วงการคณะสงฆ์สูญเสียพระมหาเถระรูปสำคัญอีกครั้ง

‘สมเด็จพระวันรัต’ (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร, อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม, อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต มรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 85 ปี พรรษา 65

อาพาธด้วยโรคมะเร็งถุงน้ำดี เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564

กระทั่งวันที่ 15 มี.ค. เวลา 14.22 น. มรณภาพลงอย่างสงบ ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรุงเทพฯ

มีนามเดิมว่า จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ย.2479 ที่บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด บิดา-มารดา ชื่อ นายจันทร์และนางเหล็ย พราหมณ์พิทักษ์

อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ที่พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตฺโต) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยบัณฑิต (ถาวร ฐานุตฺตโร) วัดคิรีวิหาร จ.ตราด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิสุทธิธรรมภาณ (แจ่ม ธมฺมสาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พ.ศ.2495 สอบได้นักธรรมชั้นเอก พ.ศ.2516 สอบได้ประโยคเปรียญธรรม 9 ประโยค จากสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

สร้างผลงานอันทรงคุณูปการในหลากหลายด้าน อาทิ ด้านสาธารณูปการ ดูแลการบูรณปฏิสังขรณ์และก่อสร้างเสนาสนะวัดบวรนิเวศวิหาร ให้งดงามมั่นคงถาวร

ด้านสาธารณสงเคราะห์ จัดตั้งทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ วัดตรีทศเทพฯ จัดหาทุนสมทบสร้างตึกวชิรญาณวงศ์ ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาล และตึก ภปร. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นต้น

ด้านการศึกษาสงฆ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นแม่กองธรรมสนามหลวง มีหน้าที่ควบคุมดูแลการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ดำเนินการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรนักธรรม ธรรมศึกษา ชั้นตรี-โท และเอก อีกทั้งจัดให้มีการสอบไล่วัดผลประจำปีตามหลักสูตรนักธรรมกับธรรมศึกษา ที่เปิดการสอนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สมณศักดิ์ พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏที่ สมเด็จพระวันรัต นับเป็นรูปที่ 24 ของกรุงรัตนโกสินทร์

ภาระหน้าที่พิเศษ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วันที่ 15 พ.ย.2551 ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมุนี ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพสู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี วันที่ 9 เม.ย.2555 สมเด็จพระวันรัต ปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว (พระยานมาศพระนำ) และราชรถน้อย (รถพระนำ) อ่านพระอภิธรรมนำขบวนพระอิสริยยศ ในการเคลื่อนพระศพสู่พระเมรุ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

รวมทั้ง ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2560 ท่านปฏิบัติหน้าที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ นั่งพระเสลี่ยงกลีบบัว อ่านพระอภิธรรมนำพระบรมศพ ในการเคลื่อนพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สู่พระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง อีกวาระหนึ่ง

ในปี พ.ศ.2499 เป็นพระนวกะร่วมสมัยกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงผนวชวันที่ 22 ต.ค.2499 และประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร จนกระทั่งทรงลาผนวชวันที่ 5 พ.ย.2499

อีกทั้ง เมื่อดำรงสมณศักดิ์ที่พระอมรโมลี เป็นพระอาจารย์ถวายพระอักษรเรื่องพระธรรมวินัย แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงผนวช เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2521 ประทับอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดจนทรงลาผนวชในวันที่ 20 พ.ย.2521

นอกจากนี้ ยังได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคม เป็นผู้ตรวจสอบการคำนวณปฏิทินหลวง (ปฏิทินจันทรคติไทย) และให้ความเห็น ก่อนที่จะประกาศใช้ในแต่ละปี นอกจากนี้ยังเดินหมุดและคำนวณปฏิทินปักขคณนาสำหรับวันลงอุโบสถให้กับคณะสงฆ์ธรรมยุตด้วย
คณะสงฆ์ ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ณ ห้องบำเพ็ญกุศล อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนชั้นยศโกศจากโกศไม้สิบสองเครื่องประกอบเกียรติยศสมเด็จพระราชาคณะ เป็นโกศมณฑปทำด้วยไม้แกะสลักลวดลายทรงสี่เหลี่ยม ฝายอดทรงมณฑปปิดทอง ประดับกระจกสี ที่พระราชทานทรงศพพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นพระเจ้าบรมวงศ์ พระองค์เจ้า และพระเจ้าวรวงศ์ พระองค์เจ้าที่ทรงกรม หรือข้าราชการชั้นเสนาบดีที่เป็นราชสกุล

จึงนับเป็นเกียรติยศสูงสุดที่พระราชทานแก่ สมเด็จพระวันรัตในครั้งนี้

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2565

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน