวัสดิการชั้นผู้น้อย เมื่อวันที่ 27 ม.ค.

ก.ก.บุกค่ายทหาร-ชูธงปฏิรูป
เวลา 17.30 น. ที่กรมยุทธโยธาทหารบก (ยย.ทบ.) เขตจตุจักร นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค ร่วมเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. เขต 9 ท่ามกลางทหารและครอบครัวที่มาร่วมฟังจำนวนมาก

นายพิธากล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลเล็งเห็นความสำคัญเรื่องความมั่นคงทางทหาร พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างกองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารชั้นผู้น้อย แต่สิ่งที่ยอมรับไม่ได้คือเมื่อทหารกับประชาธิปไตยไม่ได้ยืนอยู่คู่กัน ตั้งแต่การทำรัฐประหารครั้งแรกเมื่อปี 2490-2557 เรามีรัฐประหารไปแล้ว 11 ครั้ง เฉลี่ยแล้วทุกๆ 6 ปีจะมีรัฐประหาร 1 ครั้ง เชื่อว่าพลทหารชั้นผู้น้อยก็ยอมรับไม่ได้เช่นกัน เพราะทำให้ประเทศไทยไม่ไปถึงไหน

“ถ้าท่านเห็นด้วยว่าต้องการเห็นความมั่นคงของชาติ ต้องการเห็นกองทัพที่ทันสมัย เป็นมืออาชีพ ต้องการเห็นสวัสดิการที่ดีขึ้น แต่ไม่ยอมให้มีการทำรัฐประหารทุกๆ 6 ปี อีกแล้ว ท่านต้องเลือกนายกรุณพล เพราะเขามีประสบการณ์ตรง เนื่องจากเป็นลูกหลานของบุคลากรที่อยู่ในหน่วยงานความมั่นคงเหมือนกัน”นายพิธากล่าว

นายกรุณพลกล่าวว่า ยอมรับว่าเมื่อก่อน เครื่องแบบทหารเป็นเครื่องแบบที่ลูกผู้ชายทุกคนอยากสวมใส่ ตนก็เช่นกัน แต่เมื่อโตขึ้นกลับรู้สึกผิดหวัง เพราะได้เห็นความเหลวแหลก ของระบบ เห็นการใช้เงิน ใช้เส้นสาย ไต่เต้าไปมีอำนาจ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่พรรคก้าวไกลมีนโยบายปฏิรูปกองทัพ เพื่อทำให้ทหารชั้นผู้น้อยอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีสวัสดิการ และอยู่อย่างที่ผู้คนชื่นชม ทำให้คนภาคภูมิใจในเครื่องแบบทหาร

พีมูฟปักหลักวันที่8-ถก‘รมต.’
เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ แถลงการณ์ว่านับเป็นวันที่ 8 แล้วที่พวกเรากลับมาปักหลักชุมนุมอีกครั้งในกรุงเทพฯ ยังยืนยันหลักการการทวงสิทธิ และสร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน ด้วยข้อเรียกร้องทั้งสิ้น 15 ข้อ อันเป็นข้อเรียกร้องเชิงนโยบายที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหลายร้อยกรณีย่อยของพีมูฟ และกลุ่มประชาชนอื่นๆ วันที่ 27 ม.ค.นี้ จะเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญจนอาจเป็นตัวชี้ขาดว่า หลังจากที่พวกเราลงแรงกายแรงใจกันเคลื่อนไหวมาร่วมหนึ่งสัปดาห์ในครั้งนี้ พร้อมกับแนวร่วม 119 เครือข่าย พี่น้องพีมูฟจะยังมีหวังอะไรกับรัฐบาลชุดนี้อีกหรือไม่

แถลงการณ์ระบุว่า ดังนั้นการประชุมวันที่ 27 ม.ค. จึงมีความสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่านายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพีมูฟ จะบริหารจัดการการประชุม และความขัดแย้งระหว่างความเห็นของหน่วยงานและข้อเรียกร้องของพีมูฟได้อย่างราบรื่นหรือไม่ เพราะผลของการประชุมจะเป็นตัวกำหนดว่าการประชุมที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานในวันที่ 31 ม.ค. จะประสบความล้มเหลวหรือไม่

ต่อมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชาให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมว่า รัฐบาลมีเจตนาแก้ปัญหาให้ประชาชน และเหนืออื่นใด ผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องอยู่บนจุดสูงสุด ซึ่งผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต้องไปด้วยกันได้ และต้องอยู่บนความถูกต้องชัดเจนในสังคม มีความคิดร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วง คิดว่าเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาอื่นจะตามมาหรือไม่ เราต้องคิดวิเคราะห์ให้ได้

นายอนุชากล่าวว่า ส่วนจะขอให้กลุ่มพีมูฟเดินทางกลับ เพื่อเปิดเส้นทางจราจรหน้าทำเนียบหรือไม่นั้น คงต้องพูดคุยด้วยเหตุผล และบนพื้นฐานของการแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตามการประชุมในวันนี้ เมื่อมีผลสรุปอย่างไรจะได้นำผลพูดคุยนี้รายงานต่อพล.อ.ประวิตร ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหากลุ่มพีมูฟ ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 31 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน