ไม่เคยมีผังเมืองเฉพาะ
เลาะรั้ว
แม้หน่วยงานราชการเริ่มระบุถึงการจัดทำผังเมืองเฉพาะเพื่อพัฒนาหรือดำรงรักษาบริเวณเฉพาะแห่งหรือกิจการที่เกี่ยวข้องในเมืองบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทเพื่อประโยชน์ในการสร้างเมืองใหม่ การพัฒนาเมือง การอนุรักษ์เมืองหรือการฟื้นฟูเมือง
แต่การจะบังคับใช้นั้น ผังเมืองเฉพาะจะต้องกำหนดให้ประกาศใช้บังคับเป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาแล้วแต่กรณี ตามที่บัญญัติไว้ในพ.ร.บ.การผังเมือง 2562 จึงต้องจัดทำขึ้นเป็นกฎหมายหรือพ.ร.บ.ที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
เพราะกระบวนการที่จะต้องตราเป็นกฎหมายนี้เอง จึงไม่ปรากฏว่ามีการวางผังเมืองเฉพาะขึ้น ณ ที่ใด ในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ข้อกำหนดในผังเมืองรวมที่ประกาศบังคับใช้ขึ้นในประเทศตามอำนาจในพระราชบัญญัติผังเมืองเดิมกว่า 400 ฉบับนั้น ข้อกำหนดเหล่านั้นก็มีลักษณะของการรอนสิทธิ์และตัดสิทธิ์ของผู้ครอบครองพื้นที่ในเขตผังเมืองรวมดังกล่าว เช่น การกำหนด การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทต่างๆ ที่กำหนดห้ามก่อสร้างและใช้ประโยชน์อาคารบางชนิด บางประเภท และรวมถึงกำหนดขนาด ชนิด ประเภทของอาคารที่จะอนุญาตและไม่อนุญาตไว้แล้วด้วย
นั่นคือเหตุผลทางการปฏิบัติที่ไม่จำเป็นจะต้องจัดทำหรือจัดวางผังเมืองเฉพาะขึ้นแต่อย่างใด
สิ่งที่แตกต่างกันในรายละเอียดของการจัดทำหรือจัดวางผังเมืองเฉพาะกับผังเมืองรวม ก็คือข้อกำหนดที่จะให้ปฏิบัติหรือไม่ให้ปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผังเมืองเฉพาะ เพิ่มเติมจากรายละเอียดข้อกำหนดในผังเมืองรวมมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะก็คือเรื่องของการกำหนดประเภท ชนิด ขนาด จำนวนอาคารที่ชำรุดทรุดโทรม หรืออยู่ในสภาพอันเป็นที่น่ารังเกียจหรือน่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัย รวมทั้งข้อกำหนดการดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร
สิ่งสำคัญอีกประการก็คือ อำนาจของคณะกรรมการบริหารการผังเมืองท้องถิ่นที่มีอำนาจในการพิจารณาสั่งการที่ดินเอกชน โอนที่อุปกรณ์ให้เป็นสาธารณสมบัติ (ต้องมีเงินและใช้เงินในการจะเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น และรวมไปถึงการจะสั่งรื้อถอนอาคารที่ชำรุดทรุดโทรมด้วย)
เพียงย่อๆ แค่นี้ก็คงเห็นแล้วว่า การจะตราพระราชบัญญัติผังเมืองเฉพาะ (ตามมาตรา 48) ตามที่ปรากฏในหน้าประชาสัมพันธ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ ราวกับว่าเพียงใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกพระราชกฤษฎีกาผังเมืองเฉพาะโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาร่วมของสภาผู้แทนราษฎรนั้น แท้จริงแล้วจะดำเนินการไปได้อย่างไร
ในเมื่อมาตรา 48 พระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ.2562 กำหนดชัดเจนว่า “เมื่อคณะกรรมการผังเมืองเห็นชอบกับผังเมืองเฉพาะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำแล้ว ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเสนอผังเมืองเฉพาะต่อรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการตราพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับผังเมืองเฉพาะต่อไป”
นี่คงเป็นฝันกลางวันของสถาปนิกนักผังเมืองทั้งหลาย รวมถึงผู้คนที่หวังจะได้เห็นผังเมืองที่เป็นผังเมืองที่ดี เพื่อประโยชน์ในความเท่าเทียมกันในการจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมั่นคงในเมืองที่ตนเองอยู่อาศัยต่อไป
นายช่าง