พระพรหมวชิรเจดีย์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

มงคลข่าวสด

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชทานราชทินนาม ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานราชทินนามพระราชาคณะเจ้าคณะรองรวม 3 รูป

หนึ่งในนั้น โปรดพระราชทานราชทินนาม พระพุทธิวงศมุนี พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามว่า พระพรหมวชิรเจดีย์ ศรีพุทธศาสตรโกศล วิมลพุทธชินราชธำรงวิศิษฎ์ พิพิธศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวง จ.พิษณุโลก

ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.2565 ประกาศ ณ วันที่ 9 ก.พ. 2565 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน

ปัจจุบัน พระพรหมวชิรเจดีย์ (บำรุง ฐานุตตโร) สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก และรองหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 3

มีนามเดิม บำรุง มากก้อน เกิดเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2480 ที่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 3 ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

บิดา-มารดา ชื่อ นายล้วน และนางเหรียญ มากก้อน ครอบครัวประกอบอาชีพกสิกรรม

อายุ 15 ปี เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2495 ที่วัดกระบังมังคลาราม ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มี พระพิศาลธรรมภาณี (เชื้อ สุธมฺโม) วัดกระบังมังคลาราม เป็นพระอุปัชฌาย์

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2500 ที่พัทธสีมาวัด กระบังมังคลาราม มีพระพิศาลธรรมภาณี วัดกระบังมังคลาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหานเรศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ เจ้าอธิการถนอม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

จากนั้น มุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างจริงจัง พ.ศ.2500 สอบได้นักธรรมชั้นตรี- โท-เอก ตามลำดับ

แต่ด้วยเห็นว่าวัดในต่างจังหวัดยังมี ความไม่พร้อมในด้านการศึกษาหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง

พ.ศ.2502 สำเร็จการศึกษาสามัญชั้น ม.8 โรงเรียนวัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ พ.ศ.2516 สอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค สำนักเรียนวัดทองนพคุณ กรุงเทพฯ

ได้รับความไว้วางใจจาก เจ้าอาวาสวัดทองนพคุณขณะนั้น ให้เป็นเจ้าคณะ 13 รวมทั้งได้รับมอบหมายภารกิจงานด้านการคณะสงฆ์ด้วย

แต่ในที่สุดก็ต้องเดินทางกลับพิษณุโลก เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ

พ.ศ.2517 เป็นเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก และเป็น ผู้จัดการโรงเรียนพุทธชินราชวิทยา (ฝ่ายสงฆ์) วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

พ.ศ.2518 เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ.2531 เป็นเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก พ.ศ.2532 เป็นอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2533 เป็นรองเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พ.ศ.2534 เป็นเจ้าอาวาส

ส่วนงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มุ่งเน้นควบคู่กันไปกับงานพระธรรมทูตและงานการศึกษา โดยจะไม่ยึดติดกับเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์หรือวัตถุนิยมแต่อย่างใด

สำหรับเกียรติคุณต่างๆ นั้น พ.ศ.2537 ได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จากสภาการฝึกหัดครู สถาบันราชภัฏพิบูลสงคราม ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก

พ.ศ.2545 ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2521 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่พระศรีรัตนมุนี พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่พระราชรัตนมุนี พ.ศ.2542 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่พระเทพรัตนกวี

พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ในราชทินนามที่พระธรรมเสนานุวัตร

พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่พระพุทธิวงศมุนี

ล่าสุด พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานราชทินนาม พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ที่ พระพรหมวชิรเจดีย์

ชีวิตส่วนตัวเป็นไปอย่างเรียบง่าย การบริหารกล้าคิด กล้าทํา ทรงไว้ซึ่งสง่าราศี น่าเคารพยำเกรง แต่ในส่วนลึกเป็นคนอ่อนโยน มีเมตตาปรานี เอาใจใส่ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้ปกครอง

จึงเป็นที่เคารพนับถือของคณะสงฆ์และชาวสองแควเป็นอเนกประการ

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน